โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

อาจารย์เบียร์-ขวัญ อุษามณี โร่เข้าแจ้งความหนุ่มมั่วบ้านงาน โกงเงินบริจาคน้ำท่วม เอาไปเที่ยวผู้หญิง เสียหายเกือบ 1 ล้านบาท

สยามนิวส์

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ผู้สื่อข่าวนครบาล
วันนี้ (11 ต.ค.) เมื่อเวลา 12.15 น. ที่ สน.ร่มเกล้า

วันนี้ (11 ต.ค.) เมื่อเวลา 12.15 น. ที่ สน.ร่มเกล้า "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" พร้อมด้วย "ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์" ได้เดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้ตรวจสอบกรณีชายคนหนึ่ง ซึ่งอ้างตัวเป็นจิตอาสาและทำหน้าที่ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม หลังสงสัยว่าเงินบริจาคที่มอบให้เพื่อจัดซื้อวัตถุดิบประกอบอาหารแจกประชาชน อาจถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

อาจารย์เบียร์ เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นระหว่างที่ตนเองลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยนำอาหารไปแจกประชาชนที่กำลังเดือดร้อนและขาดแคลนอาหาร ซึ่งในช่วงแรกมีผู้ประสบภัยจำนวนมาก ทำให้การจัดเตรียมอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการ ระหว่างนั้นได้พบชายคนหนึ่งเข้ามาแนะนำตัวว่าเป็นลูกศิษย์ของหลวงตาสินทรัพย์ และเป็นผู้ประสานงานภายในพื้นที่ ทั้งการจัดเตรียมอาหาร การหาเรือสำหรับลำเลียงสิ่งของ และการติดต่อกับกลุ่มอาสาสมัครและมูลนิธิต่างๆ

ด้วยความที่ชายคนดังกล่าวสามารถประสานงานกับบุคคลหลายกลุ่มได้ และแสดงให้เห็นว่ามีบทบาทในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทำให้อาจารย์เบียร์เชื่อใจ โดยเข้าใจว่าชายคนนี้เป็นจิตอาสาที่ตั้งใจช่วยเหลือประชาชนจริง จึงตัดสินใจสนับสนุนเงินเพื่อซื้อวัตถุดิบมาประกอบอาหารแจกผู้ประสบภัย

อาจารย์เบียร์ บอกว่า ในช่วงแรกมีการโอนเงินให้หลายครั้ง ตั้งแต่หลักหมื่นบาทไปจนถึงประมาณ 3 หมื่นบาทต่อครั้ง โดยยอดเงินที่โอนให้ชายคนดังกล่าวรวมแล้วเกือบ 2 แสนบาท เงินทั้งหมดมีวัตถุประสงค์เพื่อซื้อวัตถุดิบ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ และวัตถุดิบอื่นๆ สำหรับประกอบอาหารแจกประชาชน ไม่ใช่เงินค่าจ้างหรือเงินส่วนตัวของผู้ประสานงาน

อย่างไรก็ตาม หลังจากลงพื้นที่และติดตามการทำงานไปช่วงหนึ่ง เริ่มพบสิ่งผิดปกติ โดยเฉพาะกรณีที่ชายคนดังกล่าวอ้างว่าสามารถทำอาหารได้วันละประมาณ 4,000 กล่อง แต่อาจารย์เบียร์ตั้งข้อสังเกตว่า ปริมาณอาหารที่พบจริงในพื้นที่อาจไม่สอดคล้องกับตัวเลขที่กล่าวอ้าง อีกทั้งยังมีประชาชนบางส่วนที่เข้ามาขออาหาร แต่กลับไม่ได้รับอาหารตามที่คาดหวัง

อาจารย์เบียร์ บอกว่า พบข้อมูลและคลิปภาพที่ทำให้สงสัยว่า ชายคนดังกล่าวอาจนำเงินไปใช้ในกิจกรรมส่วนตัว รวมถึงการไปเที่ยวกลางคืนและดื่มสุรา จึงเริ่มตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้เกี่ยวข้อง และตัดสินใจหยุดโอนเงินให้ หลังพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้เงินบริจาคไม่ตรงตามวัตถุประสงค์

อาจารย์เบียร์ กล่าวว่า ภายหลังยังได้รับข้อมูลว่า ผู้ร่วมบริจาครายอื่นอาจได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยยกตัวอย่างกรณีของผู้ที่ร่วมสนับสนุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งอาจมีการโอนเงินผ่านบัญชีบุคคลอื่นก่อนส่งต่อไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง ทำให้ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินและผู้รับเงินจริงอย่างละเอียด

นอกจากเงินบริจาคแล้ว ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการนำสิ่งของช่วยเหลือไปใช้หรือส่งต่อ โดยอาจารย์เบียร์ ระบุว่า มีการนำถุงยังชีพซึ่งจัดเตรียมไว้ช่วยผู้ประสบภัยไปหลายชุด รวมถึงน้ำดื่มที่นำไปสนับสนุนในพื้นที่ โดยมีข้อมูลว่าบางส่วนอาจถูกนำไปยังมูลนิธิแห่งหนึ่ง และมีการกล่าวอ้างชื่ออาจารย์เบียร์ รวมถึงบุคคลอื่น เพื่อใช้ในการประสานงาน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเกี่ยวกับการนำสิ่งของไปส่งต่อและความเกี่ยวข้องของมูลนิธิดังกล่าว ยังต้องตรวจสอบรายละเอียดและหลักฐานเพิ่มเติม อาจารย์เบียร์ บอกว่า จากการพูดคุยเบื้องต้นได้รับข้อมูลว่า บุคคลหรือหน่วยงานบางส่วนอาจเป็นผู้ถูกหลอกเช่นเดียวกัน จึงต้องแยกแยะความเกี่ยวข้องของแต่ละฝ่ายให้ชัดเจน อาจารย์เบียร์ ยังเปิดเผยว่า มีผู้ร่วมบริจาคและผู้สนับสนุนรายอื่นที่อาจได้รับความเสียหาย ทั้งกลุ่มบุคคลที่ร่วมบริจาคเงินและผู้ที่นำสิ่งของมาสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยประเมินจากข้อมูลที่ได้รับในเบื้องต้นว่า มูลค่าความเสียหายรวมอาจเกือบ 1 ล้านบาท แต่ยังต้องรวบรวมข้อมูลจากผู้เสียหายแต่ละรายเพื่อสรุปยอดที่แน่นอน

อาจารย์เบียร์ ยืนยันว่า สาเหตุที่ตัดสินใจเข้าแจ้งความ เพราะไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำเติมผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งกำลังเผชิญความเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เงินบริจาคที่ประชาชนตั้งใจมอบให้ควรถูกนำไปใช้จัดหาอาหารและสิ่งของจำเป็นอย่างตรงไปตรงมา พร้อมขอให้ผู้ที่มีข้อมูลหรือเชื่อว่าได้รับความเสียหาย ติดต่อทีมงานเพื่อรวบรวมหลักฐานและเข้าแจ้งความเพิ่มเติม

ส่วนกรณีที่ชายคนดังกล่าวอาจเข้าแจ้งความกลับ โดยอ้างว่าทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงนั้น อาจารย์เบียร์ ระบุว่า พร้อมให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและต้องการให้มีการนำหลักฐานมาแสดง โดยเฉพาะหลักฐานการใช้เงินบริจาคและรายการค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิสูจน์ว่าเงินที่ได้รับถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์จริงหรือไม่

สำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ผ่านมา อาจารย์เบียร์ เปิดเผยว่า ตนเองใช้เงินส่วนตัวไปแล้วกว่า 1 ล้านบาท ขณะที่เงินที่รวบรวมจากเพื่อนและกัลยาณมิตรเพื่อร่วมช่วยเหลืออยู่ที่ประมาณ 900,000 บาท เมื่อนับรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ประเมินว่าใช้เงินไปแล้วกว่า 2 ล้านบาท

อาจารย์เบียร์ ยังฝากเตือนประชาชนที่ต้องการบริจาคเงินหรือสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย ให้ตรวจสอบบุคคลและหน่วยงานที่จะร่วมบริจาคอย่างรอบคอบ โดยควรเลือกองค์กรที่มีผลงานช่วยเหลือชัดเจน สามารถตรวจสอบการดำเนินงานและชี้แจงต่อสาธารณะได้ พร้อมแนะนำว่า หากสามารถนำสิ่งของไปมอบให้ผู้ประสบภัยได้โดยตรง ก็ควรเลือกวิธีดังกล่าว หรือหากต้องการบริจาคเงิน ควรพิจารณาบริจาคผ่านบัญชีของมูลนิธิหรือองค์กรที่ตรวจสอบได้ แทนการโอนเข้าบัญชีบุคคลโดยไม่มีข้อมูลยืนยัน

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ร่มเกล้า อาจารย์เบียร์ บอกว่า รู้สึกดีใจที่ระดับน้ำลดลงและประชาชนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ พร้อมหวังว่าจะไม่เกิดน้ำท่วมรุนแรงซ้ำอีก และขอให้พื้นที่ที่ยังประสบอุทกภัยทั่วประเทศมีระดับน้ำลดลงโดยเร็ว

เบื้องต้น อาจารย์เบียร์ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ร่มเกล้า เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมรวบรวมหลักฐานจากผู้ที่อาจได้รับความเสียหายเพิ่มเติม

ขณะที่ ขวัญ อุษามณี เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของการช่วยเหลือครั้งนี้ มาจากความตั้งใจที่จะบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยรู้จักชายคนดังกล่าวผ่านการประสานงานช่วยเหลือในพื้นที่ เมื่อชายคนดังกล่าวแจ้งว่าต้องใช้เงินจัดทำอาหาร แต่เห็นว่าอาจารย์เบียร์ช่วยเหลือไปมากแล้ว ขวัญจึงตัดสินใจนำเงินส่วนตัวมาสนับสนุนแทน เพราะต้องการให้ความช่วยเหลือไปถึงประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจริง แม้ระหว่างนั้นจะมีเจ้าหน้าที่บางคนเตือนให้ระมัดระวังชายคนนี้ แต่ขวัญเลือกให้โอกาส เพราะไม่ต้องการตัดสินใครจากคำพูดของคนอื่น และต้องการให้เจ้าตัวพิสูจน์ตัวเอง

ขวัญ อุษามณี บอกว่า จุดที่ทำให้เกิดข้อสงสัย คือการนำหลักฐานค่าใช้จ่ายชุดเดียวกันไปใช้เบิกเงินจากผู้ช่วยเหลือหลายราย โดยขวัญยืนยันว่า ตัวเองตัดสินใจให้เงินตามยอดที่มีการนำหลักฐานมาแสดงอย่างเต็มจำนวน เพื่อไม่ให้มีข้ออ้างว่าจำนวนเงินไม่เพียงพอ และต้องการให้ตรวจสอบได้ว่า หากมีการนำหลักฐานชุดเดิมไปเบิกซ้ำ จะเกิดข้อเท็จจริงอย่างไร นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยรายอื่นซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการประสานงานของชายคนเดียวกัน ขวัญจึงต้องการให้ตำรวจตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง

ขวัญ อุษามณี ย้ำว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเกิดจากความตั้งใจดีของทุกคน จึงไม่ควรนำความเดือดร้อนของประชาชนมาใช้เป็นช่องทางแสวงหาประโยชน์ พร้อมขอให้ตำรวจเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายชี้แจงอย่างเป็นธรรม

ขณะที่ นายเอ (เสื้อดำเบลอหน้า) หนึ่งในทีมงานของชายที่ถูกกล่าวหาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ชายคนดังกล่าวได้ขอให้ตนขับรถพาไปสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว เนื่องจากเจ้าตัวต้องการไปดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยในวันดังกล่าว ตนได้แจ้งกับชายคนนี้ว่า ขวัญ อุษามณี โอนเงินสนับสนุนมาให้แล้ว ก่อนที่อีกฝ่ายจะสั่งให้ตนไปกดเงินสดออกมา แต่เมื่อไปถึงตู้ ATM กลับไม่สามารถกดเงินได้ เนื่องจากเงินสดภายในตู้หมด

นายเอ เล่าอีกว่า ชายคนดังกล่าวจึงบอกว่าไม่เป็นไร เพราะยังมีเงินสดของอาจารย์เบียร์เหลืออยู่อีกกว่า 40,000 บาท และบอกว่าไปเที่ยวร้านเหล้าในครั้งนี้คงใช้เงินไม่ถึง 10,000 บาท โดยระหว่างที่อยู่ภายในร้าน ชายคนดังกล่าวยังมีการแจกทิปให้กับพนักงานเสิร์ฟและการ์ดภายในร้านด้วย

หลังจากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เสร็จสิ้นเกือบเช้า ตนได้ขับรถไปซื้อวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารที่ตลาดหทัยมิตร โดยใช้เงินที่ขวัญ อุษามณี โอนมาสนับสนุน ซื้อของไปเป็นเงินประมาณ 9,000 กว่าบาท ก่อนจะมียอดเงินคงเหลือประมาณ 27,000 บาท

จากนั้นตนได้แจ้งยอดเงินคงเหลือให้คนในทีมงานทราบ พร้อมสอบถามว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ ซึ่งทีมงานบอกให้ตนเก็บเงินไว้ก่อน กระทั่งเมื่อเดินทางกลับถึงบ้าน ชายคนดังกล่าวที่แอบอ้างได้ติดต่อมาให้โอนเงินส่วนที่เหลือกลับไป ตนจึงโอนเงินคืนตามที่ร้องขอ พร้อมแจ้งรายละเอียดรายการซื้อของ และระบุข้อความกำกับในสลิปโอนเงินว่า “คืนเงินบริจาคซื้อของ” เพื่อให้มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการโอนเงินส่วนที่เหลือจากการซื้อวัตถุดิบกลับคืนไป

นายเอ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาการซื้อวัตถุดิบเข้าโรงครัวแต่ละครั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นการซื้อผักสดเพิ่มเติมเท่านั้น เนื่องจากในส่วนของเนื้อหมูและเนื้อสัตว์ต่างๆ ทีมงานหมีปรุงนำมาสนับสนุนให้อยู่แล้ว ซึ่งคนในทีมงานต่างทราบดีว่า การออกไปซื้อของในแต่ละวันจึงเป็นการซื้อผักเพิ่มเติมเป็นหลัก

นอกจากนี้ นายเอ ยังยืนยันว่า ในคืนที่เดินทางไปสถานบันเทิง ชายคนดังกล่าวได้สวมเสื้อคนตื่นธรรมเข้าไปภายในร้านด้วย แต่ตนไม่ได้ใส่ นอกจากนี้ชายคนนี้มีการให้บุคคลอื่นไปกดเงินสดให้อีกจำนวนหนึ่งด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ตนและบุคคลอื่นๆ ที่ถูกพาดพิงได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำและชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด

ด้านชายที่ถูกกล่าวหา ยืนยันผ่านโทรศัพท์ว่า ตัวเองบริสุทธิ์ใจ เงินที่ให้มานำไปซื้อของในโรงครัวทั้งหมด ไม่ได้นำเงินไปใช้ส่วนตัว พร้อมยืนยันว่ามีบิลหลักฐานการใช้จ่ายซื้อของ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย และไม่ได้นำเงินที่ได้จากการบริจาคไปใช้เที่ยวดื่มสุรา และกำลังจะเดินทางเข้ามาชี้แจงที่ สน.ร่มเกล้า

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...