"แยม ฐปณีย์" ผิดหวังไทยพีบีเอสแจงไม่เคลียร์ เตือนอย่าเดินรอยตาม สตง.
เมื่อวันที่ 15 ต.ค.69 ฐปณีย์ เอียดศรีไชย หรือ “แยม” ผู้ประกาศข่าวภาคสนามและพิธีกรชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า'ไทยพีบีเอส' ต้องไม่เดินตามรอย 'สตง.' ที่หมดความน่าเชื่อถือเพราะไม่ตรวจสอบตัวเอง !!!
วันนี้ใช้เวลากับการไปทำข่าวการแถลงข่าวของ สตง.และ ไทยพีบีเอส และร่วมตั้งคำถามกับทั้ง 2 ฝ่าย ตามหน้าที่สื่อมวลชน
ถ้าถามว่าจะให้คะแนนการแถลงข่าวของ 2 ฝ่ายวันนี้อย่างไร !!!
บอกตรงๆเลยว่า คงต้องให้คะแนน สตง.มากกว่า ไทยพีบีเอส เพราะแม้จะมีถูกตั้งคำถาม ทั้งเรื่อง 'เอกสารหลุด' ทั้งที่มาการตรวจสอบมีใบสั่งทางการเมือง หรือเป็นทฤษฎีสมคบคิด ในห้วงที่มีการเสนอแก้ไขกฏหมายสื่อสาธารณะ หรือจากความโกรธแค้นการทำข่าวของ ไทยพีบีเอส เรื่องข่าวตึก สตง.ถล่ม หรือไม่
ทาง สตง.เตรียมการมาดี ตอบได้ทุกคำถาม แต่คนจะเชื่อถือหรือไม่ ก็เป็นเรื่องหนึ่ง เพราะในทางความน่าเชื่อถือขององค์กร ต้องยอมรับว่า สตง.หมดความน่าเชื่อถือไปแล้วจากเหตุตึกถล่ม ที่ไม่เคยออกมาชี้แจงปัญหาของตัวเอง อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เกิดวิกฤต มาจนถึงวันนี้กว่า 1 ปี สตง.ก็ไม่เคยนัดสื่อมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวแบบนี้มาก่อน
แต่ในแง่การตรวจสอบการใช้เงินแผ่นดินของไทยพีบีเอส เป็นหน้าที่ของ สตง.ที่หาก สตง.ทำหน้าที่ตรวจสอบได้ดีเหมือนกรณีอื่น ก็คงจะมีคนพร้อมเชื่อ สตง.มากกว่านี้
ซึ่งนั่น เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบ และรอพิสูจน์ว่า การที่เอกสารหลุดไปถึงมือสื่อ ก่อนถึงไทยพีบีเอส นั้น เป็นความจงใจปล่อยข่าว เพื่อสร้างกระแส เพิ่มยอดโหวตให้เห็นด้วยกับแก้ไขกฏหมายไทยพีบีเอส ตอบสนองฝ่ายการเมืองที่เสนอแก้ไขกฏหมายนี้หรือไม่
เรื่องนี้ ต้องรอดูว่าคณะกรรมการตรวจสอบของ สตง.จะหาตัวมือปล่อยข่าวได้หรือไม่ ซึ่งดูทรงอาจจะหาไม่ได้ และหาได้อาจไม่ผิด เพราะ สตง.อ้างว่า เอกสารที่หลุดไปที่สื่อยังไม่ตีตราลับ !!
มาที่การแถลงข่าวของ 'ไทยพีบีเอส' ในวันนี้ !!
ยอมรับว่า 'ผิดหวัง' ที่ผู้นำการแถลงข่าววันนี้ ไม่มี ผู้อำนวยการไทยพีบีเอส เพราะในภาวะวิกฤตของไทยพีบีเอสในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังไม่เห็น ผู้บริหารไทยพีบีเอส ออกแถลงข่าวอย่างเป็นทางการกับสื่อมวลชน
แม้ใบแจ้งแถลงข่าวที่ออกมาเมื่อคืนนี้จะระบุว่าผู้แถลงจะเป็นรองผู้อำนวยการ 2 ท่าน แต่หลังการแถลงข่าวของ สตง. สื่อก็คาดหวังเช่นเดียวกันว่า การมาฟังแถลงข่าวครั้งแรกของ ไทยพีบีเอส ควรต้องได้ฟังจากปากของผู้บริหารตัวจริง เพราะคุณค่าข่าวต่างกัน
ส่วนตัวจึงคิดว่า การชี้แจงของ ไทยพีบีเอส วันนี้ ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน โดยเฉพาะกรณีการตรวจสอบตัวเอง ตามที่ สตง.กล่าวหา !!! เอาแค่คำถามของเราว่า ไทยพีบีเอส จะทำการสอบสวนในประเด็นการว่าจ้างผู้ผลิตรายการแบบเฉพาะเจาะจง และค่าตอบแทนพิธีกรฯ ไม่เป็นไปตามกฏหมายอย่างไร ก็ไม่มีคำตอบ และเราคิดว่า คำตอบพวกนี้ควรมาจาก ผอ.ไทยพีบีเอส
เข้าใจดีว่า ไทยพีบีเอส มองว่า การถูกตรวจสอบครั้งนี้มีความผิดปกติทางเมือง ไม่ผิดที่ไทยพีบีเอส จะเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเองได้ แต่ต้องไม่ลืมที่จะต้องให้ความสำคัญกับประเด็นที่ถูกตั้งคำถามจากสังคม ที่อาจต้องคิดให้มากไปกว่าการรู้สึกว่าเป็นการโจมตีจากขบวนการไอโอ หรือกลุ่มคนที่อิจฉา หรือการถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง เพราะนั่นจะกลายเป็นจุดอ่อนของไทยพีบีเอส ทันที
ในฐานะสื่อด้วยกัน เราได้ยืนยันไปก่อนหน้านี้แล้วว่า ไม่เห็นด้วยหากจะมีการแก้ไขที่มางบประมาณของไทยพีบีเอส ให้มาจากงบประมาณของรัฐ เพราะจะไม่ใช่สื่อสาธารณะอีกต่อไป
แต่ในความเป็น สื่อสาธารณะ ของไทยพีบีเอสที่ผ่านมา ต้องยอมรับด้วยว่า สังคมส่วนใหญ่ อาจจะมีทั้งชื่นชอบผลงานของไทยพีบีเอส และไม่ชื่นชอบ หรือไม่เห็นว่า ไทยพีบีเอส มีความเป็นสื่อสาธารณะที่แท้จริงหรือไม่
ที่ผ่านมา เราก็ได้ยินเสียงเล่าอ้าง ถึงความไม่โปร่งใส หรือระบบการบริหารภายในไทยพีบีเอส อย่างที่มีการเปิดเผยกันมามากพอสมควร คงไม่ต้องมาขยายความในเรื่องนี้ เพราะในฐานะเพื่อน เราคาดหวังที่จะเห็น ไทยพีบีเอส ชี้แจงข้อกล่าวหาต่างๆอย่างกล้าหาญ
เราจึงอยากเห็น ไทยพีบีเอส แก้ปัญหาการสื่อสารในภาวะวิกฤตได้ดีกว่านี้ ทั้งความมีเอกภาพภายใน การมองเห็นหัวคนตัวเล็กตัวน้อย ผู้ปฏิบัติงาน ที่เขาไม่เคยได้รับอภิสิทธิ์ หรือค่าตัว หรือการดูแล เหมือนคนที่มีแม่เหล็ก
หากอยากให้องค์กรไปต่อ เรายังคิดว่า สังคมอาจจะคาดหวังที่จะเห็น ไทยพีบีเอส ใช้โอกาสนี้ แสดงสปิริต การเป็นสื่อสาธารณะ ปรับปรุงตัวเอง และยอมรับการตรวจสอบ
อย่าเดินรอยตาม สตง.ปล่อยให้ความน่าเชื่อถือลดน้อยถอยลง !!!