โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘A Century of TUDOR’ เปิดประวัติศาสตร์ 1 ศตวรรษ เบื้องหลังเรือนเวลาคู่ใจ ‘เหล่าผู้กล้า’ [Advertorial]

THE STANDARD

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
‘A Century of TUDOR’ เปิดประวัติศาสตร์ 1 ศตวรรษ เบื้องหลังเรือนเวลาคู่ใจ ‘เหล่าผู้กล้า’ [Advertorial]

รู้หรือไม่ว่านาฬิกาของแบรนด์ TUDOR เคยอยู่บนข้อมือของนักบิน นักดำน้ำที่ลงไปในความมืดใต้ทะเล นักสำรวจที่เดินฝ่าความหนาวติดลบห้าสิบองศาที่กรีนแลนด์ ไปจนถึงทีมกู้ภัยที่ไปรอรับนักบินอวกาศตอนแคปซูล Apollo ตกลงสู่มหาสมุทร

ประเด็นสำคัญ

  • Born to ‘TUDOR’
  • สัญลักษณ์ที่เปลี่ยนไปตามยุค จาก T ยาวถึงดอกกุหลาบ
  • การเดินทางของ Ranger
  • บทพิสูจน์จากสมรภูมิจริง
  • การสำรวจกรีนแลนด์ (1952–1954)
  • แคมเปญ Trial of Destruction
  • ความร่วมมือทางการทหารและภารกิจกู้ภัย
  • กองทัพเรือฝรั่งเศส
  • กองทัพเรือสหรัฐฯ และภารกิจ Apollo
  • Project Commando สู่ Black Bay P01
  • ตำนานนักบินหญิงชาวอิตาลี
  • การบุกเบิกนาฬิกาจับเวลาและโลกความเร็วในยุค 1970s
  • ความหรูหราคลาสสิกของรุ่น Le Royer
  • Tiger Woods แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก
  • การปฏิวัติแบรนด์ ยุคสมัยใหม่ และโรงงาน Le Locle
  • สายสัมพันธ์อันยาวนานกับประเทศไทย

เรื่องราวบนหน้าประวัติศาสตร์เหล่านี้ถูกเล่าอีกครั้งโดย Cole Pennington ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และสื่อสารองค์กรจาก TUDOR ในงานเสวนา “A Century of TUDOR” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Siam Paragon Bangkok Watch Week ณ ลาน Parc Paragon ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา

“งานผมคือการค้นคว้าคลังเอกสารประวัติศาสตร์ คืนนี้ผมได้นำข้อมูลที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนมาแสดงให้ทุกคนดูเป็นครั้งแรก” Cole กล่าว

เขาพาทุกคนย้อนเส้นทางตลอดหนึ่งศตวรรษของแบรนด์ ผ่านจิตวิญญาณ Born to Dare ที่ร้อยเรียงเรื่องราวของประวัติศาสตร์ ผู้คน และเรือนเวลาเข้าด้วยกัน

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 1

Born to ‘TUDOR’

เรื่องราวของ TUDOR เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1926 เมื่อ Hans Wilsdorf ชายผู้เบื้องหลังความสำเร็จของ Rolex ได้มอบหมายให้บริษัท ‘Veuve de Philippe Hüther’ ในเจนีวา จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “The TUDOR” และดูแลการบริหารจัดการในนามของเขา

Cole เล่าว่า Hans Wilsdorf มีความหลงใหลและชื่นชมในความแข็งแกร่ง มั่นคง และสง่างามของสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงได้นำชื่อราชวงศ์ทิวดอร์ (House of Tudor) ซึ่งเคยปกครองประเทศอังกฤษในศตวรรษที่ 16 อันเป็นยุคสมัยที่เปี่ยมด้วยความเข้มแข็งทางการเมืองและวัฒนธรรม มาตั้งเป็นชื่อแบรนด์ เพื่อสะท้อนถึงเรือนเวลาที่มีความทนทานและเปี่ยมด้วยเกียรติภูมิ

ภายใต้วิสัยทัศน์ที่กลายเป็น DNA ของแบรนด์มาจนถึงปัจจุบัน นั่นก็คือ “การสร้างนาฬิกาที่บอกเวลาได้อย่างเที่ยงตรงและเชื่อถือได้ ในราคาที่สมเหตุสมผล” หรือ “นาฬิกาที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในราคาที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 2

สัญลักษณ์ที่เปลี่ยนไปตามยุค จาก T ยาวถึงดอกกุหลาบ

ทุกแบรนด์มีเรื่องราวซ่อนอยู่ในโลโก้ TUDOR ก็เช่นกัน

ในยุคแรกปี 1926 Wilsdorf ใช้โลโก้ตัว T แบบยาวครอบตัวอักษรอื่นเอาไว้ เพื่อสื่อถึงการปกป้องคุ้มครอง

ปี 1936 แบรนด์เริ่มผสมสัญลักษณ์รูปโล่เข้ากับดอกกุหลาบ ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ดอกกุหลาบล้วนตั้งแต่ปี 1947 เป็นต้นมา โดยรูปโล่เปรียบเสมือนตัวเรือน Oyster ส่วนดอกกุหลาบ Tudor Rose เปรียบเสมือนตัวแทนของกลไก

ดอกกุหลาบกลายเป็นสัญลักษณ์ที่มีค่าสำหรับนักสะสม เพราะมีความหมายซ่อนอยู่ในคำว่า ‘Sub Rosa’ แปลว่า ‘ภายใต้ดอกกุหลาบ’ ในยุคราชวงศ์ Tudor มีธรรมเนียมว่า หากมีดอกกุหลาบติดอยู่เหนือประตูห้องใด เรื่องที่พูดคุยกันในห้องนั้นจะถูกเก็บเป็นความลับ การรักษาความลับและความรอบคอบจึงกลายเป็นคุณค่าประจำของดอกกุหลาบ Tudor Rose และเป็นปรัชญาที่แบรนด์ยึดถือมาโดยตลอด

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1969 ยุคสมัยที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ทั้งเทศกาลดนตรี Woodstock, ยุค Summer of Love และการส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์เป็นครั้งแรก

ปีเดียวกันนี้ TUDOR ได้เปลี่ยนสัญลักษณ์จากดอกกุหลาบกลับมาเป็น “รูปโล่” เพียงอย่างเดียว เพื่อสะท้อนถึงความแข็งแกร่งทนทาน และกลายเป็นโลโก้ที่ใช้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

การเดินทางของ Ranger

หากมองไทม์ไลน์ทั้งหมด ยุค 1920s คือช่วงก่อตั้งแบรนด์และวางแนวคิด ส่วนตัวนาฬิกาจริงเริ่มปรากฏขึ้นในยุค 1930s

TUDOR เริ่มเปิดตัวสู่ตลาดออสเตรเลียในปี 1932 ซึ่งเป็นจังหวะที่ตอบโจทย์ตลาดอย่างยิ่ง เพราะเป็นช่วงที่โลกกำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) ผู้คนมีงบประมาณจำกัด TUDOR จึงอาศัยจุดแข็งเรื่องความคุ้มค่าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดและสร้างฐานที่มั่นได้อย่างมั่นคง

ในช่วงเวลาเดียวกัน ชื่อ ‘Ranger’ ถูกจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพื่อสะท้อนจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย ความกล้าหาญ และความทนทาน ทว่าในเวลานั้น Ranger ยังไม่ได้เป็นชื่อรุ่นเฉพาะ แต่ใช้เพื่อเสริมแนวคิดของการผจญภัยให้กับนาฬิกาบางรุ่นในคอลเลกชันของ TUDOR

จวบจนถึงปัจจุบัน รุ่น Ranger ยังคงถูกผลิตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยแบรนด์ได้นำชื่อนี้กลับมาผลิตใหม่อีกครั้งในปี 2022 และขยายไลน์อัพเพิ่มเติมด้วยหน้าปัดสีขาวใหม่และตัวเรือน 36 มม. สะท้อนว่า Ranger คือหนึ่งในอัตลักษณ์ที่อยู่คู่กับ TUDOR มาตลอดเกือบ 100 ปี

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 3

บทพิสูจน์จากสมรภูมิจริง

ถ้าอยากรู้ว่านาฬิกาเรือนหนึ่งแข็งแกร่งแค่ไหน วิธีพิสูจน์ที่ดีที่สุดคือการส่งไปเผชิญกับสถานการณ์จริง และนี่คือสิ่งที่ TUDOR ทำมาตลอดประวัติศาสตร์ของแบรนด์

การสำรวจกรีนแลนด์ (1952–1954)

นาฬิการุ่น Oyster Prince ถูกส่งไปพร้อมกับคณะสำรวจกรีนแลนด์เหนือของอังกฤษ (British North Greenland Expedition – BNGE) โดยมอบให้นักสำรวจ วิศวกร และนักบินสวมใส่เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของสารหล่อลื่นสังเคราะห์ชนิดใหม่ภายใต้อุณหภูมิติดลบกว่า 50 องศาเซลเซียส ผู้ปฏิบัติงานจะเทียบเวลากับสัญญาณวิทยุสาธารณะอย่าง BBC และ Radio Australia เพื่อบันทึกความคลาดเคลื่อนรายวัน ถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิส่งผลต่อความเที่ยงตรงในการบอกเวลาอย่างไร

ภารกิจนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของกลยุทธ์สื่อสารหลักของ TUDOR นั่นคือ “ส่งนาฬิกาไปปฏิบัติภารกิจจริง แล้วนำผลลัพธ์มาสื่อสาร”

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 4

แคมเปญ Trial of Destruction

Cole เล่าว่าหลังจากนั้น TUDOR ได้พิสูจน์ความทนทานผ่านสภาวะสุดขั้วในชีวิตจริง ผ่านแคมเปญการตลาด แคมเปญการตลาด ‘Trial of Destruction’ เช่น ให้นักแข่งมอเตอร์ไซค์สวม Oyster Prince ขี่ลุยทางเขาคดเคี้ยว 1,000 ไมล์ในรายการ Monaco International Trophy เพื่อพิสูจน์ว่ากลไกไขลานอัตโนมัติของ TUDOR สามารถทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนมหาศาลตลอดการขี่มอเตอร์ไซค์ทางไกลได้อย่างสมบูรณ์แบบ

หรือการส่งนาฬิกาให้คนงานขุดเจาะถ่านหินใต้ดินลึก 1,000 ฟุต สวมทำงานต่อเนื่อง 252 ชั่วโมง ให้ช่างสกัดหินสวมใช้งานโดยไม่ถอดเลยตลอด 3 เดือน ไปจนถึงการให้ช่างตอกหมุดเหล็กบนตึกสูงและนักเจาะสว่านไฮดรอลิกสวมใส่เผชิญแรงสั่นสะเทือนความถี่สูง

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 5

ความร่วมมือทางการทหารและภารกิจกู้ภัย

บทพิสูจน์ความทนทานของ TUDOR ได้รับการยืนยันผ่านความไว้วางใจจากกองทัพหลายประเทศ

กองทัพเรือฝรั่งเศส

ปี 1956 TUDOR ส่งนาฬิกาน้ำรุ่น Oyster Prince Submariner Ref. 7922 กลไกออโตเมติก และ Oyster Prince Submariner Ref. 7923 ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน Submariner ที่หายากที่สุดในโลก ให้หน่วยศึกษารวมถึงวิจัยใต้น้ำ (G.E.R.S.) ของกองทัพเรือฝรั่งเศส (Marine Nationale) เพื่อประเมินประสิทธิภาพ หลังจากผ่านการทดสอบใช้งานจริงในสถานการณ์ใต้น้ำอย่างเข้มงวด ผู้บัญชาการของหน่วย G.E.R.S. ได้ส่งจดหมายรับรองว่า ระบบกันน้ำของนาฬิกา “สมบูรณ์แบบ” และกลไกทำงาน “ถูกต้องแม่นยำอย่างยิ่ง” จดหมายฉบับนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์อันยาวนานจนถึงรุ่น Pelagos FXD ในปัจจุบัน

กองทัพเรือสหรัฐฯ และภารกิจ Apollo

ในยุค 1960s กองทัพเรือสหรัฐฯ โดยหน่วย UDT หรือ Underwater Demolition Team ซึ่งเป็นหน่วยต้นกำเนิดของ Navy SEALs เลือกใช้ TUDOR Submariner Ref. 7928 เป็นอุปกรณ์ประจำตัว นาฬิการุ่นนี้ยังมีบทบาทสำคัญในภารกิจกู้คืนแคปซูลอวกาศโครงการ Apollo โดยทีมนักประดาน้ำกู้ภัยของกองทัพเรือสหรัฐฯ สวม TUDOR กระโดดร่มลงมหาสมุทรเพื่อเข้าช่วยเหลือและรับตัวนักบินอวกาศ

Project Commando สู่ Black Bay P01

ปี 1967 TUDOR เคยพัฒนาต้นแบบนาฬิกาสำหรับกองทัพเรือสหรัฐฯ เพื่อทดแทน Ref. 7928 โดยมีจุดเด่นคือกรอบหมุนล็อกได้สองทิศทางที่ถอดทำความสะอาดได้ แม้ต้นแบบนี้จะไม่ได้รับเลือกในขณะนั้นเนื่องจากความซับซ้อนในการใช้งานภาคสนาม แต่ TUDOR ได้นำแนวคิดนี้กลับมาปัดฝุ่นและเปิดตัวเป็นรุ่น Black Bay P01 ในปี 2019 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นนการแก้ไขปัญหาเชิงปฏิบัติด้วยเทคโนโลยีกลไก พร้อมตอกย้ำปรัชญาการสร้างนาฬิกาแบบ Tool Watch ที่ยึดถือมาตั้งแต่ต้น

ตำนานนักบินหญิงชาวอิตาลี

ไม่ใช่ทุกเรื่องราวความทนทานของ TUDOR จะผูกอยู่กับสมรภูมิรบเท่านั้น เรื่องที่ทำให้ประวัติศาสตร์มีชีวิตขึ้นมาอีกเรื่องคือของ Marchesa Carina Negrone นักบินหญิงชาวอิตาลีผู้สร้างสถิติบินด้วยเครื่องบินปีกสองชั้นแบบเปิดโล่ง เธอสวม TUDOR ติดข้อมือในทุกกิจกรรม ทั้งการบิน การดำน้ำ และการตกปลา เรื่องราวนี้ถูกค้นพบเมื่อหลานของเธอนำนาฬิกาเรือนดังกล่าวไปเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการของแบรนด์ กลายเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ให้เห็นว่าความทนทานของ TUDOR ทั้งบริบททางการทหารและการใช้งานในชีวิตจริง

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 6

การบุกเบิกนาฬิกาจับเวลาและโลกความเร็วในยุค 1970s

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเริ่มต้นอีกครั้งใน ปี 1970 เมื่อ TUDOR เปิดตัว Tudor Oysterdate Chronograph นาฬิกาจับเวลาเรือนแรก ที่มาพร้อมกลไกไขลาน Valjoux 7734 นักสะสมตั้งฉายาให้รุ่นนี้ว่า “Homeplate” เนื่องจากหลักชั่วโมงบนหน้าปัดมีรูปทรง 5 เหลี่ยมคล้ายเบสที่โฮมในกีฬาเบสบอล ตัวเรือนขนาด 39 มม. ถือว่าใหญ่และดูสปอร์ตมากในยุคนั้น

ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์โลกความเร็วทำให้ TUDOR เริ่มเข้าไปเป็นผู้สนับสนุนมอเตอร์สปอร์ตอย่างจริงจัง ทั้งทีมแข่งรถ Formula ในญี่ปุ่นโดยนักแข่ง Jiro Yoneyama และ Tojiro-san ที่ใช้รถ Porsche 906 รวมถึงการแข่งขัน Macau Grand Prix การแข่งขันบนเซอร์กิตท้องถนนที่อันตรายและมีชื่อเสียงที่สุดในเอเชีย ก็เป็นอีกหนึ่งเวทีที่ TUDOR เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการจับเวลาและสนับสนุนนักแข่ง

ความโดดเด่นของนาฬิกาในยุคนี้คือ งานดีไซน์ที่สนุกและเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ มีการใช้คู่สีที่ตัดกันอย่างรุนแรง เช่น สีส้มสด สีน้ำเงินเนวีบลู และสีเทา บนหน้าปัดของซีรีส์ Monte Carlo Ref. 7100

ความหรูหราคลาสสิกของรุ่น Le Royer

มาถึงยุค 1980s ถือเป็นยุคที่ TUDOR บาลานซ์ระหว่าง “ความหรูหราที่มีสไตล์” กับ “ฟังก์ชัน” ได้อย่างกลมกลืน อย่างรุ่น Tudor Le Royer ตัวแทนของความหรูหราแบบคลาสสิก ตั้งชื่อตามตั้งชื่อตามถนน Rue Le Royer ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ร่วมกับ Rolex ในเจนีวา

ดีไซน์ยุคนี้ฉีกภาพลักษณ์นาฬิกาดำน้ำดุดันในอดีตอย่างสิ้นเชิง ตัวเรือนเน้นความบางเป็นพิเศษ มาพร้อมกับตัวเรือนและสายแบบสองกษัตริย์และหลักชั่วโมงตัวเลขโรมัน นอกจากนี้ยังมีให้เลือกทั้งแบบกลไกไขลานและกลไกควอตซ์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงสุดในยุคนั้น

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 7

Tiger Woods แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก

ชื่อของ Tudor กลับมาอยู่ในบทสนทนาของนักสะสมอีกครั้งในยุค 1990s เมื่อแบรนด์เริ่มแสดงตัวตนผ่านบุคคลที่มีจิตวิญญาณ ‘Born to Dare’

ปี 1997 TUDOR มองเห็น “จิตวิญญาณแห่งความกล้าท้าทาย” ในตัว Tiger Woods นักกอล์ฟดาวรุ่งที่เพิ่งคว้าแชมป์ The Masters เป็นสมัยแรก จึงดึงเขามาเป็นแอมบาสเดอร์คนแรกของแบรนด์

นาฬิกาที่ผูกกับความร่วมมือครั้งนี้คือโครโนกราฟซีรีส์ 79200 ซึ่งรวมถึง Ref. 79260, 79270 และ 79280 นักสะสมเรียกกันว่ารุ่น “Small Block” หรือ Prince Date Chronograph เพราะตัวเรือนถูกปรับโฉมให้เพรียวบางลงและขอบมุมโค้งมนนุ่มนวลกว่าเดิม ต่างจากรุ่น Big Block ยุค 70s ที่หนาและเหลี่ยมอย่างเห็นได้ชัด

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 8

สิ่งทำให้นาฬิการุ่นนี้เป็นหน้าประวัติศาสตร์ คือการสลักคำว่า “TIGER” สีแดงสดไว้บนหน้าปัด ใต้หน้าปัดย่อยตำแหน่ง 12 นาฬิกา บนนาฬิการุ่น Tudor Tiger Chronograph ซึ่งเป็นครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ที่แบรนด์สลักชื่อแอมบาสเดอร์ลงบนหน้าปัดโดยตรง

ความโดดเด่นอีกอย่างคือสีสัน โมเดลนี้เปิดตัวด้วยหน้าปัดสีเหลืองสด พร้อมคู่สีจัดจ้านอย่างแดงเบอร์กันดีและเขียว โดยแต่ละรุ่นจับคู่กับสายหนังสีเดียวกับหน้าปัด สะท้อนความสนุกและความโฉบเฉี่ยวแบบแฟชั่นยุค 90s ที่สืบทอดมาจากนาฬิกาจับเวลายุค 70s ได้อย่างลงตัว

ความร่วมมือระหว่าง Tudor และ Tiger Woods ดำเนินต่อเนื่องจนถึงปี 2003 และทุกวันนี้ Tudor Tiger Chronograph กลายเป็นหนึ่งในนาฬิกาแนว “Neo-Vintage” ที่นักสะสมทั่วโลกตามหา เพราะมันเป็นเหมือนแคปซูลกาลเวลาที่บันทึกทั้งจุดเริ่มต้นของตำนานวงการกอล์ฟ และความกล้าคิดกล้าทำของ TUDOR ไว้ด้วยกัน

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 9

การปฏิวัติแบรนด์ ยุคสมัยใหม่ และโรงงาน Le Locle

ต้นยุค 2000s มีการเปิดตัวนาฬิกาหน้าปัดแบบ California Dial ตัวเลขโรมันครึ่งบนตัวเลขอารบิกครึ่งล่าง ซึ่งกลายเป็นรากฐานดีไซน์ให้รุ่น Monarch ในยุคปัจจุบัน

และในโอกาสครบรอบ 100 ปี TUDOR ได้นำคอลเลกชันนี้กลับมาปัดฝุ่นและปฏิวัติงานดีไซน์ใหม่ทั้งหมดในชื่อ Tudor Monarch ซึ่งจุดเด่นที่น่าสนใจคือ การหยิบเอา California Dial จากยุค 2000s มาใช้เป็นอัตลักษณ์หลักบนหน้าปัด โดยผสมผสานกับความทันสมัยในปัจจุบันได้อย่างลงตัว

ต่อมาในยุค 2010s TUDOR เกิดการ “ปฏิวัติแบรนด์” เพื่อก้าวออกจากร่มเงาของ Rolex อย่างเต็มภาคภูมิ เริ่มจากการเปิดตัว Heritage Black Bay ในปี 2012 พร้อมหน้าปัดทรงโค้ง “Smiley Face” จากนั้นในปี 2016 ได้ปรับมาใช้กลไก In-house ของตัวเอง พร้อมเปลี่ยนสัญลักษณ์บนหน้าปัดเป็น “รูปโล่” และในปี 2017 ได้แต่งตั้ง David Beckham เป็น Global Brand Ambassador พร้อมเปิดตัวสโลแกนระดับโลก “Born To Dare” เพื่อสะท้อนถึงประวัติศาสตร์การสร้างสรรค์นาฬิกาที่พร้อมลุยไปกับบุคคลที่กล้าเผชิญหน้ากับอุปสรรคและสภาวะสุดขั้วในทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ TUDOR ยึดมั่นมาจนถึงปัจจุบัน

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 10

ด้านการผลิต TUDOR ได้ย้ายฐานการประกอบจากเจนีวาสู่โรงงานแห่งใหม่ของตนเองภายใต้บริษัท Kenissi ณ เมือง Le Locle ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2023 โรงงานแห่งนี้รวมศูนย์การทดสอบระดับโลกไว้ในที่เดียว ทั้งการรับรองความเที่ยงตรงจาก COSC และการทดสอบสภาวะจริงจากสถาบัน METAS (รวมถึงการทนทานต่อสนามแม่เหล็กสูงถึง 15,000 กอส) โดยชิ้นส่วนทั้งหมดผลิตในสวิตเซอร์แลนด์ ยกเว้นสายผ้าทอพิเศษที่ผลิตโดย Julien Faure ในประเทศฝรั่งเศส

ระบบการผลิตที่รวมศูนย์และแข็งแกร่งนี้เองที่ทำให้ TUDOR กระจายสินค้าไปหาคนรักนาฬิกาทั่วโลกได้อย่างครอบคลุม ผ่านจุดจำหน่ายกว่า 1,600 แห่งใน 110 ประเทศ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ให้พรีเมียมยิ่งขึ้นด้วย Standalone Boutique ดีไซน์สีแดง-ดำอีกกว่า 240 แห่งทั่วโลกในปัจจุบัน

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 11

สายสัมพันธ์อันยาวนานกับประเทศไทย

Cole บอกว่า (Siam S.A.B.) ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1907 โดยแพทย์ประจำพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการนำเข้าสินค้าลักซ์ชัวรีจากยุโรปมายังประเทศไทย คือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่าง Tudor กับประเทศไทย

นาฬิกา TUDOR เป็นหนึ่งในสินค้าที่ S.A.B. นำมาจำหน่าย ต่อมาในยุค 1930s แคตตาล็อกของ Rolex เริ่มจัดพื้นที่เฉพาะให้นาฬิกาข้อมือ TUDOR ในฐานะนาฬิกาสำหรับคนที่ต้องการความเที่ยงตรงในราคาย่อมเยา การวางตำแหน่งที่เน้นความคุ้มค่านี้ตรงกับช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ จึงช่วยให้ Tudor ขยายส่วนแบ่งการตลาดได้ดี

หลักฐานสิ่งพิมพ์และภาพถ่ายปี 1956 และ 1965 ยืนยันว่าไทยเป็นตลาดสำคัญของ TUDOR มาอย่างน้อย 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการค้ายุคใหม่วางรากฐานผ่านความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้จำหน่ายนาฬิกาหรู ที่เริ่มความสัมพันธ์กับ TUDOR ตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ด้วยความหลงใหลในนาฬิกาสวิส

ไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ตื่นตัวต่อนาฬิกายุคใหม่ของ TUDOR สูงมาก จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดหลังงาน Baselworld 2015 เมื่อ TUDOR เปิดตัวกลไกอินเฮาส์ MT5621 และ MT5612 ทำให้ผู้แทนจำหน่ายในไทยเล็งเห็นทิศทางที่ชัดเจน และเริ่มขยายเครือข่ายอย่างจริงจัง จนถึงปัจจุบัน

ไทยยังได้ชื่อในวงการนาฬิกาโลกว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางวัฒนธรรมการสะสมนาฬิกาวินเทจที่น่าตื่นเต้นที่สุด Cole ให้ความเห็นว่าตลาดวินเทจของไทยเป็นที่จับตาของคนในวงการระดับโลก และความหลงใหลในการพูดคุย แลกเปลี่ยน รวมถึงการตามล่าของหายากอย่าง Tudor Submariner วินเทจ หรือ Tudor Tiger ของนักสะสมไทยนั้นเข้มข้นเป็นอันดับต้น ๆ ของเอเชีย

ภาพนาฬิกา TUDOR รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 100 ปีของแบรนด์ 12

นี่คงเป็นเหตุผลสำคัญที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญในการจัดงานเสวนาครั้งยิ่งใหญ่ “TUDOR The Symposium: A Century of TUDOR” เพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์ตลอด 100 ปี ให้กับคนไทยในฐานะกลุ่มผู้บริโภคที่มีความรู้ความเข้าใจในประวัติศาสตร์ของแบรนด์อย่างลึกซึ้ง

เสวนา “A Century of TUDOR” ในครั้งนี้จึงไม่เพียงตอกย้ำความยิ่งใหญ่ตลอด 100 ปีของแบรนด์ แต่ยังแสดงให้เห็นว่าทุกวินาทีที่เข็มนาฬิกาหมุนไปข้างหน้า คือการบันทึกประวัติศาสตร์ของผู้คนที่กล้าจะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองในทุกยุคสมัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...