โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“หมอตุลย์” ยื่น กกต.ทบทวนมติคดีฮั้ว สว. จี้พิจารณาสั่งฟ้อง 229 ผู้ถูกกล่าวหาตาม ม.62

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“หมอตุลย์” ยื่น กกต.ทบทวนมติคดีฮั้ว สว. จี้พิจารณาสั่งฟ้อง 229 ผู้ถูกกล่าวหาตาม ม.62

วันที่ 22 กันยายน 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ เดินทางมายื่นหนังสือถึง กกต. เรียกร้องให้ กกต.จัดประชุมเพื่อพิจารณาลงมติสำนวนคดีในการทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 อีกครั้ง ตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ด้วยสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ให้ครบถ้วน ตามมาตรา 62 พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 และดำเนินคดีต่อพยานเลขที่ 16/26 21/26 และ 22/26 ที่กลับคำทั้ง 3 คนให้ถูกต้องตามกฎหมาย

นพ.ตุลย์ กล่าวว่า การที่ กกต.มีมติให้สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาเพียง 77 คน ในความผิด 7 มาตรา ยังเป็นการดำเนินการตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ไม่ครบถ้วน เนื่องจากไม่ได้พิจารณาการสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 คน ตามมาตรา 62 ถือเป็นการละเว้นต่อหน้าที่ เพราะตามสำนวนคดีของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 มีพยานหลักฐานชัดเจนว่า ผู้ถูกกล่าวหาเหล่านี้ร่วมกันกระทำการโดยทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

เมื่อถามว่านอกเหนือจากการมายื่นหนังสือแล้วจะมีการไปร้องต่อหน่วยงานอื่นอีกหรือไม่ นพ.ตุลย์ ระบุว่า จริงๆ แล้ว กกต. ตนถือว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่แรก และไม่ใช่กลุ่มเดียวแต่รวมความถึง นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. , ผอ.กกต.จังหวัด เพราะจะเห็นว่ามีหลายๆ คดี รวมถึงคดีที่ส่งฟ้องไปล่าสุด 1700 กว่าราย ที่บุรีรัมย์ คนเหล่านี้คือคนที่ได้รับอนุญาตให้มีสิทธิ์มาลงคะแนน ทั้งที่ไม่มีสิทธิ์ เช็กแล้วมีหลายคนทะลุมาลงคะแนนรอบประเทศด้วยซ้ำ บางคนไม่มีคุณสมบัติแต่ถูกเลือกจนได้เป็น สว. เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมอยู่นอกกรอบการดูแลของอนุฯ สิ่งที่ตนจะทำหลังจากนี้คือจะดูว่าในวันศุกร์ ที่พรรคประชาชนจะมายื่นฟ้องกับ กกต. จะมีประเด็นที่ครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ครบถ้วนตนก็จะทำหน้าที่ตามสิทธิพลเมือง เพื่อจะบอกว่าอะไรบ้างที่ไม่ครบถ้วน หาก ป.ป.ช.ทำงานล่าช้าตนก็จะเรียกร้องให้ศาลอาญา คดีทุจริต รับคดี เพราะนี่คือคดีสำคัญที่กระทบถึงการปกครองประเทศทั้งประเทศ ที่ถูกกลืนกินไปหมดแล้ว คนชอบพูดถึงต้นไม้พิษ ผลไม้พิษ ซึ่งตนขอพูดให้ชัดว่าต้นไม้พิษแห่งบุรีรัมย์ได้ปล่อยผลไม้พิษมาครอบงำการปกครองประเทศไป 3 ส่วน 4 ของประเทศ ทั้งรัฐบาล สส. สว. องค์กรอิสระ กกต. ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงองค์กรอื่นๆ เพราะฉะนั้นการที่เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา กกต. ได้ตัดหลักฐานจากที่คณะอนุฯ ชุดที่ 26 ส่งมานั้น ที่ตัดตอนฟอกขาวให้กับคนจำนวนมาก รวมทั้งพรรคการเมืองด้วย ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีการฟ้องร้องต่อไปแน่นอน ตนเป็นประชาชนธรรมดาไม่ได้มีกลุ่มก้อนเป็นพรรคการเมือง ฉะนั้นตนขอทำหน้าที่ในฐานะประชาชนหากตนทำได้ หรือหากมีใครทำแล้วตนก็จะขอเสริม และการทำหน้าที่บกพร่องของ กกต. ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กันยายน แต่เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนเดือนมิถุนายน ตั้งแต่ตอนรับสมัครผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติหรือคุณสมบัติผิดกลุ่ม และกกต. ก็หลับหูหลับตา

เมื่อถามว่าหาก กกต. ยึดมติเดิมในการส่งศาลฎีกา จะดำเนินการอย่างไรต่อ นพ.ตุลย์ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของเขา แต่ตนฟ้องตรงต่อศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้งไม่ได้ ตนคิดว่าหากในอนาคตมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ก็ต้องเปิดกว้างกว่านี้ ให้ผู้ที่รู้การกระทำผิดสามารถยื่นฟ้องได้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ การปิดไว้ทำให้คนทำผิดลอยนวล ฉะนั้นหากยึดมติเดิมเหลือความหวังคาดว่าอย่างช้าเดือนตุลาคม ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งจะพิจารณาคำร้องของ สว.สำรอง พร้อมฝากถึงนายสิทธิโชติ หากเห็นตนมายื่นหนังสือขอให้เรียกหนังสือไปดูและนำเข้าวาระการประชุมได้หรือไม่ ตนเชื่อว่าการพิจารณาตามมาตรา 62 ก็หลีกไม่พ้น

เมื่อถามต่อว่าการยื่นฟ้อง ม.157 กับกกต. นั้น เห็นว่าควรละเว้นนายสิทธิโชติ หรือไม่ นพ.ตุลย์ กล่าวว่า หากถามส่วนตัวตนจะยกเว้นที่จะฟ้องและไม่เพียงแค่นั้น ตนจะเสนอให้อยู่ในบัญชีพยานด้วย เพราะท่านคือพยานหลักฐานที่ดีที่สุดพร้อมกับประธานคณะอนุฯ ชุดที่ 26 ที่เป็นบัญชีพยานที่ดีที่สุด

นพ.ตุลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้ยินมาว่ามีการใช้มาตรฐานอาญาแต่ปรากฏว่าคำแถลงเลวร้ายกว่านั้นเพราะมีการตัดพยานที่สำคัญออกไป และใช้วิธีไม่รับฟังเลย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...