โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"รถ" บินได้! "เทสลา" เปิดตัว Roadster ติดไอพ่นจรวด เร่ง 0-100 ต่ำกว่า 1 วินาที จ่อผลิตปี 2571

สยามรัฐ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บริษัท เทสลา เปิดตัวรถสปอร์ตไฟฟ้ารุ่น “โรดสเตอร์” โฉมใหม่ ที่ติดตั้งระบบไอพ่นขับดันสไตล์จรวด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา พร้อมเปิดเผยแผนเริ่มสายการผลิตจริงในปี 2571 นับเป็นการรอคอยที่ยาวนานกว่าหนึ่งทศวรรษ หลังจากบริษัทเผยโฉมรถต้นแบบรุ่นนี้เป็นครั้งแรก

รถสปอร์ต 2 ที่นั่งสีขาวรุ่นดังกล่าวได้รับการพัฒนาร่วมกับสเปซเอ็กซ์ บริษัทเทคโนโลยีอวกาศของอีลอน มัสก์ โดยภายในงานเปิดตัวมีการสาธิตสมรรถนะที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ ทั้งการวิ่งไต่รางกลับหัวด้วยระบบแรงดูดสุญญากาศเพื่อยึดเกาะพื้นผิว การหมุนตัวกลางอากาศ และการร่อนลงแตะพื้นอย่างนุ่มนวลด้วยท่อไอพ่นขับดันที่ติดตั้งอยู่ในตัวรถ จากนั้นระบบไอพ่นยังช่วยดีดตัวรถให้พุ่งข้ามรถบรรทุกและรถยนต์คันอื่น ๆ พร้อมหมุนควงกลางอากาศเพื่อแสดงความสามารถของเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น

เซธ โกลด์สตีน นักวิเคราะห์จากบริษัทมอร์นิ่งสตาร์ ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อเดือนก่อนว่า ปัจจุบันเทสลายังไม่มีรถยนต์ระดับ “รถเรือธงสมรรถนะสูง” ที่ออกแบบมาเพื่อแสดงศักยภาพสูงสุดด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีของบริษัท โดยโรดสเตอร์จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นรถรุ่นสำคัญที่สะท้อนความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและภาพลักษณ์ของแบรนด์ในตลาดรถยนต์สมรรถนะสูง

สำหรับการเปิดตัวครั้งนี้ อีลอน มัสก์และทีมผู้บริหารยังไม่ได้ประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แม้ว่าเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน เทสลาเคยกำหนดราคาเริ่มต้นของรถรุ่นนี้ไว้ที่ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบนเว็บไซต์สั่งจองรถของเทสลาหลังเสร็จสิ้นงานเปิดตัวระบุรายละเอียดเงินมัดจำของรถแต่ละรุ่นไว้แตกต่างกัน โดยรุ่น “เพอร์ฟอร์แมนซ์” กำหนดให้วางเงินมัดจำล่วงหน้า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รุ่น “ทรัสต์” ซึ่งติดตั้งท่อไอพ่นเพื่อช่วยเพิ่มแรงขับและเร่งความเร็ว ต้องวางเงินมัดจำ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนรุ่น “ร็อกเก็ต” ระบุเงื่อนไขการสั่งจองว่าเปิดให้เฉพาะผู้ที่ได้รับคำเชิญเท่านั้น โดยเป็นรถที่นั่งเดี่ยวและมาพร้อมระบบการบินเต็มรูปแบบตามรายละเอียดที่ระบุไว้บนเว็บไซต์

งานเปิดตัวโรดสเตอร์โฉมใหม่จัดขึ้นที่ศูนย์ทดสอบของสเปซเอ็กซ์ ในเมืองแมคเกรเกอร์ รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา โดยบรรยากาศภายในงานถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตามสไตล์ของมัสก์ ทั้งการใช้ดนตรีเร้าอารมณ์ กลุ่มควัน เสียงพ่นลมจากกลไก และการนับถอยหลังก่อนเปิดตัวรถอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน

ลาร์ส โมราวี หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมยานยนต์ของเทสลา เปิดเผยว่า โรดสเตอร์สามารถเร่งความเร็วจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 97 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาไม่ถึง 1 วินาที และมีความเร็วสูงสุดมากกว่า 230 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 370 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ด้านมัสก์กล่าวเสริมด้วยความมั่นใจว่า สมรรถนะจริงของรถจะเหนือกว่าตัวเลขที่เปิดเผยไว้ โดยเขามองว่าโรดสเตอร์ควรทำความเร็วให้ได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของความเร็วเสียง ซึ่งหากทำได้ตามเป้าหมาย ก็จะเป็นอีกหนึ่งจุดขายสำคัญของรถสปอร์ตไฟฟ้ารุ่นนี้

นอกจากความโดดเด่นด้านอัตราเร่งและความเร็วสูงสุดแล้ว โรดสเตอร์ยังรองรับระยะทางวิ่งมากกว่า 300 ไมล์ หรือประมาณ 480 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่เทสลาใช้แสดงศักยภาพของรถสปอร์ตไฟฟ้าสมรรถนะสูงรุ่นใหม่

การเปิดตัวโรดสเตอร์โฉมใหม่เกิดขึ้นในช่วงที่เทสลากำลังปรับเปลี่ยนทิศทางธุรกิจอย่างชัดเจน โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงการพัฒนาหุ่นยนต์ มากกว่าการมุ่งเน้นผลิตรถยนต์ที่ต้องอาศัยมนุษย์เป็นผู้ขับขี่เพียงอย่างเดียว

การกลับมาของโรดสเตอร์จึงเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาของเทสลา ทั้งในด้านการพัฒนารถสปอร์ตไฟฟ้าสมรรถนะสูงและการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ที่แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไป อย่างไรก็ตาม ผู้สนใจยังต้องติดตามรายละเอียดด้านราคา กำหนดการผลิต และข้อมูลสมรรถนะอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม ก่อนที่รถรุ่นนี้จะเข้าสู่สายการผลิตตามแผนในปี 2571

#เทสลา #Tesla #รถยนต์ไฟฟ้า #โรดสเตอร์ #รถสปอร์ตไฟฟ้า #อีลอนมัสก์ #สเปซเอ็กซ์ #รถยนต์สมรรถนะสูง #เทคโนโลยียานยนต์ #ข่าวรถยนต์ #ข่าวต่างประเทศ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...