โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ชัชชาติ” เผย สถานการณ์น้ำคลี่คลายแต่คลองยังแน่น คลองจั่นยังต้องเร่งสูบน้ำออก

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

“ชัชชาติ” สำรวจคลองแสนแสบ -ถนนเพชรบุรี เร่งสูบน้ำขัง-วางแผนรับมือฝนปูพรมทั่วกรุง เผยสถานการณ์คลี่คลายแต่คลองยังแน่น ส่วนคลองจั่นต้องใช้เวลา

วันที่ 27 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำบริเวณถนนเพชรบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมขัง พร้อมเปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา ภาพรวมสถานการณ์น้ำ และแผนการรับมือฝนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า ได้ล่องเรือสำรวจปริมาณน้ำในคลองแสนแสบไปจนถึงสถานีมักกะสันพบว่าระดับน้ำในคลองลดลง 10 เซนติเมตร ซึ่งเป็นสัญญาณดี จะทำให้พร่องน้ำได้คล่องขึ้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้น้ำค่อย ๆ ลดระดับลง

ส่วนปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณแฟลตคลองจั่น เกิดจากระดับน้ำในคลองแสนแสบเพิ่มสูงขึ้นจนล้นไหลทะลักเข้าไปท่วมในพื้นที่ชุมชน แม้ระดับน้ำในคลองแสนแสบหลักจะลดลงแล้ว แต่น้ำในชุมชนไม่สามารถไหลระบายออกมาได้เองตามธรรมชาติ เนื่องจากมีคันกั้นน้ำอยู่ จึงต้องส่งเครื่องสูบน้ำเข้าไปดึงน้ำออกเป็นกรณีพิเศษ

นายชัชชาติกล่าวอีกว่า ปัจจุบันสิ่งสำคัญคือการดูแลประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง การจัดหาอาหาร และระบบการขนส่งเดินทาง ซึ่ง กทม. ได้ประสานความร่วมมือกับหลายหน่วยงานตามบัญชาของนายกรัฐมนตรี ทั้งกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เข้ามาร่วมดูแลพื้นที่ ทั้งนี้ได้สั่งการให้ทำแผนปฏิบัติการลงรายละเอียดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก เช่น แฟลตคลองจั่น, ลาดกระบัง, ร่มเกล้า และ ถนนเทศบาลสงเคราะห์ เนื่องจากพื้นที่เหล่านี้ไม่อยู่ติดคลองสายหลักโดยตรง ต้องใช้วิธีการสูบน้ำออกจากชุมชนควบคู่ไปกับการเร่งระบายน้ำในคลองหลัก

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เมืองชั้นในเป็นปัญหาเฉพาะจุด (เช่น ถนนวิภาวดีรังสิต และถนนเพชรบุรี) ซึ่งกระทบต่อการเดินทางและการจราจร อย่างไรก็ตาม พื้นที่จุดอ่อนอย่างแยกประชาสงเคราะห์และดินแดง สถานการณ์เริ่มแห้งและคลี่คลายลงแล้ว

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ได้แก่ โซนฝั่งตะวันออก และชุมชนริมคลองสายหลัก เช่น คลองบางกะปิ, คลองจั่น, รามคำแหง และลาดกระบัง

ส่วนประเมินสถานการณ์สภาพอากาศและปริมาณฝนอย่างไร นายชัชชาติกล่าวว่า มรสุมในขณะนี้เปลี่ยนจาก “หย่อมความกดอากาศต่ำ” ที่หมุนแช่ตกรวดเดียว 24-48 ชั่วโมง มาเป็น “ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้” ตามฤดูกาลปกติ ส่งผลให้ฝนมีช่วงหยุดสลับตก ปริมาณฝนอยู่ที่ประมาณ 15–20 มิลลิเมตรต่อวัน ซึ่งอยู่ในระดับที่ กทม. สามารถรับมือได้

นายชัชชาติระบุว่า ฝนตกหนักระลอกนี้มีความแปลกแตกต่างจากช่วงที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ โดยระลอกก่อนจะเป็นฝนตกหนักเฉพาะจุด เช่น ตกหนักเฉพาะลาดกระบัง 300 มิลลิเมตร แต่ครั้งนี้เป็นลักษณะฝนตกปูพรมทั่วทั้งพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมาณน้ำสะสมรวมสูงถึงเกือบ 200 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักนับตั้งแต่ปี 2552–2556

ส่วนที่ยังมีประชาชนวิตกและแห่กันซื้ออาหารตุนไว้ นายชัชชาติกล่าวว่า แนะประชาชนเตรียมตัว แต่ไม่ต้องตื่นตระหนก กทม. ขอให้ประชาชนตระเตรียมเสบียงหรือของใช้จำเป็นติดบ้านไว้ประมาณ 1–2 วันเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน เนื่องจากปัจจุบันระดับน้ำในคลองสายหลักยังค่อนข้างแน่นและปริ่มตลิ่ง หากมีฝนเติมลงมาเพิ่มเติมอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังได้

ทั้งนี้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือผ่านช่องทาง สายด่วน กทม. 1555 หรือแอปพลิเคชัน Traffy Fondue ส่วนกรณีการทำงานจากบ้าน (Work from Home) นายกรัฐมนตรีได้มีแนวทางให้หน่วยงานราชการยืดหยุ่น โดยให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาอนุมัติการทำงานตามความเหมาะสมเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางยากลำบาก โดยเฉพาะพื้นที่ใจกลางเมืองที่ยังมีน้ำท่วมสูงได้ขอความร่วมมือให้บริษัทเอกชนผ่อนผันให้พนักงานสามารถทำงานที่บ้านได้

นายชัชชาติยืนยันว่า กทm. ไม่ย่อท้อต่อสถานการณ์และถือเป็นบทเรียนสำคัญในการปรับปรุง ถือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ต้องเรียนรู้และปรับตัวอยู่ร่วมให้ได้ โดย กทม. จะนำบทเรียนนี้ไปเร่งเพิ่มประสิทธิภาพและขยายศักยภาพการระบายน้ำของเมืองต่อไป

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้สำรวจน้ำท่วมที่ถนนเพชรบุรีพบว่ายังมีรถยนต์ที่เสียหายจากน้ำท่วมจอดค้างทิ้งไว้หลายคันและวันนี้มีเจ้าหน้าที่จากสำนักโยธาธิการ กรุงเทพฯ มาอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่รถจมน้ำเสียหาย โดยได้นำรถสไลด์มายกรถออกจากพื้นที่น้ำท่วม ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้สำหรับเจ้าของรถที่ถูกน้ำท่วมสามารถมาที่รถยนต์ของตนเองได้พร้อมกับแจ้งความประสงค์กับเจ้าหน้าที่ว่าจะขอยกรถออกจากน้ำท่วม เจ้าหน้าที่ก็จะทำการช่วยเหลือแต่หากรถคันไหนไม่มีเจ้าของมาก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการให้ได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ชัชชาติ” เผย สถานการณ์น้ำคลี่คลายแต่คลองยังแน่น คลองจั่นยังต้องเร่งสูบน้ำออก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...