“การเมือง=การละคร” นัดวันซักฟอก ล่มไม่เป็นท่า เล่นแง่ทั้ง 2ฝ่าย
ภาพความขัดแย้งในเวทีรัฐสภาที่มักถูกมองว่า “การเมืองคือการละคร” กำลังฉายซ้ำอย่างเด่นชัด เมื่อศึกกำหนดวันและจัดสรรเวลาการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคล 18 คน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ต้องพังครืนลงไม่เป็นท่า หลังการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร หรือ วิป 3 ฝ่าย ทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และตัวแทนคณะรัฐมนตรี จบลงด้วยการวอล์กเอาต์ของฝ่ายค้าน
ท่ามกลางการเล่นแง่ต่อรองและชิงไหวชิงพริบทางการเมืองของทั้งสองฝ่าย
ชนวนเหตุของความล่มสลายในวงเจรจา ปะทุขึ้นจากการที่คณะรัฐมนตรีส่งหนังสือแจ้งความพร้อมกำหนดวันอภิปรายมายังสภาผู้แทนราษฎรล่วงหน้า โดยล็อกวันไว้ระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคม และลงมติวันที่ 30 ตุลาคม รวมเวลาเพียง 3 วัน ซึ่งทำให้ฝ่ายค้านมองว่า เป็นการรวบรัดตัดตอนและก้าวล่วงอำนาจนิติบัญญัติ
โดย “พริษฐ์ วัชรสินธุ” ประธานวิปฝ่ายค้าน และ “รังสิมันต์ โรม” จากพรรคประชาชน ยืนกรานว่า การซักฟอกรัฐมนตรีมากถึง 18 คน หากเทียบกับในอดีตสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่อภิปราย 10 ถึง 11 คน ยังใช้เวลาถึง 4 วัน ดังนั้น การอภิปรายครั้งนี้ จึงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 วัน หรือ 60 ชั่วโมง เพื่อให้เกิดการตรวจสอบอย่างมีคุณภาพ
แม้ในการหารือรอบที่สอง รัฐบาลจะยอมขยับข้อเสนอด้วยการเพิ่มเวลาให้เป็น 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 ถึง 29 ตุลาคม รวมเวลากว่า 63 ชั่วโมง 30 นาที โดยจัดสรรให้ฝ่ายค้านอภิปรายสูงถึง 45 ถึง 48 ชั่วโมง และให้เวลา ครม. ชี้แจงในส่วนที่เหลือ แต่ “กรวีร์ ปริศนานันทกุล” ประธานวิปรัฐบาล และ “ภราดร ปริศนานันทกุล” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กลับต้องผิดหวัง เมื่อฝ่ายค้านมองว่าวันแรกเริ่มประชุมช่วงบ่าย จึงไม่ใช่ 4 วันเต็มตามที่กล่าวอ้าง อีกทั้งพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ โดย “ชัยชนะ เดชเดโช” เสนอทางออกให้เลื่อนไปเปิดศึกซักฟอกในเดือนพฤศจิกายนแทน แต่ฝ่ายรัฐบาลปฏิเสธทันที โดยอ้างเหตุผลเรื่องภารกิจแน่นเอี้ยด ทั้งการประชุม ครม.สัญจรที่อุดรธานี งานพืชสวนโลก
และภารกิจเดินทางไปประชุมเอเปกของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายคน จนเกิดคำถามตอกกลับจาก “ภคมน หนุนอนันต์” สส.พรรคประชาชน ว่า ใครกันแน่ที่ไม่ยอมถอย และพยายามบีบฝ่ายค้านให้เต้นตามตารางความสะดวกของฝ่ายบริหาร
ขณะที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ผู้นำฝ่ายค้าน ออกมาสับซ้ำว่า รัฐบาลกำลังมองเวทีตรวจสอบที่สำคัญที่สุดในระบอบประชาธิปไตยเป็นเพียงแค่พิธีกรรมที่จะทำให้เสร็จ ๆ ไป ทั้งที่ภารกิจของฝ่ายบริหารเป็นเรื่องที่สามารถบริหารจัดการได้ พร้อมเตือนว่า หากเร่งรัดให้จบปลายเดือนตุลาคม อาจจะไปชนกับปฏิทินการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2571 ของสภาฯ
เมื่อต่างฝ่ายต่างตั้งป้อมและไร้จุดประนีประนอม ทำให้ “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงตัดสินใจตัดตอนด้วยการลงนามออกหนังสือนัดประชุมสภาฯ ในวันที่ 28 ถึง 29 ตุลาคม เป็นวาระการพิจารณากฎหมายและกระทู้ถามตามปกติ โดยยังไม่มีการบรรจุญัตติซักฟอก ม.151 เข้าสู่วาระ พร้อมส่งสัญญาณเตือนให้ทั้งสองฝ่ายถอยคนละก้าวและกลับไปเจรจากันใหม่ให้ได้ข้อยุติที่แท้จริง
ศึกดึงเชือกเรื่องวันและเวลาซักฟอก 18 รัฐมนตรี จึงสะท้อนเกมการเมืองที่เต็มไปด้วยแท็กติก ฝ่ายค้านอ้างความชอบธรรมในการตรวจสอบเพื่อขอเวลาสูงสุด ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็ใช้กลเกมตารางเวลาและเสียงข้างมากเข้าบีบพื้นที่ ผลลัพธ์สุดท้าย จึงทำให้เวทีประชาธิปไตยต้องสะดุดหยุดลงชั่วคราว ท่ามกลางสายตาประชาชนที่เฝ้ารอดูว่า ละครฉากนี้จะเจรจาลงตัวในเดือนพฤศจิกายน หรือจะถูกเตะถ่วงยื้อเวลาต่อไป เพื่อลดแรงกระแทกทางการเมือง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews