วิบากกรรม กกต.”ฮั้ว สว.”เป็นเหตุ คดี 157 ตามมารัวๆ
จากกรณี กกต.จะมีมติ ส่งฟ้องคดี ฮั้ว สว. 77 ราย จากทั้งหมด 229 ราย ตามที่อนุกรรมการชุดที่ 26 เห็นควรส่งศาล โดยที่บิ๊กเนม บิ๊กบอส แกนนำพรรคการเมืองดังรอดหมดได้สร้างวิกฤตศรัทธาต่อ องค์กร "กกต." และกระทบชิ่งไปถึงรัฐบาลอยู่ไม่น้อย
แต่นอกจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ที่มีต่อ กกต. และรัฐบาลอย่างรุนแรงแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ตามมาเป็นเงาตามตัว คือคดีความ ที่จะเอาผิดต่อ กกต.ทั้ง 7 คน ตามที่พรรคฝ่ายค้าน และ สว.สำรอง ผู้เสียประโยชน์โดยตรงเคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้
นักวิชาการ นักกฏหมาย และอดีต สว.หลายคน ตั้งข้อสังเกตุเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. หลัง กกต.มีมิตส่งฟ้องแค่ 77 คน ตัดตอนการเอาผิดบุคคลผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการโกงเลือก สว.ครั้งนี้ ว่ามีอย่างน้อย 5 พิรุธใหญ่ที่ประชาชนรอให้ศาลไต่สวนหาความจริง 1.เหตุใดจึงไม่ตาม "เส้นเงิน" ไปถึงต้นทาง "เมื่อพบการโอนเงินเชื่อมโยงข้ามจังหวัด เหตุใดมติ 4 ต่อ 3 จึงทำให้การตรวจสอบหยุดลง ใครเป็นผู้จ่าย ผู้สั่งการ และเงินมีวัตถุประสงค์ใด", 2.เหตุใดพยานสำคัญจึงกลับคำให้การ คำให้การครั้งแรกกับครั้งหลังแตกต่างกันเพราะเหตุใด มีใครชักจูง กดดัน หรือให้ประโยชน์หรือไม่ และข้อเท็จจริงส่วนใดยืนยันได้ด้วยหลักฐานอื่น,3.โพย–โทรศัพท์–พิกัด–คะแนน เชื่อมกันเป็นระบบหรือไม่
ข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงเหตุการณ์รายบุคคล หรือสะท้อนการจัดตั้ง และควบคุมคะแนนเป็นเครือข่ายเดียวกัน, 4.เหตุใดสำนวนขนาดใหญ่จึงเหลือผู้ถูกส่งศาลเพียง 77 คน จากผู้ถูกร้อง 427 คนและเอกสารกว่า 75,000 หน้า เหตุใดจึงส่งศาลเฉพาะ 77 คน เป็น ส.ว. 26 คน และผู้ที่อาจเป็นต้นทาง หรือผู้บงการถูกตัดออกด้วยหลักฐานและเหตุผลใด, 5.เหตุใดเสียงข้างมากกับเสียงข้างน้อย จึงประเมินหลักฐานต่างกันมาก เมื่อ กกต.เสียงข้างน้อยเห็นว่าหลักฐานบางส่วนมีน้ำหนักเพียงพอดำเนินคดี ศาลควรได้เห็นความเห็นทั้งสองฝ่าย และสำนวนทั้งหมด เพื่อวินิจฉัยว่าการเลือก ส.ว.สุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่
ทั้งหมดนี้คือสารตั้งต้นที่ทำให้ กกต.ต้องเผชิญกับวิบากกรรมการฟ้องร้องเอาผิด ในฐานความผิดละเว้น หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 โดย ก่อนหน้านี้ หลัง กกต.มีมติ ส่งฟ้อง 77 คน "ภัทรพงศ์ ศุภักษร" หรือ "ทนายอั๋น บุรีรัมย์" ได้ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต.ขอให้เสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การเลือก สว.ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ และควรเป็นโมฆะหรือไม่ เพราะข้อเท็จจริงในขณะนี้ชัดเจนจนยุติแล้ว ว่า ในกระบวนการการเลือก สว. มีการจัดทำโพย และมีการดำเนินคดีกับคนในโพยจริง ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107
"ทนายตั้ม" หรือ "ษิทรา เบี้ยบังเกิด" ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ ให้ดำเนินคดีกับ กกต. ชุดใหญ่ ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 พร้อมขอให้เรียก 4 พยานปากสำคัญ ตรวจสำนวนของ DSI-กกต.และจี้ให้กองปราบ รวบรวมหลักฐาน ก่อนส่ง ป.ป.ช.ตามขั้นตอนอย่างเร่งด่วนที่สุด
และล่าสุดวันนี้ พรรคประชาชน นำโดย"ณัฐพงษื เรืองปัญญาวุฒิ-พริษฐ์ วัชรสินธุ"ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อให้ไต่สวน และดำเนินคดีกับ กกต.ในคดีฮั้ว กรณีมติของ กกต.เป็นมติที่ไม่ชอบ เข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 234, พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญมาตราว่าด้วย ป.ป.ช.มาตรา 172, พ.ร.ป.กกต. มาตรา 69 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157
เช่นเดียวกัน ม็อบของ"สนธิ ลิ้มทองกุล" ก็ได้ กดดัน กกต.ยื่นหนังสือขอให้ทบทวนมติ ในคดีการตรวจสอบทุจริตการเลือก สว. โดยอ้าง มาตรา 62 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ที่กำหนดไว้ว่า ภายหลังการประกาศผลการเลือก สว.หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสิทธิเลือกตั้ง รวมถึง มาตรา 226 ของรัฐธรรมนูญ ที่รองรับอำนาจหน้าที่ของ กกต. ในการส่งเรื่องให้ศาลฎีกาวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือการเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ไม่สุจริต
ทั้งหมดนี้ คือวิบากกรรม ในเบื้องต้น ที่ กกต.กำลังต้องเผชิญ หลัง มีมติ สั่งฟ้อง ฮั้ว สว.แค่ 77 คน รวมถึง อาจโดนเพิ่ม จากกรณีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ซึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยชี้ขาดในวันที่ 28 ก.ย.นี้ด้วย ซึ่งในอดีต "พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ" ประธาน กกต. และ ปริญญา นาคฉัตรีย์ กรรมการ กกต. เคยถูกศาลพิพากษาจำคุก จากคดีจัดเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมายผิด ม.157 มาแล้ว ส่วนฮั้ว สว.จะซ้ำรอยหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป…
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews