เปิดภาพถ่ายจากอวกาศไกล 1.6 ล้านกิโลเมตร! เผยความลับการเกิดฤดูกาลของโลก ผ่านมุมมองสุดตระการตา
ภาพถ่ายอวกาศสุดตระการตาจากระยะห่างราว 1.6 ล้านกิโลเมตร ที่ช่วยให้เราเห็นภาพการเกิดฤดูกาลบนโลกได้อย่างชัดเจน โดยแกนโลกเอียงทำมุมประมาณ 23.5 องศา ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นผลจากการพุ่งชนของดาวเคราะห์โบราณชื่อ ธีอา (Theia) เมื่อประมาณ 4,500 ล้านปีที่แล้ว ซึ่งการเอียงนี้ส่งผลให้เกิดฤดูกาลต่าง ๆ เมื่อโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ในช่วงครีษมายัน (June solstice) ซีกโลกเหนือจะเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์ ทำให้ได้รับแสงแดดโดยตรงและมีกลางวันยาวนานกว่า ในทางกลับกันช่วงเหมาโยนัน (December solstice) ซีกโลกใต้จะเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์แทน ส่วนช่วงวิษุวัต (Equinox) ในเดือนมีนาคมและกันยายน เส้นแบ่งวันและคืนจะพาดผ่านขั้วโลกทั้งสอง ทำให้ทั้งสองซีกโลกได้รับแสงแดดเท่ากัน
ภาพถ่ายชุดนี้บันทึกโดยกล้องเอพิก (Earth Polychromatic Imaging Camera: EPIC) บนยานสำรวจดีสคัฟเวอร์ (Deep Space Climate Observatory: DSCOVR) ของ NASA และองค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ซึ่งโคจรอยู่ ณ จุดลากรองจ์ที่ 1 (Lagrange point 1) ระหว่างโลกและดวงอาทิตย์ ภาพเปรียบเทียบใน 4 ช่วงเวลาแสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของทวีปอย่างชัดเจน โดยในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2566 อเมริกาใต้จะอยู่ใกล้จุดศูนย์กลาง และเห็นทวีปแอนตาร์กติกาได้ชัดเจน แต่ในเดือนมิถุนายน อเมริกาเหนือและขั้วโลกเหนือจะขยับมาอยู่ตรงกลางแทน ขณะที่ทวีปแอนตาร์กติกาจะหลบหายไปจากมุมมองอย่างสิ้นเชิง
เครดิตภาพ: NASA Earth Observatory/Michala Garrison
นอกจากตำแหน่งของทวีปแล้ว ขนาดปรากฏของโลกในแต่ละภาพยังแตกต่างกันเล็กน้อยเนื่องจากยานไม่ได้หยุดนิ่ง แต่เคลื่อนที่ตามวงโคจรแบบลิสซาจูส (Lissajous orbit) ทำให้ระยะห่างระหว่างยานกับโลกเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา เช่น เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566 ยานอยู่ห่างจากโลกประมาณ 1,447,327 กิโลเมตร ขณะที่วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2567 ยานอยู่ห่างออกไปถึง 1,561,901 กิโลเมตร ส่งผลให้โลกในภาพช่วงวิษุวัตดูมีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย ยิ่งไปกว่านั้น มุมระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และยานอวกาศที่เปลี่ยนแปลงไประหว่าง 2 ถึง 12 องศา ยังทำให้เกิดปรากฏการณ์เงาแหว่งคล้ายเฟสของดวงจันทร์ตรงบริเวณขอบโลกในบางช่วงเวลาอีกด้วย
ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีในอวกาศ ภารกิจนี้ไม่เพียงช่วยให้เราได้เห็นภาพจำลองการเกิดฤดูกาลได้อย่างน่าทึ่งเท่านั้น แต่กล้องเอพิกยังรวบรวมข้อมูลสำคัญทั้งแบบรายวันและรายฤดูกาลของโลกไว้อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการพืชพรรณ เมฆ น้ำแข็ง หิมะ รังสีอัลตราไวโอเลต สีของมหาสมุทร และละอองลอยในบรรยากาศ ซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจวงจรความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติในระดับดาวเคราะห์ได้อย่างลึกซึ้ง และนำไปสู่การพัฒนาระบบเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกเราอย่างยั่งยืนต่อไป
ข้อมูลอ้างอิง: NASA Earth Observatory
- An Epic View of the Seasons