โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผ่าเกมซักฟอกรัฐบาล ผ่านมุมมองณัฐวุฒิ จับสมการตั้งรัฐบาล 2 ใน 3 ขั้ว

PostToday

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วอล์กเอาต์กับจังหวะที่ฝ่ายค้านเสียไป

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี วิเคราะห์ว่า ฝ่ายค้านเสียจังหวะทางการเมืองในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังตัดสินใจวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุม เปิดทางให้รัฐบาลเป็นฝ่ายกำหนดกรอบเวลา ขณะที่การแข่งขันระหว่างพรรคใหญ่ยังอยู่ภายใต้โครงสร้าง “3 ขั้ว” ซึ่งมีผลต่อทั้งการตั้งรัฐบาลและการต่อรองในสภา

ในมุมของนายณัฐวุฒิ จุดอ่อนของฝ่ายค้านอยู่ที่การรักษาแรงส่งจากกระแสสังคม เดิมฝ่ายค้านต้องการอภิปรายรัฐมนตรี 18 คน เป็นเวลา 5 วัน ส่วนรัฐบาลเสนอ 3 วัน ก่อนขยับมาเป็น 4 วันและฝ่ายค้านยอมรับ แต่การวอล์กเอาต์ทำให้ฝ่ายค้านเสียโอกาสกำหนดจังหวะ จนกรอบการอภิปรายและลงมติไปอยู่ระหว่างวันที่ 7–11 ธันวาคม 2569 แทนช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ต้องการ

นายณัฐวุฒิ ประเมินว่า ระยะเวลาที่ทอดออกไปอาจลดแรงกดดันต่อรัฐบาล เพราะประชาชนเริ่มเตรียมกิจกรรมและการพักผ่อนปลายปี ขณะที่ข่าวอื่น เช่น ความเคลื่อนไหวขบวนรถของกำนันมโน เข้ามาแบ่งความสนใจ ความท้าทายจึงอยู่ที่ฝ่ายค้านจะรักษาน้ำหนักของประเด็นตรวจสอบจนถึงวันอภิปรายได้อย่างไร

มาตรา 152 จะช่วยประคองกระแสหรือไม่

ต่อแนวคิดเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 คั่นก่อนศึกไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ณัฐวุฒิตั้งข้อสังเกตว่า การหยิบปัญหาปากท้องและนโยบายเศรษฐกิจมาอภิปรายก่อน แล้วเก็บประเด็นคดีฮั้ว สว. ไว้ในเวทีซักฟอก อาจทำให้ประชาชนสับสนและลดความเข้มข้นของการตรวจสอบ แทนที่จะช่วยเรียกความสนใจกลับมา

นายณัฐวุฒิ ยังวิจารณ์ความต่อเนื่องของพรรคประชาชนในการตรวจสอบคดีฮั้ว ส.ว. โดยย้อนถึงการอภิปรายรัฐบาลแพทองธารที่มุ่งไปยังนายกรัฐมนตรี การสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาลภายใต้ข้อตกลง MOA ระหว่างที่กระบวนการตรวจสอบดำเนินอยู่ ตลอดจนคำอธิบายของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคในช่วงที่ผ่านมา

ข้อสังเกตเหล่านี้เป็นเหตุผลที่ณัฐวุฒิใช้ตั้งคำถามต่อยุทธศาสตร์ฝ่ายค้าน แม้เขายอมรับว่าคดีฮั้ว ส.ว. เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามกระบวนการตรวจสอบต่อไป

สมการสองในสามขั้ว

เมื่อขยายภาพจากศึกสภาไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล ณัฐวุฒิแบ่งการเมืองออกเป็นสามขั้ว ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน พร้อมประเมินว่า ยังไม่มีขั้วใดสามารถชนะเลือกตั้งจนตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ การรวมเสียงจึงต้องอาศัยสองในสามขั้วเป็นแกนหลัก

นายณัฐวุฒิ อธิบายการร่วมรัฐบาลของเพื่อไทยผ่านตัวเลขที่ระบุในบทสัมภาษณ์ว่า ภูมิใจไทยมี 192 เสียง และเพื่อไทยมี 74 เสียง ขณะที่พรรคประชาชนประกาศจุดยืนเป็นฝ่ายค้านหากไม่ได้เป็นแกนนำ การจับคู่ระหว่างภูมิใจไทยกับเพื่อไทยจึงเป็นทางออกตามสมการเสียงในสภาในทัศนะของเขา

ปัดดีลทักษิณ ชี้เพื่อไทยต้องตอบด้วยผลงาน

นายณัฐวุฒิปฏิเสธกระแสข่าวเชื่อมโยงคำร้องขอลบประวัติอาชญากรรมของนายทักษิณ ชินวัตร กับการต่อรองเสียงโหวตซักฟอก โดยให้เหตุผลว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังทำงานร่วมกันได้ รัฐบาลมีเสียงสนับสนุนเพียงพอ และการยื่นคำร้องผ่านทนายความเป็นการดำเนินการอย่างเปิดเผยตามสิทธิที่เจ้าตัวอ้าง

นายณัฐวุฒิ ยังมองว่า หากเพื่อไทยใช้เรื่องดังกล่าวต่อรอง พรรคอาจเป็นฝ่ายเสียเปรียบเอง เพราะภูมิใจไทยมีทางเลือกในการรวบรวมเสียงจากพรรคอื่น จึงประเมินว่ากระแสข่าวนี้มุ่งสั่นคลอนรัฐบาลก่อนการอภิปราย

อย่างไรก็ดี นายณัฐวุฒิยอมรับว่า เพื่อไทยเผชิญความท้าทายด้านความนิยมและแรงเสียดทานจากการบริหารประเทศ สิ่งที่ต้องเร่งทำคือสร้างผลงานให้ประชาชนเห็น ส่วนอนาคตของสมการสามขั้วยังขึ้นอยู่กับผลเลือกตั้งและการตัดสินใจของประชาชน โดยโจทย์เฉพาะหน้าคือฝ่ายค้านจะรักษาแรงส่งการตรวจสอบได้เพียงใด และรัฐบาลจะตอบคำถามด้วยผลงานได้มากแค่ไหน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...