โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทลายกลุ่มต่างชาติ-เครือข่ายนอมินี ยึดครองที่ดินในไทย มูลค่ากว่า 800 ล้านบาท

THE PATTAYA NEWS

อัพเดต 21 ตุลาคม 2569 เวลา 21.22 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดอะ พัทยานิวส์ The Pattaya News

ผู้การเมืองชลนำทีมปิดเมืองค้น 12 จุด ทลายกลุ่มต่างชาติ-เครือข่ายนอมินี ยึดครองที่ดินในไทย มูลค่ากว่า 800 ล้านบาท

เมื่อเวลา 06.00 น. ( 21 ตุลาคม 2569 ) พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี นำกำลังตำรวจ จาก 2 โรงพัก ประกอบด้วย สภ.บางละมุง , สภ.หนองปรือ , ตำรวจชุดสืบสวน และ ชุดปฏิบัติการพิเศษ ของ ภ.จว.ชลบุรี ร่วมกับ นางสาวหทัยรัตน์ คีรีวัลย์ พาณิชย์จังหวัดชลบุรี , นายจาตุรงค์ บุญสุวรรณ์ ผู้ชำนาญการ กรมที่ดินจังหวัดชลบุรี นำหมายค้นศาลจังหวัดพัทยา เข้าทำการตรวจสอบ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ในเขตเขตพื้นที่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยมีการเข้าตรวจค้น ทั้งหมด 12 จุด ซึ่งต้องสงสัยว่ามีการชาวต่างชาติอยู่เบื้องหลังและใช้นอมินีในการยึดของที่ดินในประเทศไทยแบบ 100%

โดย 1 ในแผนปฏิบัติการตรวจค้นในครั้งนี้ พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี มีการเข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่ง ซอยร่วมสุข ม.3 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านหรู มีเนื้อที่ 1.2 ไร่ จากการเข้าตรวจสอบภายในบ้าน พบชายชาวจีน 3 คน อาศัยอยู่ภายในบ้านตรวจสอบหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) พบว่าเพิ่งเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ขณะที่ภายในบ้านพบชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ประกอบยังไม่แล้วเสร็จกว่า 100 เครื่อง (เครื่องซีพียูคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ,เม้าส์,คีย์บอร์ด) ซึ่งทั้งหมดมีซีรี่นัมเบอร์และสัญลักษณ์เป็นภาษาจีน ตำรวจจึงได้ทำการตรวจยึดอายัดไว้ทำการตรวจสอบ เนื่องจากสงสัยว่า เตรียมจะนำไปใช้ในการทำงานอะไรบ้างอย่าง ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย อีกทั้งยังพบว่า 1 ในชาวจีน มีการเปิดบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งของประเทศไทย พบว่าในแต่ละเดือนมีเงินเข้าออก เดือนละ 200,000 บาท / ทุกเดือน โดยชาวจีนดังกล่าวอ้างว่าเป็นเงินค่าเช่าบ้าน

นอกจากนี้ ตำรวจ พร้อม เจ้าหน้าที่พาณิชย์ และ เจ้าหน้าที่กรมที่ดินมีการตรวจสอบโฉนดที่ดินบ้านหลังดังกล่าวพบว่า มีการ ซื้อ ในนาม “บริษัท ซึ่งเป็นบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับด้านอสังหาริมทรัพย์ แต่เมื่อตรวจสอบเชิงลึกพบว่า บริษัทดังกล่าว ผู้ถือหุ้นทั้งหมด เป็น ”ชาวจีน“ จึงทำให้บ้านและที่ดินดังกล่าวเข้าข่ายผิดกฎหมายการถือครองที่ดินของต่างด้าว แบบ 100% “ตามกฎหมายไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยตรง” เจ้าหน้าที่จึงมีการตรวจสอบ พร้อมทั้งจะมีคำสั่งให้เร่งจำหน่าย (บังคับจำหน่าย) ภายใน 180 วัน

ขณะที่การเข้าตรวจค้นอีก 11 จุด ในเขตพื้นที่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พบว่ามีที่ดินจำนวนหลายแปลง มีการถือครองลักษณะผิดปกติ จากกลุ่มคนหลายสัญชาติ โดยมีการจดทะเบียนบริษัทฯ ร่วมกับคนไทย ในการซื้อขาย อสังหาริมทรัพย์ และ ที่ดิน ซึ่งตำรวจ ร่วมกัน พาณิชย์จังหวัดชลบุรี – กรมที่ดิน มีการเชิญตัวทั้งหมดมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ห้อง ศปก.ชั้น 4 ของ สภ.บางละมุง โดยให้ผู้ที่ถูกเชิญตัวทั้งหมดนำเอกสารมายืนยัน และ สอบปากคำเพิ่มเติม

พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตาม นโยบาย ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะการใช้บุคคลสัญชาติไทยถือครองธุรกิจและที่ดินแทนชาวต่างชาติโดยมิชอบ ซึ่งทาง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. จึงได้มีการมอบหมายให้ พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบช.ภ. 2 เร่งดำเนินการกวาดล้างกลุ่มเครือข่ายนอมินีในเขตภาคตะวันออกอย่างจริงจัง

ส่วนผลการปฏิบัติ ในวันนี้ พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี กล่าวว่า จากการ บูรณาการปฏิบัติการตรวจสอบเครือข่ายธุรกิจที่เข้าข่ายใช้คนไทยเป็นตัวแทนถือครองทรัพย์สินแทนชาวต่างชาติ หรือที่เรียกว่า “นอมินี” ในพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ผลการสืบสวนพบบริษัทที่เข้าข่ายกระทำผิดจำนวน 12 บริษัท ตรวจสอบบ้านพัก 11 หลัง ที่ดิน 16 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ มูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกว่า 800 ล้านบาท

ด้านการ ดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง พบกลุ่มเข้าข่ายกระทำ รวม 85 ราย จาก 8 สัญชาติ ประกอบด้วยชาวไทย 54 ราย จีน 14 ราย อินเดีย 7 ราย อิสราเอล 3 ราย รัสเซีย 2 ราย ฟิลิปปินส์ 2 ราย เบลเยียม 1 ราย ฝรั่งเศส 1 ราย และอังกฤษ 1 ราย โดยมีการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวและกฎหมายที่ดิน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน เอกสาร และข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อขยายผลตรวจสอบความเชื่อมโยงของเครือข่ายและดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย

ด้านเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน เปิดเผยว่า หลังจากนี้หากตรวจสอบพบว่า มีการถือครองที่ดินโดยมิชอบ ในลักษณะของเครือข่ายนอมินี ทางกรมที่ดินจะมีการสืบสวนอย่างเข้มข้น หากพบว่ากระทำผิดจริง ก็จะเข้าสู่กระบวนการบังคับจำหน่ายที่ดินภายใน 180 วัน และหลังจากมีการจำหน่ายบังคับจำหน่าย เจ้าหน้าที่จะมีการติดตามการโอนเพื่อไม่ให้เปลี่ยนตัวนอมินีวนกลับมาซ้ำอีก ซึ่งในปัจจุบันพบว่ามีการกระทำผิดน้อยลง เนื่องจากกลุ่มต่างชาติเริ่มมีความกังวล จากการ ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกวาดล้างอย่างจริงจัง…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...