โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘อนุทิน’ ซัดข่าวมหาดไทยบีบ กทม. จ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม เป็นการหวังผลทางการเมือง

The Reporters

อัพเดต 26 ต.ค. เวลา 11.09 น. • เผยแพร่ 26 ต.ค. เวลา 11.09 น.

นายกฯ ขอ กทม.แจงปมจ่าย 200 ล้านสมทบ ปภ.เยียวยาคนกรุงฯ มองมุ่งประสงค์ร้ายทางการเมือง ชี้หากแจงเองอาจถูกมองกระทืบซ้ำ ส่วนการเรียกคืนเยียวยาบ้านพักข้าราชการเป็นเรื่องยาก หากไม่ได้ให้หักจากเงินเดือนต้นสังกัด ด้านผู้ว่าฯ ชัชชาติโอดเงิน กทม.วิกฤต เงินงบกลาง กทม.ดูแลทั้งปีเหลือ 28 ล้าน พร้อมขอนายกฯ เท่าที่จ่ายไป ก่อนนายกฯ ให้ ปภ.-กทม.หารือกัน หวั่นประชาชนได้รับเงินเยียวยาล่าช้า

วันนี้ (26 ต.ค. 69) ที่ห้องประชุมราชสีห์ กระทรวงมหาดไทยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยได้ชี้แจงถึงการใช้เงินสมทบเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ 200 ล้านบาท ในระหว่างที่เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทยว่าการประชุมครั้งนี้มีผู้ว่าราชการ กทม.รวมไปถึงผู้บริหารร่วมด้วย ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยต้องร่วมมือกับทาง กทม.ในเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน หาข้อสรุปกันให้ได้ เพราะมีผู้ประสงค์ร้ายมาให้ข่าวเสมอ ๆ ว่าเงินเยียวยาหมดแล้ว หรือได้รับการอนุมัติเพียง 5,000 ล้านบาท ที่เหลือไม่มี ต้องไปขออนุมัติใหม่ 10,000 ล้านบาท และล่าสุดตนอ่านข่าวมโนสาเร่เข้ามาว่ามหาดไทยเข้ามาบีบ กทม.ให้จ่ายเงิน 200 ล้านบาท

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนคิดว่าต้องขอความกรุณาผู้ว่าราชการจังหวัดและทีมบริหารช่วยกระทรวงมหาดไทย เพราะถ้าพวกตนไปแก้ข่าวเองก็ถูกกล่าวหาว่าไปกระทืบซ้ำทางการเมือง แต่ว่าเขาพยายามจะหาเรื่องเข้ามาเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของทั้งรัฐบาลและ กทม. เป็นเรื่องที่มุ่งหวังประสงค์ร้ายทางการเมือง เพราะด้วยเนื้อหาและวุฒิภาวะของผู้ที่พูดก็ได้อยู่แค่นี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า อยากจะเรียนว่าจะต้องมีการชี้แจงการที่เขาพูดมาว่างบฯ ที่เตรียมเอาไว้สำหรับใช้จ่ายน้ำท่วมหมดแล้ว มันหมดไม่ได้เพราะงบฯ นี้อยู่ในงบกลางของสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อมีอุทกภัย อุบัติภัยอะไรก็แล้วแต่ที่เข้าข่ายเข้าเกณฑ์ที่จะต้องใช้งบกลาง นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้อนุมัติในการใช้งบนี้หากเกิน 100 ล้านบาท ก็จะต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ก็จะไม่มีวันที่จะไม่พอหรือหมด และนอกจากนี้ยังมีงบประมาณที่ในแต่ละหน่วยงานได้สำรองไว้อยู่แล้ว ทั้งในรูปแบบของกระทรวง จังหวัด หรือแม้กระทั่ง กทม.ก็มีกฎระเบียบไว้อย่างชัดเจนว่าจะต้องเกิดเหตุก่อนจึงสำรวจความเสียหายและดำเนินการ แต่จากนี้เป็นต้นไปเรื่องของการเยียวยาจะอยู่ในครอบคลุมของประกันภัย ส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทยหลัก ๆ ก็จะเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟู พัฒนาซ่อมแซม ในส่วนที่เป็นของหลวงเนื่องจากในประกันภัยครอบคลุมความเสียหายของทรัพย์สินและบ้านเรือนด้วย ซึ่งภาระหนักของเราจากนี้ไปคือเรื่องของการสำรวจให้เกิดความชัดเจน ซึ่งตนได้เคยมอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองรับทราบว่าหากตนเป็นบริษัทประกันภัยก็จะตีอีกราคาหนึ่ง แต่หากเป็นชาวบ้านก็อยากได้อีกราคา ซึ่งกรมโยธาฯ ในฐานะรับผิดชอบเรื่องโครงสร้าง ช่าง และหลักวิศวกรรม ต้องมานั่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางชี้ขาดด้วยหลักวิชาการ เพื่อให้การเยียวยาได้รับการอนุมัติเร็วขึ้น

ส่วนงบประมาณที่ตั้งเผื่อไว้ 4,700 ล้านบาท มีงบกลางของสำนักนายกรัฐมนตรีเหลือใช้อยู่ประมาณ 4,700 ล้านบาท เมื่อก่อนสิ้นปีงบประมาณ 2569 อุทกภัยก็เกิดในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายนคือสิ้นปีงบประมาณพอดี ปกติเหลือเท่านี้ตนก็จะเร่งให้โอนคืนไปยังกระทรวงการคลังเพื่อไปใช้หนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส.แต่มีน้ำท่วมเกิดขึ้นในช่วงเดือนกันยายนจึงไม่ได้โอนเงินนี้คืนกลับไป จึงสามารถใช้เงินนี้ในการเยียวยาในช่วงต้นเดือน และเมื่อไม่พอก็ได้มีการนำเสนอจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้ง 3 คน และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือ ปภ.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาวงเงิน 10,500 ล้านบาท เพื่อที่จะมาจ่ายเยียวยาประชาชน สำหรับใครที่เกิดขึ้นถึงวันที่ 30 กันยายน เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องของการดำเนินการตามปกติไม่ใช่เป็นเรื่องการขาดแคลนซึ่งงบประมาณ หรือไม่ได้ตั้งเอาไว้เพราะไม่มีใครสามารถคาดเดาล่วงหน้า และงบกลางของสำนักนายกรัฐมนตรีก็มีไว้ใช้ในการนี้อยู่แล้ว ไม่ใช่ว่ากระทรวงมหาดไทย ซึ่งในงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยไม่ได้มีระบุเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ และหากถึงเกณฑ์ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้ประกาศ เมื่อเป็นพื้นที่ประสบภัยผู้ว่าก็สามารถอนุมัติใช้งบประมาณได้ไม่เกิน 50 ล้านบาท แต่หากยังไม่พอก็ขยายเป็น 100 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติปกติ ซึ่งงบนี้ไม่ใช่ว่าต้องมาเบิกกับกองคลังของกระทรวงมหาดไทย แต่จะเป็นการเบิกจากงบกลางอยู่ดี

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ขอให้พูดถึงเรื่องนี้หากเงียบไปหมดเลยก็จะกลายเป็นคนที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจมาพูดตักตวงประโยชน์จากการให้ข่าว ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดต่อรัฐบาล ให้เขาแสดงตนเหมือนเป็นผู้มีความรู้แต่ไม่มีความรู้จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงให้เกิดความกระจ่างเพราะคนที่รับผิดชอบต่อประชาชนคือพวกท่าน เพราะคนที่เอามาพูดไม่มีสิทธิ์ไม่มีอำนาจอะไร ขอให้มีความชัดเจนตรงนี้จะได้ช่วยกันทำงาน พอมีการทักอะไรกันขึ้นมาต่างคนก็ต่างกลับไปดูว่ามีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า จริง ๆ ไม่มีเพราะเราทำตามกระบวนการและขั้นตอน แทบจะไม่ต้องคิดเองเพราะมีการเขียนหลักปฏิบัติชัดเจน แต่สิ่งที่เราต้องการคือความแม่นยำ อย่างการสำรวจเขียนว่าให้เป็นรายครัวเรือนก็ต้องเป็นรายครัวเรือนจริง ๆ ติ่งครัวเรือนไม่ได้ เรื่องเงินไม่ใช่เรื่องประเด็นแต่ประเด็นคือการสร้างความเท่าเทียม

ส่วนการเรียกเงินเยียวยาคืนของบ้านพักข้าราชการ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เมื่อจ่ายไปแล้วจะเรียกคืนตนว่ายาก ไม่ต้องเรียกคืนหากเขาไม่เข้าเกณฑ์และเขาไม่คืนมาเราก็ต้องใช้วิธีหักลบกลบหนี้ เป็นบ้านพักข้าราชการได้สิทธิ์นั้นไปก็ต้องไปดำเนินการเอามาคืนถ้าไม่คืนก็ต้องแจ้งกองคลังของหน่วยงานสังกัด เมื่อเขาทำผิดระเบียบความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ เวลาเข้ามาก็อยากจะจ่ายความเสียหายให้เร็วที่สุด แต่เมื่อไม่เข้าเกณฑ์เราก็ต้องดำเนินการ และเรามีความชอบธรรมที่จะดำเนินการอยู่แล้ว จึงขอฝากผู้ว่าฯ กทม.หารือร่วมกันได้ใน

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในเรื่องเงินเยียวยาพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทางผู้ว่าฯ กทม.ไม่มีเงินสำรอง 50 ล้านเหมือนที่อื่น ซึ่งเงิน 50 ล้านอยู่ที่อธิบดี ปภ.เป็นผู้ดำเนินการ เรื่องเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจะมาจาก 2 ส่วน คืองบกลางที่ผู้ว่าฯ มีอำนาจใช้ในกรณีฉุกเฉิน 400 ล้านบาท ใช้ไปแล้ว 372 ล้านบาท ช่วยผู้ประสบภัยโดยตรง 162 ล้านบาท จำพวกถุงยังชีพ อาหารต่าง ๆ และอีก 210 ล้านบาท โอนไปสมทบ ปภ.ในกรณีเงินเยียวยา 5,000 บาทและ 9,000 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งงบกลางที่จะเหลือใช้ของ กทม.ตอนนี้เหลือเพียง 28 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินเกินดุลที่เก็บมาใช้หนี้ BTS ไป 70,000 กว่าล้าน ซึ่งเหลือน้อยมาก หากคิดถึงหนี้เก่าแล้วเหลือเงินอยู่เพียง 1,420 ล้านบาท เจียดมาจะเข้าสภา กทม.ในวันพุธนี้ เพื่อนำไปจ่ายซ่อมบ้านเรือนของประชาชน 1,139 ล้านบาท ซึ่งเงินเหลือจริง ๆ เพียง 281 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่เหลืออยู่ในธนาคารสามารถใช้ได้ หากมีอะไรฉุกเฉินในอีก 1 ปีข้างหน้า หรือว่าสถานการณ์การเงินของ กทม.ค่อนข้างวิกฤต งบกลางเหลือเพียง 28 ล้านและเงินสมทบจ่ายขาดที่จะเอาไปใช้ได้เหลือ 281 ล้านบาท ส่วนเงินที่จะนำไปใช้เยียวยาประชาชนทั้งหมด 1,511 ล้านบาทที่มาจากเงินของเราเอง

นายชัชชาติยังกล่าวกับนายกรัฐมนตรีว่า ในส่วนของ กทม.ในเรื่องเงินเยียวยา เราขอเท่าที่ให้ไปแล้ว 210 ล้านบาท

จากนั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทั้ง 2 หน่วยงาน (กทม.และ ปภ.) จะต้องไปประชุมกัน โดยให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและปลัดกระทรวงมหาดไทยร่วมประชุมด้วย ถ้ามีเหตุมีผลตนได้หมด ซึ่งเงินก็วนเวียนอยู่ตรงนี้ แต่ทั้งสองหน่วยงานต้องหาข้อตกลงกันให้ได้ เพราะถ้าหากยังเกี่ยงกันเงินก็จะให้กับประชาชนช้าลง โดยต้องเร่งประชุมและหาข้อสรุป ซึ่งตนได้จัดการในส่วนของตนไปแล้ว

ในระหว่างนั้นนายชัชชาติได้กล่าวแทรกว่า ตนมีอีกเยอะที่ต้องไปซ่อมแซม ก่อนกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...