โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กองทุนน้ำมันวิกฤต จ่อติดลบ 1 แสนล้าน เล็งกู้เพิ่มระดับแสนล. หวังพยุงราคาดีเซล-เบนซิน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังอยู่ในภาวะขาดสภาพคล่อง แม้ราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวลดลงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้สถานะกองทุนกลับมาดีขึ้น โดยยอดติดลบปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 92,000 ล้านบาท และยังเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 700 ล้านบาทต่อวัน

ทัั้งนี้ จากแนวโน้มดังกล่าว คาดว่ากองทุนน้ำมันจะมียอดติดลบแตะระดับ 1 แสนล้านบาทภายในช่วงปลายเดือนกันยายนหรือต้นเดือนตุลาคม 2569 โดยกองทุนจำเป็นต้องเตรียมแผนรองรับด้านสภาพคล่อง และการกู้เงินเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่จะต้องดำเนินการ

เงิน 2 หมื่นล้านใช้หมดแล้ว

สำหรับการกู้เงิน 2 หมื่นล้านบาทที่ผ่านมา เป็นการกู้โดยกองทุนน้ำมันเอง ไม่เกี่ยวข้องกับวงเงินกู้ตามพระราชบัญญัติที่รัฐบาลเคยกำหนดไว้ โดยกองทุนกู้จากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ 2 แห่ง แบ่งเป็น 2 ครั้ง ครั้งละ 1 หมื่นล้านบาท และนำเงินทั้งหมดไปชำระหนี้เดิมแล้ว

“เงินกู้ 2 หมื่นล้านบาทใช้หมดแล้ว เป็นการนำไปชำระหนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากู้มาอีก 1 หมื่นล้านบาทก็ใช้หมด หากถามว่าวงเงินที่จะกู้ต้องเท่าไร ต้องดูเรื่องการครอบคลุมหนี้ก่อนซึ่งอาจต้องไปถึงแสนล้านบาท แต่เรื่องการเบิกเงินเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และน่าจะทยอยเบิกเหมือนรอบที่ผ่านมา”

เล็งกู้รอบใหม่แสนล้าน

ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาการกู้รอบใหม่ โดยเบื้องต้นประเมินว่าหากต้องกู้เพื่อให้ครอบคลุมภาระหนี้อาจต้องเตรียมวงเงินระดับแสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม วงเงินที่แท้จริงยังต้องประเมินอีกครั้ง หลังหารือนโยบายกับปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เนื่องจากแนวทางบริหารกองทุนและการดูแลราคาพลังงานจะมีผลโดยตรงต่อวงเงินที่จำเป็นต้องใช้

กองทุนน้ำมันวิกฤต จ่อติดลบ 1 แสนล้าน เล็งกู้เพิ่มระดับแสนล. หวังพยุงราคาดีเซล-เบนซิน

การกู้เงินดังกล่าวจะเป็นการกู้จากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ โดยรูปแบบการกู้จะขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยและสถานการณ์ในช่วงเวลานั้น และอาจต้องขอให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเช่นเดียวกับการกู้ในรอบที่ผ่านมา ขณะที่หนี้เดิมของกองทุนเหลืออยู่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เฉพาะเงินต้น โดยกองทุนยังคงต้องชำระดอกเบี้ยตามกำหนดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหนี้เสีย

สำหรับแผนรองรับสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่งเห็นชอบให้ขยายกรอบแผนให้ครอบคลุมถึงปี 2572 จากเดิมที่สิ้นสุดในปี 2567 โดยแผนดังกล่าวยังคงมาตรการดูแลราคาดีเซลและเบนซินที่ระดับ 30 บาท รวมถึงปรับเกณฑ์รองรับความผันผวนของราคาน้ำมัน จากเดิมที่กำหนดการเปลี่ยนแปลง 5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายใน 1 สัปดาห์ เป็น 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนความผันผวนของตลาดน้ำมันที่เพิ่มขึ้น

อีกประเด็นสำคัญคือการเพิ่มบทบาทเชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าในภาวะที่ราคาพลังงานโลกมีความผันผวนสูง โดยจะต้องหารือถึงโครงสร้างราคาของไบโอดีเซลและเอทานอล เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบในประเทศยังอยู่ในระดับสูง

กองทุนน้ำมันวิกฤต จ่อติดลบ 1 แสนล้าน เล็งกู้เพิ่มระดับแสนล. หวังพยุงราคาดีเซล-เบนซิน

สำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ยอมรับว่ายังเป็นปัจจัยที่น่ากังวล เนื่องจากประเมินว่าสถานการณ์สู้รบมีแนวโน้มยืดเยื้อ และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกยังมีโอกาสทรงตัวในระดับสูง แม้ระยะสั้นราคาจะเริ่มปรับตัวลดลงก็ตาม

ทยอย Exit ตรึงราคา-ปรับลดชดเชย

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า กองทุนน้ำมันฯ ยังมีอีกทางเลือกในการลดภาระการอุดหนุน คือการทยอย Exit จากการตรึงราคาหรือปรับลดการจ่ายชดเชย ซึ่งจะช่วยลดการไหลออกของเงินกองทุน แต่จะส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องประเมินผลกระทบต่อประชาชนและหารือกับรัฐบาลว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มหรือแนวทางอื่นเพื่อลดผลกระทบหรือไม่

“การกู้เป็นหนึ่งในวิธีตามแผนวิกฤต แต่ก็มีอีกทางคือการ Exit จากการชดเชย ซึ่งอาจกระทบประชาชนจึงต้องดูว่ากระทบกี่บาท และรัฐบาลจะมีมาตรการอะไรเข้ามาช่วยลดผลกระทบได้บ้าง”

อย่างไรก็ตาม การเตรียมกู้เงินรอบใหม่เป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ เนื่องจากสถานะกองทุนยังไม่สามารถรองรับภาระการอุดหนุนราคาพลังงานได้ในระยะยาว โดยวงเงินและรูปแบบการกู้จะต้องสรุปอีกครั้งภายหลังหารือนโยบายกับผู้บริหารกระทรวงพลังงานชุดใหม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...