อาเซียนก็ประท้วง คนอินโดนีเซียชูสามนิ้วประท้วงไฟป่า-ค่าครองชีพ-ทุจริต
กระแสการประท้วงเริ่มลุกลามมายังประเทศในอาเซียน เมื่อในวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมานักศึกษาและประชาชนอินโดนีเซียได้ออกมาชุมนุมในกรุงจาการ์ตาและหลายเมืองทั่วประเทศ เพื่อประท้วงการรับมือปัญหาไฟป่าและหมอกควันของรัฐบาล ท่ามกลางความไม่พอใจเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้นและข้อกล่าวหาทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมีข้อเรียกร้องสำคัญให้ประกาศไฟป่าที่สุมาตราและกาลีมันตันเป็นภัยพิบัติระดับชาติ
การชุมนุมเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ซึ่งตรงกับวันปฏิญาณเยาวชนของอินโดนีเซีย มีจุดรวมตัวสำคัญอยู่ที่วงเวียนบุนดารัน เอชไอ (Bundaran HI) ใจกลางกรุงจาการ์ตา นักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัยและกลุ่มภาคประชาสังคมร่วมเคลื่อนไหวภายใต้แฮชแท็ก #IndonesiaSadar หรือ #IndonesiaAwake
“ภัยพิบัติยิ่งหนัก ชีวิตประชาชนยิ่งลำบาก รัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่” เป็นข้อความบนป้ายขนาดใหญ่ที่ผู้ชุมนุมนำมาแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต คล้ายกับป้ายที่กรีนพีซ อินโดนีเซีย นำไปแขวนบริเวณอนุสาวรีย์ต้อนรับเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม
ไฟป่าอินโดฯ หนักสุดในรอบ 11 ปี จี้รัฐบาลประกาศภัยพิบัติ
อินโดนีเซียกำลังเผชิญไฟป่าและหมอกควันรุนแรงที่สุดในรอบ 11 ปี โดยมีปรากฏการณ์เอลนีโญซ้ำเติม ทำให้พื้นที่พรุเสี่ยงเกิดไฟมากขึ้น ปัญหาดังกล่าวส่งผลให้ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น และหมอกควันยังลอยข้ามพรมแดนไปกระทบคุณภาพอากาศในมาเลเซียและสิงคโปร์
กลุ่มที่นำโดยสมาคมนักศึกษามหาวิทยาลัยอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มหลักของการชุมนุม เสนอข้อเรียกร้อง 5 ข้อ โดยข้อแรกคือให้รัฐบาลประกาศไฟป่าที่ยังลุกไหม้ในสุมาตราและกาลีมันตันเป็น “ภัยพิบัติระดับชาติ” เช่นเดียวกับข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมในอีกหลายเมือง
ระหว่างการชุมนุม มีเสียงตะโกนคำขวัญ “All eyes on karhutla” เป็นระยะ เพื่อเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันมาสนใจวิกฤตไฟป่าที่กำลังเกิดขึ้น
ยูยุน ซันโตโซ นักศึกษาวัย 23 ปี จากมหาวิทยาลัยอิสลามแห่งรัฐปาลังการายา ในกาลีมันตันกลาง เดินทางพร้อมเพื่อนนักศึกษามายังกรุงจาการ์ตา เพื่อให้เสียงของผู้ได้รับผลกระทบส่งถึงคนทั้งประเทศ
“เรามาที่นี่เพื่อให้ชาวอินโดนีเซียรู้ว่า กาลีมันตันยังคงลุกไหม้” เขากล่าว พร้อมเล่าว่าสถานการณ์เลวร้ายจนมองเห็นอากาศที่หายใจเป็นสีแดง และตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงยังไม่ประกาศเป็นภัยพิบัติระดับชาติ
ด้านเอซรา อัล บาร์รา นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยปัดจัดจารัน กล่าวว่า ไฟป่าเป็น “ความโกรธแค้นร่วมกันของพวกเรา” พร้อมระบุว่ามีนักศึกษาเดินทางมาร่วมชุมนุมจากพื้นที่นอกกรุงจาการ์ตาด้วย
ผู้ชุมนุมยังแสดงความกังวลต่อสัตว์ป่าที่ตายจากไฟป่า บางคนถือป้ายภาพอุรังอุตังซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก ขณะที่อังกี ออเรียน วัย 28 ปี สวมหน้ากากป้องกันแก๊สอยู่บริเวณวงเวียนนาน 3 ชั่วโมง เพื่อประท้วงการสูญเสียสัตว์ป่าจากเหตุไฟไหม้
หมอกควันไม่จาง อาหารแพงขึ้น กลุ่มแม่บ้านร่วมหนุนผู้ชุมนุม
การชุมนุมครั้งนี้ยังมีกลุ่มอาสาสมัครซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงเข้ามาช่วยสนับสนุน ทั้งจัดหาขนม เครื่องดื่ม ถุงขยะ และให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์แก่ผู้ชุมนุม
วิตรี เซการ์ซารี วัย 43 ปี สมาชิกกลุ่มอาสาสมัครกลุ่มหนึ่ง กล่าวว่า กลุ่มของเธอเป็นการรวมตัวของ “อีบู-อีบู” หรือกลุ่มแม่บ้าน ซึ่งเคยมาช่วยงานการชุมนุมหลายครั้ง โดยมักทราบข่าวการนัดหมายจากสื่อสังคมออนไลน์
กลุ่มนี้ไม่มีผู้นำอย่างเป็นทางการ สมาชิกส่วนใหญ่เพิ่งรู้จักกันเมื่อมาพบที่วงเวียนในช่วงบ่ายวันนั้น แต่ต่างมีความกังวลต่อปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญ และต้องการช่วยเหลือผู้ที่ออกมาเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง
ผู้สนับสนุนจำนวนมากนำอาหารและเครื่องดื่มมาส่งด้วยตัวเอง ขณะที่บางคนสั่งผ่านแอปพลิเคชันส่งอาหารหรือบริการออนไลน์ แล้วให้ส่งตรงมายังกลุ่มอาสาสมัคร
วิตรีกล่าวว่า ไฟป่าและหมอกควันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนมีผู้ล้มป่วยจำนวนมาก โดยเธอระบุว่ามีเด็กหลายหมื่นคนป่วยด้วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน ขณะเดียวกัน ราคาอาหารที่สูงขึ้นก็เพิ่มภาระให้ครอบครัว
“ราคาอาหารที่กำลังสูงขึ้นทำให้คนเป็นแม่รู้สึกถึงภาระนี้อย่างมาก เมื่อเห็นว่าทุกคนกำลังพยายามผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เราจึงอยากมาช่วยสนับสนุน” เธอกล่าว
นอกจากการแก้ปัญหาไฟป่าแล้ว ผู้ชุมนุมบางส่วนยังเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการใช้จ่ายในนโยบายประชานิยม รวมถึงโครงการอาหารฟรีของปราโบโวด้วย
ผู้ประท้วงชูสามนิ้วกลางจาการ์ตา หลายเมืองร่วมประท้วง
ผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งชูสามนิ้วตามสัญลักษณ์จากภาพยนตร์ The Hunger Games ซึ่งเคยถูกนำมาใช้ในการประท้วงในไทยและเมียนมา พร้อมถือป้ายข้อความจากภาพยนตร์ว่า “ถ้าเรามอดไหม้ คุณก็ต้องมอดไหม้ไปกับเรา”
วงเวียนบุนดารัน เอชไอ ตั้งอยู่บนถนนเอ็ม.เอช. ธัมริน ใจกลางกรุงจาการ์ตา ก่อนหน้านี้ นักศึกษาเคยพยายามเข้ามาชุมนุมที่จุดดังกล่าวหลายครั้ง รวมถึงเมื่อเดือนสิงหาคม แต่ถูกตำรวจตั้งแนวกั้นสกัดไว้ ครั้งนี้ผู้ชุมนุมใช้วิธีแบ่งกำลังจนสามารถเข้าถึงวงเวียนได้
อย่างไรก็ตาม ผู้ชุมนุมบางกลุ่มยังถูกตำรวจและทหารขวางไม่ให้เข้าพื้นที่ จนเกิดการกระทบกระทั่งเป็นระยะ แต่การชุมนุมโดยรวมเป็นไปอย่างสงบ
นอกกรุงจาการ์ตา ยังมีการชุมนุมขนาดเล็กกว่าในหลายเมือง ทั้งยอกยาการ์ตา บันดุงในชวาตะวันตก มาลังในชวาตะวันออก ปาดังในสุมาตราตะวันตก และมากัสซาร์ในสุลาเวสีใต้ โดยมีข้อเรียกร้องคล้ายกัน บางพื้นที่มีผู้ชุมนุมขี่รถจักรยานยนต์รวมตัวกันบนถนนสายหลัก
เมื่อถึงช่วงพลบค่ำ ผู้ชุมนุมในกรุงจาการ์ตาร่วมร้องเพลงรักชาติและกล่าวปฏิญาณเยาวชน ยืนยันการมีมาตุภูมิเดียว ชาติเดียว และภาษาเดียว คืออินโดนีเซีย
รัฐบาลยืนยันเร่งดับไฟ ส่งเจ้าหน้าที่กว่า 70,000 คน
ซาห์กันดา ไนงโกลัน (Syahganda Nainggolan) โฆษกรัฐบาลอินโดนีเซีย ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมว่า รัฐบาลเคารพการชุมนุมในฐานะส่วนหนึ่งของการส่งเสริมประชาธิปไตย และยังคงเร่งแก้ปัญหาไฟป่า
เขาระบุว่า รัฐบาลส่งเจ้าหน้าที่ดับไฟมากกว่า 70,000 คน ลงพื้นที่ พร้อมสอบสวนบริษัทและบุคคลที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจุดไฟ โดยดำเนินมาตรการดับไฟควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย
ด้านสำนักงานสื่อสารของรัฐบาลระบุว่า ยินดีรับฟังข้อเสนอจากนักศึกษา และได้ดำเนินคดีกับบริษัทที่เชื่อมโยงกับไฟป่าแล้ว รวมทั้งส่งความช่วยเหลือไปยังจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควัน และจะติดตามสถานการณ์ต่อไป นอกจากนี้ ทางการยังได้ใช้วิธีปรับสภาพอากาศเพื่อกระตุ้นให้เกิดฝน
การชุมนุมครั้งนี้เป็นครั้งที่สองในรอบหนึ่งสัปดาห์ และเกิดขึ้นในช่วงที่ปราโบโวดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมาได้ 2 ปี โดยผลสำรวจของ Saiful Mujani Research and Consulting ระบุว่า คะแนนนิยมของเขาลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีก่อน
ก่อนหน้านี้ การประท้วงใหญ่เมื่อเดือนสิงหาคมนำไปสู่การควบคุมตัวผู้ชุมนุมหลายร้อยคน ส่วนในปี 2568 อินโดนีเซียเคยเกิดการประท้วงทั่วประเทศนานหลายสัปดาห์ หลังคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างเสียชีวิตจากการกระทำของตำรวจ และมีผู้เสียชีวิตอีกหลายรายระหว่างความไม่สงบ
อ้างอิง: Reuters, The Straits Times