‘นครบาล’ จี้จัดระเบียบโรงพักในกรุงเทพฯ ลั่นฟันไม่เลี้ยงหากเจอเอี่ยวค้ามนุษย์
เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ถนนศรีอยุธยา แขวงและเขตดุสิต กรุงเทพฯ พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เปิดเผยถึงกรณีที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ กรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ "พิทักษ์กุหลาบตูม" บุกเข้าทลายขบวนการค้ามนุษย์และบังคับใช้แรงงานเด็ก เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2569 ซึ่งถูกขบวนการลักลอบนำพาเข้ามาจากชายแดนอำเภอแม่สอด จ.ตาก สวมเอกสารมิชอบ ทำร้ายร่างกาย บังคับเร่ขายดอกไม้ พวงมาลัย และน้ำส้ม บริเวณแหล่งท่องเที่ยวและร้านอาหารย่านถนนข้าวสาร ซึ่งภายหลังพบหลักฐานในแชตแอปพลิเคชันไลน์ด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือและสนับสนุนขบวนการค้ามนุษย์ ว่า ภายหลังจากที่มีการจับกุมผู้กระทำความผิดไปนั้น ที่จริงแล้ว สน.ชนะสงคราม ได้มีการตรวจตราดูตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจับกุมสถานบริการหรือยาเสพติดก็ตาม เพราะพื้นที่บริเวณนี้ค่อนข้างมีสถานบริการหลายแห่ง และกำลังพลบางส่วนก็มีภารกิจต่าง ๆ
จึงทำให้บางครั้งอาจจะไม่พบบ้างอะไรบ้าง แต่ก็มีการกวดขันจับกุมมาโดยตลอด อย่างไรก็ดี ผบช.น. ให้มีการตั้งรักษาการ ผกก.สน.ชนะสงคราม ไว้แล้ว และให้นโยบายว่าจะต้องตรวจสอบกวดขันให้เข้มข้นขึ้น ส่วนถ้าขาดเหลือเรื่องกำลังพลใด ๆ ก็ขอให้แจ้งมาได้เสมอ เพื่อสนับสนุนกำลังพล ทำให้ตอนนี้จึงยังไม่มีข่าว ๆ ใด แต่ถ้าหากท่านใดมีข้อมูลเรื่องการกระทำความผิดกฎหมายทั้งการค้ามนุษย์ การเปิดสถานบริการ และยาเสพติด เป็นต้น โดยเฉพาะบริเวณถนนข้าวสาร สามารถแจ้งเบาะแสได้ โดยเราจะจับกุมทุกรายไม่มีการละเว้นอย่างแน่นอน รวมถึงเคสที่ สน.บางชัน ที่พบการค้ามนุษย์ด้วยนั้น หากแชตไลน์การพูดคุยสนทนาที่หลุดออกมา เราสามารถสืบทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐรายใดที่ไปเอี่ยวขบวนการค้ามนุษย์ เราจะดำเนินการอย่างถึงที่สุด
พล.ต.ต.พัลลภ เผยอีกว่า แม้ตอนนี้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลยังไม่ทราบรายละเอียดในแชตดังกล่าวว่าเจ้าหน้าที่รัฐที่ส่งข้อมูลเป็นบุคคลใด แต่เราก็ได้รับรายงานว่ามีการช่วยเหลือผู้ต้องหาที่เป็นเด็กจำนวน 4 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผลไปยังเครือข่ายชาวต่างชาติ เบื้องต้นพบว่าเหยื่อเป็นแรงงานประเทศเพื่อนบ้านที่ถูกหลอกลวงเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยถูกบังคับให้ขายพวงมาลัย ดอกไม้ น้ำส้ม หรือนั่งขอทาน ส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุน้อย ๆ และหากขายสินค้าไม่หมดจะถูกทำร้ายร่างกาย ทั้งนี้ หากกรมการปกครองมีข้อมูลออนไลน์เกี่ยวกับผู้สนับสนุนการกระทำผิด เรทยืนยันว่าพร้อมจะดำเนินคดีทุกรายโดยไม่มีการละเว้น ไม่ว่าจะเป็นตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจนอกหน่วย หรือเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นก็ตาม
พล.ต.ต.พัลลภ เผยด้วยว่า สำหรับสถานบริการในพื้นที่ที่มีลักษณะสุ่มเสี่ยงเป็นการค้ามนุษย์หรือเป็นรูปแบบของแรงงานผิดกฎหมาย กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้กำชับให้กวาดล้างจับกุมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดตำรวจสายตรวจ 191 สามารถจับกุมร้านคาราโอเกะในพื้นที่ที่ลักลอบเปิดให้บริการจนถึงเวลา 03.40 น. พบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและแรงงานไร้ใบอนุญาตทั้งชาวเมียนมา ชาวลาว และคนไทย รวมมากกว่า 25 ราย เข้ามาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
พล.ต.ต.พัลลภ เผยว่า นอกจากนี้ ในส่วนของกรณีชุดปฏิบัติการพิเศษ กรมการปกครอง เข้าจับกุมร้านโอเคบาร์ ในพื้นที่ถนนข้าวสาร ตำรวจนครบาลได้บูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงานเพื่อควบคุมการเปิดปิดสถานบริการให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมสั่งการให้รักษาราชการแทนผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม เข้าไปจัดระเบียบและสังคายนาพื้นที่ถนนข้าวสาร หากพบการกระทำผิดกฎหมาย ให้ดำเนินคดีและแก้ไขให้ถูกต้องทุกราย
เมื่อถามว่ากรณีที่พบว่าตอนนี้มักมีหน่วยงานอื่นเข้ามาตรวจสอบการกระทำความผิดในพื้นที่ความรับผิดชอบของนครบาล ทาง บช.น. จะมีการกำชับ สน. ในพื้นที่อย่างไรบ้างนั้น โดย รอง ผบช.น. เเจงว่า จริง ๆ เราก็กำชับอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อสองวันที่แล้ว ทาง พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ก็ได้มีหนังสือกำชับไปอีกครั้ง โดยเฉพาะในเรื่องของสถานบริการที่ต้องไม่มีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าใช้บริการเด็ดขาด และยังมีเรื่องของยาเสพติดที่ห้ามมีการซื้อขายหรือแพร่ระบาด รวมถึงการเปิด-ปิดสถานบริการ และการจำหน่ายสุราแอลกอฮอล์ ก็ต้องดำเนินการภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่อย่างไรเราก็จะดูข้อมูลคู่ขนานกับหน่วยงานอื่น ๆ เช่นเดียวกัน เพื่อให้มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น