โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ศาลฎีกาฯ นัดไต่สวนคดี ‘แดง กองมา’ สมัคร สว.ผิดกลุ่ม 24 พ.ย.นี้ ‘สมชัย-ยิ่งชีพ’ เตรียมเบิกความ

เดลินิวส์

อัพเดต 6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 20.58 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ศาลฎีกาฯ ตรวจหลักฐานคดี สว.สำรอง ยื่นร้อง

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ศาลฎีกา สนามหลวง ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งนัดตรวจพยานหลักฐานครั้งที่ 2 ในคดีหมายเลขดำ ลต สว 10/2569 ที่ นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้พิจารณาและมีคำสั่งตามมาตรา 44 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561 กับการลงสมัคร สว. ผิดกลุ่มอาชีพ ของผู้สมัครจากจังหวัดอำนาจเจริญ 2 คน ได้แก่ นางแดง กองมา สว. และนายสมพาน พละศักดิ์ สว. ซึ่งระบุอาชีพค้าขายหมูสด และขายก๋วยเตี๋ยว

โดยตามที่ผู้ร้องระบุ อาชีพดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่ม 19 ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพอิสระหรือค้าขาย แต่กลับได้รับการรับรองให้เป็น สว. ในกลุ่ม 10 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่น

โดยขอเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เกี่ยวข้องในประเด็นดังกล่าว

ภายหลังตรวจหลักฐานเสร็จ นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ต่อสู้และพยายามให้พี่น้องประชาชนสิ้นความสงสัยคดีเกี่ยวกับ สว. จนนำมาสู่ศาลฎีกาได้ โดยในวันนี้เป็นการนัดตรวจพยานหลักฐานคดีเกี่ยวกับคุณสมบัติการลงสมัครของ นางแดง และนายสมพาน ซึ่งได้มีการเลื่อนมา 1 ครั้ง เพื่อส่งคำคัดค้านเพิ่มเติม โดยวันนี้ทางผู้คัดค้านส่งเรื่องให้ศาลเพื่อขอเลื่อน โดยอ้างว่ากำลังมีคำวินิจฉัยและคุณสมบัติตลอดจนผู้ร้องมีอำนาจร้องหรือไม่และสามารถยกคำร้องของ กกต. ที่มีมติยกคำร้องไปแล้วหรือไม่ หลังจากที่ฝ่ายผู้คัดค้านยื่นคำร้องต่อศาล ทางศาลมองว่าทางผู้ร้องยังไม่ทันได้ยื่นเรื่อง ไม่มีข้อมูลว่าจะยื่นช่วงใด ศาลจึงได้ยกคำร้องของ กกต.

นายอัครวัฒน์ กล่าวอีกว่า เราพยายามนำข้อเท็จจริงตลอดจนพยานหลักฐานทั้งพยานเอกสารและพยานฝ่ายบุคคลเข้ามาสู่คำร้องนี้โดยมีพยานทั้งหมด 11 ปาก ให้ศาลได้รับทราบก่อนได้รับอนุญาตให้สืบพยานบุคคล 4 ปาก และพยานเอกสารอื่นๆ ทางเราจะมีหมายเพื่อขอเอกสารอื่นมาประกอบ และตนอยากสื่อไปถึงประชาชนว่าเรื่องคดีโกง สว. ถือว่าเป็นมหากาพย์ที่สร้างความเสียหายให้ประเทศ ถ้าไม่รีบดำเนินการผ่านกระบวนการยุติธรรมก็จะส่งผลเสียให้ลุกลามไปยังองค์กรอื่น เหมือนกับที่ กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 ยื่นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างคำตัดสินของศาลฎีกาซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นมาก่อน ส่วนนี้ตนจึงมองว่าจำเป็นต้องนำข้อเท็จจริงมาให้ประชาชนรับทราบว่าบ้านเมืองมีกระบวนการยุติธรรมไม่ว่าฝ่ายใดจะมีความเห็นแย้ง สุดท้ายก็ต้องมาจบที่ศาลฎีกา และในวันนี้ตนต้องบอกไปอีกว่า กกต. พยายามขยายเวลาไปจนเดือน ม.ค. เพื่อให้สืบพยาน แต่ทางศาลอยากเร่งรัดให้คดีนี้เสร็จโดยเร็วจึงมีการนัดสืบพยานฝ่ายผู้ร้องในวันที่ 24 พ.ย. และฝ่ายผู้คัดค้านในวันที่ 8 ธ.ค.

เมื่อถามถึงประเด็นที่ กกต. ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นอำนาจศาลฎีกาในการรับคดีไว้วินิจฉัยหรือไม่ ที่ผ่านมาเคยมีประเด็นนี้หรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ในส่วนนี้เป็นการพยายามใช้สิทธิของ กกต. ในการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าคำวินิจฉัยของ กกต. สิ้นสุดแล้ว ซึ่งในส่วนนี้ศาลรัฐธรรมนูญคงต้องพิจารณาจากมาตรา 120 วรรค 2 เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยการทำหน้าที่ของศาลอื่นได้หรือไม่ ซึ่งในตัวรัฐธรรมนูญไม่มีการกล่าวถึง มีเพียงระบุไว้แค่ว่าศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่วินิจฉัยหน่วยงาน 5 หน่วยงานได้แก่ สส. สว. รัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และองค์กรอิสระ ไม่มีศาล ซึ่งอยู่ที่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องตั้งแต่เริ่มต้นหรือไม่ แต่ตนมองว่ามีแนวโน้มที่จะไม่รับคำร้อง ส่วนคดีวันนี้ในบัญชีพยานหลักฐานที่เป็นพยานบุคคลจากพยานผู้ร้องที่เสนอไป ทีแรกศาลมีการตั้งข้อสงสัยกับพยานบางปากได้แก่ตนและนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ที่จะมาเป็นพยานให้ผู้ร้องมีความจำเป็นหรือไม่ แต่ศาลก็อนุญาตให้นำบุคคลทั้ง 2 เพราะทางฝ่ายทนายได้ชี้แจงเหตุผลเพราะเป็นประเด็นเบิกความเกี่ยวกับเรื่องคุณสมบัติการลงสมัคร สว. อีกส่วนที่ถือเป็นเรื่องดี คือการเร่งรัดคดีนี้ที่แต่เดิมทางฝ่าย กกต. ขอเลื่อนออกไปถึงช่วงเดือน ม.ค. 70 แต่ศาลจะเริ่มไต่สวนภายในวันที่ 24 พ.ย. นี้เลย ถือว่ารวดเร็วและศาลจริงจังกับเรื่องนี้ และคาดว่าน่าจะมีการพิพากษาภายในเดือน ธ.ค. 69 ส่วนการตีกรอบขอคำพิพากษาศาลตีกรอบไว้ 3 ส่วน คือ ศาลมีอำนาจในการพิจารณาคดีนี้หรือไม่, ผู้สมัครมีปัญหาสมัครผิดกลุ่มหรือไม่ ซึ่งส่วนนี้จะต้องดูข้อเท็จจริง หลักฐานการสมัคร กฎเกณฑ์การรับสมัคร และศาลจะมีคำพิพากษาอย่างไรต่อการเพิกถอนคำวินิจฉัยของ กกต. และคุณสมบัติของ สว. 2 คน และเพิกถอนคำสั่งของ กกต. และเพิกถอนบุคคลที่เป็น สว. หรือไม่

นายสมชัย กล่าวอีกว่า มีกรณีที่ สว. ถูกร้อง 5 คน มีผู้ร้องที่เป็นคดีที่ศาลรับแล้ว 3 คดีในกลุ่มที่ สว.สำรอง มาร้อง และยังมีผู้ร้องอีกจำนวนหนึ่งไม่น้อย โดยอยู่ในขั้นตอนว่าจะรับเป็นคดีหรือไม่

ด้านนายธงชัย พรเศรษฐ์ หัวหน้าทนายความของกลุ่มผู้ร้อง กล่าวด้วยว่า มีพยานผู้ร้องที่จะนำสืบ 4 ปาก และพยานเอกสารอีกจำนวนหนึ่ง โดยไต่สวนพยานผู้ร้องในวันที่ 24 พ.ย. ทั้งหมด 4 ปาก โดยพยานเหล่านี้ศาลพิจารณาแล้วมีความสำคัญในเนื้อหาของคดี และค่อนข้างมั่นใจว่าภายในเดือน ธ.ค. นี้ จะทราบผลคำพิพากษาที่จะตอบข้อสงสัยของสังคมอย่างแน่นอน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...