โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"รมว.กห."สั่งเดินหน้า “พลทหารอาสา” สร้างระบบสมัครใจให้เป็นกำลังสำคัญของกองทัพ พร้อมยกระดับรับมือภัยพิบัติ–AI–ไซเบอร์

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"รมว.กห."สั่งเดินหน้า “พลทหารอาสา” สร้างระบบสมัครใจให้เป็นกำลังสำคัญของกองทัพ เร่ง “บ้านมั่นคงชายแดน” สู่รูปธรรม พร้อมยกระดับรับมือภัยพิบัติ–AI–ไซเบอร์

23 กันยายน 2569 — พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 6/2569 ณ ห้องภาณุรังษี ศาลาว่าการกลาโหม โดยได้แสดงความยินดีกับนายทหารที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รับราชการในตำแหน่งใหม่ พร้อมขอให้ทุกนายตระหนักถึงความสำคัญของตำแหน่งและหน้าที่ ปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้ภารกิจของกระทรวงกลาโหมและกองทัพบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ขอบคุณปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และกำลังพลทุกนาย ที่ร่วมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญในช่วงที่ผ่านมา ทั้งการช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัย การตรวจเยี่ยมกองทัพ การสร้างความตระหนักรู้ด้าน AI และ Cyber การส่งสิ่งของพระราชทานไปช่วยเหลือประชาชนชาวเนปาล การประชุม GBC ไทย–ลาว ครั้งที่ 30 การรับสมัครพลทหารอาสา ประจำปี 2570 และการเข้าร่วม Beijing Xiangshan Forum ครั้งที่ 13

▪️เดินหน้า “พลทหารอาสา” จากความสมัครใจ สู่ “4 โอกาส” สร้างอนาคตที่เลือกเอง

ที่ประชุมให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการรับสมัคร “พลทหารอาสา” ประจำปี 2570 ซึ่งเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2569 โดยมีเป้าหมายส่งเสริมการเข้ารับราชการทหารด้วยความสมัครใจ และพัฒนาระบบทหารอาสาให้เป็นกำลังสำคัญของกองทัพ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการให้กองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพเร่งประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้เชิงรุก ให้เยาวชนและประชาชนได้รับทราบทั้งช่องทางการสมัคร สิทธิประโยชน์ ความก้าวหน้า และโอกาสในการต่อยอดสู่การเป็นทหารอาชีพ พร้อมพัฒนาระบบรับสมัครและการบริหารกำลังพลให้อำนวยความสะดวกแก่ผู้สมัคร สามารถเลือกหน่วยและพื้นที่ปฏิบัติงานได้ตามหลักเกณฑ์ รวมถึงดูแลสิทธิ สวัสดิการ การฝึก และคุณภาพชีวิตอย่างเหมาะสม ตลอดจนติดตามและประเมินผลการรับสมัครอย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลและปัญหาในแต่ละพื้นที่มาปรับปรุงระบบทหารอาสาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมมุ่งพัฒนาแนวคิด “พลทหารอาสา : จากหน้าที่…สู่โอกาส” ให้การเข้ามารับราชการทหารไม่ใช่เพียงการทำหน้าที่เพื่อประเทศ แต่เป็นช่วงเวลาที่กองทัพจะต้องมอบโอกาสกลับคืนให้แก่ผู้ที่สมัครใจเข้ามารับใช้ชาติ ผ่าน “4 โอกาส” ที่สามารถนำไปต่อยอดชีวิตและกำหนดอนาคตของตนเอง ได้แก่

1. โอกาสด้านสิทธิ สวัสดิการ และค่าตอบแทน ดูแลคุณภาพชีวิตและความมั่นคงระหว่างการรับราชการอย่างเหมาะสม

2. โอกาสด้านวินัย สมรรถภาพร่างกายและจิตใจ พัฒนาตนเองให้มีวินัย มีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ ตลอดจนเรียนรู้การทำงานเป็นทีมและความรับผิดชอบ

3. โอกาสด้านการศึกษาและทักษะอาชีพ ส่งเสริมการเรียนรู้ การศึกษาต่อ และการพัฒนาทักษะวิชาชีพ เพื่อให้สามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปต่อยอดหลังพ้นจากราชการ

4. โอกาสในการเลือกอนาคต เปิดเส้นทางต่อยอดทั้ง สายทหาร สายข้าราชการ และสายเอกชน เพื่อให้พลทหารอาสาสามารถเลือกเส้นทางชีวิตที่เหมาะสมกับความสามารถและเป้าหมายของตนเอง

แนวทางดังกล่าวสะท้อนหลักคิดสำคัญว่า เมื่อเยาวชนตัดสินใจสมัครเข้ามารับใช้ประเทศด้วยความสมัครใจ กองทัพก็ต้องตอบแทนด้วยการสร้างโอกาสให้เขากลับออกไปพร้อมต้นทุนชีวิตที่มากขึ้น เพื่อเปลี่ยนภาพของการเป็นทหารจากสิ่งที่เคยถูกมองว่าอาจทำให้ “เสียโอกาส” ให้กลายเป็นช่วงเวลาของการ “ได้รับโอกาส” และสามารถนำสิ่งที่ได้รับจากกองทัพไปสร้างอนาคตของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม

▪️เร่งขับเคลื่อน “บ้านมั่นคงชายแดน” ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ภายหลังการหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา ที่ประชุมได้สั่งการให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ประสานกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำกรอบความร่วมมือ กลไกขับเคลื่อน พื้นที่นำร่อง และหน่วยรับผิดชอบให้ชัดเจน โดยเร่งรัดพื้นที่นำร่องชายแดนไทย–กัมพูชา 5 จังหวัด ในปี 2570

พร้อมให้กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก และกองทัพเรือ นำศักยภาพของหน่วยทหารพัฒนา หน่วยทหารช่าง และหน่วยในพื้นที่ สนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภคที่จำเป็น รวมทั้งพิจารณาการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายที่เป็นครอบครัวทหารผ่านศึกหรือทหารพราน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตควบคู่กับการสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน

▪️เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังโดรนและชิ้นส่วนตามแนวชายแดน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังสั่งเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังการลักลอบนำเข้าอากาศยานไร้คนขับ หรือ Drone และชิ้นส่วนประกอบตามแนวชายแดน โดยให้ประสานหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบและสกัดกั้นอุปกรณ์ที่อาจถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหารหรือสนับสนุนการสู้รบ พร้อมให้รวบรวมข้อมูลการนำเข้า ทั้งจำนวน ประเภท แหล่งที่มา และวัตถุประสงค์การใช้งานอย่างเป็นระบบ

▪️เปลี่ยนผลการเยือนต่างประเทศให้เป็น “งานที่จับต้องได้”

สำหรับผลการเยือนและหารือกับมิตรประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย สปป.ลาว และ จีน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้หน่วยที่เกี่ยวข้องนำผลการหารือไปจัดทำเป็นแผนดำเนินงานที่มีหน่วยรับผิดชอบชัดเจน โดยเฉพาะความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยี ความมั่นคงไซเบอร์ กลไกหารือระดับนโยบาย และการฝึกร่วม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติ ความพร้อมของกองทัพ และการพึ่งพาตนเองด้านความมั่นคงเป็นสำคัญ

▪️กองทัพต้องพร้อมเข้าถึงประชาชนทันทีเมื่อเกิดพิบัติภัย

จากสถานการณ์ฝนตกหนักและความเสี่ยงอุทกภัยในหลายพื้นที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสั่งทุกหน่วยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมกำลังพล เครื่องจักรกลสาธารณภัย และสิ่งอุปกรณ์ให้พร้อมเข้าช่วยเหลือทันที โดยเฉพาะการอพยพประชาชน การขนส่งผู้ป่วยและกลุ่มเปราะบาง การแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคและน้ำดื่ม ตลอดจนการเปิดเส้นทางอำนวยความสะดวก พร้อมย้ำให้ความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่เป็นสำคัญสูงสุด และเมื่อสถานการณ์คลี่คลายให้เร่งสนับสนุนการฟื้นฟูเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว

▪️มุ่งสู่ “AI-Ready Defence”

อีกหนึ่งนโยบายสำคัญ คือการพัฒนากำลังพลด้าน AI และ Cyber โดยให้ทุกหน่วยนำความร่วมมือที่เกิดขึ้นไปขยายผล พัฒนาทักษะและองค์ความรู้ของกำลังพลทุกระดับ พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันด้านไซเบอร์และการรู้เท่าทันสื่อ เพื่อรับมือภัยไซเบอร์ ข่าวปลอม และข้อมูลที่สร้างหรือบิดเบือนด้วย AI ภายใต้หลัก “คิดก่อนคลิก คิดก่อนเชื่อ คิดก่อนแชร์” ควบคู่กับการกำกับการใช้ AI อย่างปลอดภัย รับผิดชอบ และรักษาความลับด้านความมั่นคง เพื่อขับเคลื่อนกระทรวงกลาโหมไปสู่ AI-Ready Defence อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ การประชุมสภากลาโหมครั้งนี้เป็น การประชุมครั้งสุดท้ายของปีงบประมาณ 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้กล่าวขอบคุณสมาชิกสภากลาโหม ผู้เข้าร่วมประชุม และกำลังพลทุกนายที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ตลอดปีที่ผ่านมา พร้อมแสดงความชื่นชมและขอบคุณสมาชิกสภากลาโหมที่จะเกษียณอายุราชการหรือพ้นจากหน้าที่ในวันที่ 30 กันยายนนี้ สำหรับความทุ่มเทที่มอบให้แก่กระทรวงกลาโหมและประเทศชาติตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

#กระทรวงกลาโหม #สภากลาโหม #พลทหารอาสา #สมัครทหาร #บ้านมั่นคงชายแดน #ไทยกัมพูชา #AIReadyDefence #ไซเบอร์ #โดรนชายแดน #ความมั่นคง #ข่าวความมั่นคง #ข่าวด่วน #ข่าวด่วนวันนี้ #ทหารไทย #ช่วยน้ำท่วม #ข่าววันนี้ #ข่าวการทหาร #พลโทอดุลย์บุญธรรมเจริญ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...