โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ADB ปรับเป้า GDP ไทย 69 โต 2.0% รับส่งออกเทค-AI เตือนความเสี่ยง 'เอลนีโญ'

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เปิดเผยรายงานการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย ฉบับปรับปรุงเดือนกันยายน 2026 โดยปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ GDP ของไทยปี 2026 ขึ้นมาอยู่ที่ 2.0% จากเดิม 1.8% ในประมาณการเดือนกรกฎาคม และในปี 2027 คาดว่าจะอยู่ที่ 1.9% โดยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยได้รับแรงส่งสำคัญจากภาคการส่งออกสินค้าเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ และวัฏจักรการลงทุนใน AI ที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง

สอดคล้องกับภาพรวมภูมิภาคเอเชียที่ ADB ปรับเพิ่ม GDP ปี 2026 ขึ้นเป็น 5.0% และอาเซียนปรับขึ้นเป็น 4.7%

สำหรับ "เงินเฟ้อ" ของไทยปี 2026 คาดว่าจะอยู่ที่ 2.5% ปรับลดลงจาก 2.9% ในประมาณการเดิม และชะลอลงเหลือ 1.3% ในปี 2027 เนื่องจากได้รับแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐในการตรึงราคาพลังงานและค่าครองชีพ

ทั้งนี้ ADB มองว่าระบบการเงินและสถาบันการเงินของไทยมีความเสถียรภาพสูง มีเงินสำรองธนาคารเข้มแข็ง และอัตรา NPLs ต่ำ ซึ่งจะช่วยรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้

ส่งออก 'เทค- AI' ปัจจัยหนุนเศรษฐกิจไทย

ชิตชนก อันนนท์จารย์ เจ้าหน้าที่เศรษฐศาสตร์ประจำ ADB ประเทศไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในครึ่งแรกของปี 2026 ขยายตัวที่ 2.4% โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีและ AI ซึ่งเติบโตสูงถึง 14.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ดี ตัวเลขนี้ไม่ได้เติบโตขึ้นแค่ในไทย เนื่องจากเป็น การเติบโตตามรอบขาขึ้นของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและ AI ในระดับโลก ซึ่งไทยมีความได้เปรียบจากการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน ร่วมกับประเทศในอาเซียน อย่างมาเลเซียและเวียดนาม สินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ คอมพิวเตอร์, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, อุปกรณ์โทรคมนาคม และเครื่องจักร

อานิสงส์จากการส่งออกกลุ่มเทคโนโลยีไม่ได้หยุดอยู่แค่ภาคการค้า แต่ได้ส่งผลสืบเนื่องมายังภาคการลงทุนในประเทศอย่างชัดเจน โดย ขยายตัวถึง 11.6% ในครึ่งปีแรก นำโดยการลงทุนในเครื่องจักร อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์

จับตา 4 ปัจจัยเสี่ยง เตือนรับมือ 'เอลนีโญ'

แอนนา ฟิงค์ (Anna Fink) นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำประเทศได้ชี้ถึงปัจจัยเสี่ยงและความท้าทายสำคัญที่อาจกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยทั้ง 4 ด้าน

ข้อแรกคือความผันผวนของราคาพลังงานและขนส่ง จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและสงครามในยูเครน ยังคงดันราคาน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และค่าขนส่งทางเรือให้ทรงตัวสูง

ถัดมาคือผลกระทบจาก "เอลนีโญ" โดย ADB คาดว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะทวีความรุนแรงช่วงปลายปีและส่งผลกระทบชัดเจนในปี 2027 ซึ่งจะกระทบต่อผลผลิตการเกษตร แหล่งน้ำ และกดดันราคาอาหาร จำพวก ข้าว น้ำตาล น้ำมันปาล์ม ให้ปรับตัวสูงขึ้น

ปัจจัยที่ 3 คือ "หนี้ครัวเรือน" และการฟื้นตัวแบบ K-Shaped จากภาระหนี้ครัวเรือนระดับสูงยังกดดันการบริโภคภาคเอกชน ขณะที่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจกระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมไฮเทค ทำให้ไทยจำเป็นต้องเร่งยกระดับห่วงโซ่มูลค่า พัฒนาทักษะแรงงาน และสร้างระบบนิเวศในประเทศ เพื่อดึงมูลค่าเพิ่มกลับสู่เศรษฐกิจ

สุดท้ายคือ พื้นที่ทางการคลังของภาครัฐที่เริ่มจำกัด แม้หนี้สาธารณะของไทยที่ลดลงมาอยู่ที่ประมาณระดับ 60% จะยังไม่น่ากังวลเนื่องจากเสถียรภาพทางการเงินเข้มแข็ง แต่การที่มีหนี้สะสมสูงขึ้นจะลดทอนพื้นที่ทางการคลัง ทำให้ภาครัฐมีวงเงินในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือพยุงค่าครองชีพในระยะข้างหน้าได้น้อยลง

รวมทั้งการที่ Fitch Ratings ปรับปรุงมุมมอง (Outlook) ของไทยดีขึ้น ช่วยสร้าง Sentiment ที่ดีแก่นักลงทุนและช่วยให้ต้นทุนการระดมทุนของภาครัฐไม่ปรับสูงขึ้น

ชิตชนกทิ้งท้ายว่า "โจทย์สำคัญของการคลังไทยไม่ใช่เรื่องขนาดวงเงิน แต่คือคุณภาพของการใช้จ่ายภาครัฐว่าจะกระจายไปช่วยเหลือประชาชนได้อย่างไร ควบคู่กับการรักษาวินัยทางการคลัง"

ADB มอง 3 ยุทธศาสตร์เคลื่อนเศรษฐกิจไทย

สำหรับทิศทางเศรษฐกิจไทยในอนาคต "แอรอน แบทเทน" ผู้อำนวยการสำนักงานผู้แทนธนาคารพัฒนาเอเชีย ประจำประเทศไทย เผยว่า ADB อยู่ระหว่างจัดทำแผนยุทธศาสตร์ประจำประเทศ โดยมุ่งเน้น 3 เสาหลัก ได้แก่

  • Private Sector-Driven ดึงดูดทุนเอกชนและลดความเสี่ยงโครงการเพื่อเร่งการลงทุนพลังงานสะอาด
  • Inclusive Growth กระจายการเติบโตสู่ภูมิภาคเพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองใหญ่กับชนบท เช่น การยกระดับศักยภาพโรงพยาบาลศูนย์ 5 แห่งในต่างจังหวัด และแผนบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพื่อป้องกันอุทกภัยระยะยาว
  • Regional Leadership ผลักดันไทยเป็นผู้นำด้านดิจิทัล AI และการเชื่อมโยงภูมิภาค เพื่อเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุม ASEAN ในปี 2028
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...