โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ณัฐพงษ์-อภิสิทธิ์” จับมือแฉบวนการ “ระบอบสีน้ำเงิน” สกัดตรวจสอบ

อีจัน

อัพเดต 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 1.21 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • อีจัน

วันนี้ (4 พ.ย.69) ที่อาคารรัฐสภา พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธานคณะกรรมาธิการสามัญในสัดส่วนพรรคฝ่ายค้าน ได้ร่วมกันแถลงข่าวกรณีพบพฤติการณ์ตั้งใจสกัดกั้น แทรกแซง และคุกคามการทำหน้าที่ตรวจสอบของฝ่ายค้านผ่านกลไกต่างๆ อย่างเป็นระบบ

นายณัฐพงษ์ เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญของระบบประชาธิปไตยคือการตรวจสอบถ่วงดุลผู้ใช้อำนาจรัฐ แต่ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมากลับเกิดหลายเหตุการณ์พร้อมกัน จนน่าสงสัยว่ารัฐบาลหรือกลุ่มผู้มีอำนาจในเครือข่ายระบอบสีน้ำเงิน กำลังใช้อำนาจควบคุมกลไกรัฐเพื่อรวบอำนาจและสกัดกั้นฝ่ายค้าน โดยแบ่งเป็น 3 ประเด็นหลัก

ประเด็นแรก คือการสกัดกั้นการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร จากกรณีที่ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบแนวปฏิบัติให้การทำงานของกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ ต้องผ่านมติที่ประชุมเสียงข้างมากเสมอ ซึ่งฝ่ายรัฐบาลถือเสียงข้างมากเกือบทุกคณะอยู่แล้ว หากใช้วิธีนี้ก็เท่ากับตัดบทบาทฝ่ายค้าน ไม่ต้องมี สส. ฝ่ายค้านไว้ตรวจสอบอีกต่อไป และจะทำให้กรรมาธิการกลายเป็นเพียง “ตรายาง” คอยรับรองความถูกต้องให้โครงการที่มีข้อครหาทุจริตของรัฐบาลเท่านั้น

ประเด็นที่สอง คือการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในคดีทุจริตเลือก สว. ซึ่ง กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง เตรียมยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยขอบเขตอำนาจระหว่าง กกต. กับศาลฎีกา โดยฝ่ายค้านมองว่าเป็นการใช้เสียงข้างมากขององค์กรอิสระที่มีความเชื่อมโยงกับผู้มีอำนาจ ไปร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญจำกัดขอบเขตคดี เพื่อไม่ให้เอาผิดบุคคลอื่นนอกเหนือจากรายชื่อ 77 คนตามคำร้องเดิมได้ แม้ศาลฎีกาจะไต่สวนพบหลักฐานการร่วมกระทำผิดเพิ่มเติมก็ตาม ซึ่งถือเป็นการก้าวก่ายอำนาจของศาลยุติธรรมอย่างชัดเจน

ประเด็นที่สาม คือการคุกคามความเป็นส่วนตัวของ สส. ฝ่ายค้าน โดยตนเองและนายอภิสิทธิ์ ได้รับข้อความแจ้งเตือนความปลอดภัยจากบริษัท Apple บนโทรศัพท์มือถือว่ากำลังตกเป็นเป้าหมายการจารกรรมด้วยสปายแวร์ขั้นสูง ซึ่งระบบระบุว่าเครื่องมือประเภทนี้มักถูกนำมาใช้โดยหน่วยงานภาครัฐระดับประเทศ ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่ากำลังมีความพยายามจากหน่วยงานความมั่นคงในการสอดแนมฝ่ายค้าน ซึ่งฝ่ายค้านยืนยันว่ายอมรับการกระทำเช่นนี้ไม่ได้

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระบุว่า ตามมาตรฐานสากลแม้รัฐบาลจะเป็นเสียงข้างมาก แต่ต้องยอมรับและเคารพการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านด้วย สำหรับเรื่องหนังสือเวียนของประธานสภาฯ นั้น ตนทราบว่าฝ่ายกฎหมายเป็นผู้สรุปออกไปโดยไม่ได้ผ่านมติจากประธานกรรมาธิการ จึงขอเสนอให้เรียกประชุมประธานกรรมาธิการอีกครั้งเพื่อหาทางออกที่เป็นธรรม เช่น การบรรจุวาระร้องเรียนให้อาศัยการหารือทักท้วงได้โดยไม่ต้องลงมติ

นายอภิสิทธิ์ ยังเตือนถึงความพยายามของสมาชิกพรรคภูมิใจไทยที่กำลังเสนอแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาฯ เพื่อเปิดช่องให้ใช้เสียงข้างมาก ยุบคณะกรรมาธิการได้ รวมถึงเปลี่ยนระบบเลือกประธานกรรมาธิการจากเดิมที่จัดสรรตามสัดส่วน สส. ให้มาใช้เสียงข้างมากชี้ขาด ซึ่งจะทำให้กลไกการตรวจสอบพังทลายลงทันที จึงอยากให้ประธานสภาฯ ส่งสัญญาณไปยังพรรคภูมิใจไทยให้คำนึงถึงศักดิ์ศรีของฝ่ายนิติบัญญัติด้วย

พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงกรณี ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เข้าไปตรวจสอบโครงการรัฐแต่กลับถูกบริษัทเอกชนที่ไม่เคยถูกเอ่ยชื่อฟ้องร้องดำเนินคดี ซึ่งผิดธรรมชาติทางธุรกิจและเหมือนเป็นการตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับฝ่ายการเมือง จึงขอฝากไปยังประธานศาลฎีกาให้ผลักดันคำแนะนำเรื่องการป้องกันการฟ้องปิดปาก (SLAPP Law) ไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังในทุกคดี ส่วนเรื่องการถูกสอดแนมด้วยสปายแวร์นั้น ฝ่ายค้านระมัดระวังตัวอยู่อย่างสม่ำเสมอและไม่ได้หวั่นไหว แต่ขอเตือนว่าหน่วยงานรัฐต้องไม่ทำพฤติกรรมละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างร้ายแรงเช่นนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...