กรมทางหลวงชนบท ร่วมเคียงข้างประชาชน นำเจ้าหน้าที่และรถบรรทุก สนับสนุนภารกิจ รับ-ส่ง ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน
กรมทางหลวงชนบท ร่วมเคียงข้างประชาชน นำเจ้าหน้าที่และรถบรรทุก สนับสนุนภารกิจ รับ-ส่ง ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน ติดตามสถานการณ์อุทกภัยทั่วทุกภูมิภาค
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลในขณะนี้ โดยกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้ร่วมบูรณาการกับกระทรวงคมนาคม (คค.) กรมทางหลวง (ทล.) และกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ซึ่งในส่วนของ ทช. ได้สนับสนุนรถบรรทุก 6 ล้อ รถยนต์ 4 ล้อ แบบมีหลังคา พร้อมพนักงานขับและเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก ในการจัดรถรับ-ส่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประสบภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่รถโดยสารทั่วไปไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ทั้งบริเวณศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค/สเปลล์ และเดอะมอลล์งามวงศ์วาน ดังนี้
1. เส้นทางจาก ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ถึง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
2. เส้นทางจาก ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ถึง ประตูน้ำพระอินทร์
3. เส้นทางจาก เดอะมอลล์งามวงศ์วาน ถึง The Walk ราชพฤกษ์
4. เส้นทางจาก เดอะมอลล์งามวงศ์วาน ถึง ท่าน้ำนนท์
เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยได้เตรียมพร้อมในการรับ-ส่ง ผู้ประสบภัยตลอดเวลา จนกว่าผู้โดยสารจะหมด เพื่อร่วมเคียงข้างไปกับประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้สำนักงานทางหลวงชนบท (สทช.) แขวงทางหลวงชนบท (ขทช.) ในพื้นที่ จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามระดับน้ำและลาดตระเวนบนโครงข่ายทางหลวงชนบทที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างใกล้ชิดและให้รายงานสถานการณ์ทุกวันจนกว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ และให้ติดตั้งป้ายเตือน ป้ายบอกระดับน้ำ ปักเสา/ธง ขาวแดงตามแนวเขตทาง รวมถึง การนำกระสอบทรายวางกันน้ำบริเวณแนวเส้นทางในความรับผิดชอบ พร้อมเตรียมเครื่องมือเครื่องจักร วัสดุ อุปกรณ์ เพื่อเข้าสำรวจและดำเนินการซ่อมแซมชั่วคราวทันทีหลังน้ำลดในบางพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันถนนทางหลวงชนบทได้รับผลกระทบใน 18 จังหวัด (หนองคาย, บุรีรัมย์, นครราชสีมา, ชัยภูมิ, สระแก้ว, ปราจีนบุรี, ตราด, ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา, จันทบุรี, สมุทรปราการ, นครปฐม, ลพบุรี, ราชบุรี, นครสวรรค์, นครนายก, กำแพงเพชร, กาญจนบุรี) โดยได้รับผลกระทบ จำนวน 88 สายทาง แบ่งเป็น สัญจรผ่านได้ 51 สายทาง สัญจรผ่านไม่ได้ 37 สายทาง
อย่างไรก็ตาม ทช. ยังได้มีการเฝ้าระวังในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงและเส้นทางที่อยู่ในความรับผิดชอบทั่วทุกภูมิภาค เพื่ออำนวยความสะดวกปลอดภัยในการสัญจรให้กับพี่น้องประชาชน โดย ทช. จะรายงานสถานการณ์ให้ได้รับทราบเป็นระยะ หากต้องการแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่แขวงทางหลวงชนบททุกจังหวัด หรือติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวงชนบท โทร. 1146