ผลศึกษาฝาแฝดชี้ ‘พันธุกรรม’ อาจส่งอิทธิพลต่อการกินผักผลไม้
ซิดนีย์, 29 ก.ย. (ซินหัว) — วันอังคาร (29 ก.ย.) ศูนย์สมองสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี (CHeBA) สังกัดมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลีย เปิดเผยผลการศึกษาฝาแฝดระดับนานาชาติที่พบว่าความแตกต่างทางพันธุกรรมมีส่วนส่งเสริมการรับประทานผักผลไม้ ซึ่งท้าทายแนวคิดที่ว่าพฤติกรรมการรับประทานที่ดีต่อสุขภาพเป็นเรื่องของความตั้งใจจริง (willpower)
การศึกษาฝาแฝด 5,789 คน ช่วงอายุ 45-90 ปี จากโครงการศึกษาระดับชุมชนระหว่างประเทศ 4 โครงการ พบว่าพันธุกรรมอาจเป็นปัจจัยที่ช่วยอธิบายว่าทำไมบางคนสามารถรักษาพฤติกรรมการรับประทานที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายกว่าคนอื่น ซึ่งตอกย้ำความเชื่อมโยงอันซับซ้อนระหว่างปัจจัยทางชีวภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อม
คณะนักวิจัยประเมินว่าการบริโภคผลไม้มีอัตราการส่งต่อทางพันธุกรรมอยู่ที่ร้อยละ 25 และการบริโภคผักมีอัตราการส่งต่อทางพันธุกรรมอยู่ที่ร้อยละ 17 ซึ่งหมายความว่าความแตกต่างทางพันธุกรรมครองส่วนแบ่งความผันแปรของการบริโภคผลไม้ราว 1 ใน 4 และความผันแปรของการบริโภคผักราว 1 ใน 6
แอนนาเบล เมทิสัน นักวิจัยหลังปริญญาเอกประจำศูนย์ฯ และผู้เขียนหลัก ระบุว่าพฤติกรรมการรับประทานมีความซับซ้อนมากกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด โดยพันธุกรรมเป็นหนึ่งในหลายปัจจัยที่อาจส่งผลต่อสิ่งที่เราเลือกรับประทาน ควบคู่กับความพร้อมในการเข้าถึงอาหาร วัฒนธรรม ราคา ความชอบส่วนบุคคล และประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคน
อย่างไรก็ดี ผลการศึกษาชี้ว่าไม่ควรถืออิทธิพลทางพันธุกรรมเป็น “ชะตากรรมทางพันธุกรรม” (genetic destiny) เพราะความแตกต่างส่วนใหญ่ในพฤติกรรมการบริโภคอาหารนั้นมีสาเหตุจากปัจจัยอื่นที่ไม่ใช่พันธุกรรม และความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมเชิงบวกระหว่างการบริโภคผลไม้และผักที่ปัจจัยทางพันธุกรรมบางประการส่งผลต่อการบริโภคผลไม้อาจส่งผลต่อการบริโภคผักด้วย