โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

จับอภิมหาเศรษฐีต่างด้าวสวมบัตรปชช.ไทย หนีคดี12ปี ซุกเมียหลายจังหวัด

Amarin TV

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ตม.4 จับอภิมหาเศรษฐีต่างด้าวสวมบัตรประชาชนไทย ขับเบนซ์ส่งน้ำมันปาล์มตะวันออกกลาง ซุกเมียหลายจังหวัด หนีคดี 12 ปี จ่อขยายผลฟอกเงินร้อยล้าน

ตม.4 จับอภิมหาเศรษฐีต่างด้าวสวมบัตรประชาชนไทย ขับเบนซ์ส่งน้ำมันปาล์มตะวันออกกลาง ซุกเมียหลายจังหวัด หนีคดี 12 ปี จ่อขยายผลฟอกเงินร้อยล้าน

เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 3 พ.ย. 69 พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 (ผบก.ตม.4) พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัชชัย สำเนียง ผู้กำกับตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม (ผกก.ตม.นครพนม) พ.ต.ท.เกียรติคุณ ดวงแก้ว สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม (สว.ตม.นครพนม) พ.ต.ท.จงชนะ ประสพสุข สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสกลนคร (สว.ตม.สกลนคร) นายสมาน เกษี ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนฯ และ นายบดินทร์ วาจนสุนทร ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง อำเภอเมืองนครพนม แถลงข่าวจับกุมตัวนายมูฮัมหมัด (นามสมมติ) บุคคลต่างด้าวที่สวมบัตรประชาชนคนไทย

โดยสกัดจับได้ที่บริเวณปากทางเข้าบ้านดอนม่วง ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22 (นิตโย) ฝั่งขาเข้าเมือง ตรงข้ามกับหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงนครพนม

สืบเนื่องจากนายมูฮัมหมัดผู้ต้องหา ได้สวมบัตรประชาชนคนไทยในชื่อนายบุญธรรม ศรีโสภา อายุ 64 ปี ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ภายหลังได้โอนย้ายปลายทางไปอยู่บ้านเลขที่ 251/199 ซอยรามคำแหง สะพานสูง กทม. โดยใช้บัตรประชาชนในชื่อนายบุญธรรม ในการดำเนินการธุรกรรมต่างๆ มากมาย อีกทั้งในการสืบสวนสอบสวนเชิงลึก พบว่านายมูฮัมหมัดได้เปิดบริษัท 2 แห่ง และห้างหุ้นส่วนอีก 1 แห่ง ดำเนินกิจการขายส่งน้ำมันปาล์มไปยังหลายประเทศแถบตะวันออกกลาง และมีภรรยาหลายคนในหลายจังหวัด ล่าสุดสืบทราบว่านายมูฮัมหมัดมีภรรยาอยู่ที่ จ.สกลนคร และ จ.นครพนม และจะเทียวไปเทียวมาระหว่างสองจังหวัดนี้

กระทั่งวันที่ 3 พ.ย. 69 ได้ขับรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ สีดำ ออกจากบ้านภรรยา จ.สกลนคร มุ่งหน้าไปยัง จ.นครพนม ตม.สกลนคร รวมทั้งชุดสืบสวน บก.ตม.4 ได้ประสานขอกำลังสนับสนุนไปยัง ตม.นครพนม ตำรวจทางหลวงนครพนม และปกครองอำเภอเมืองนครพนม ตั้งจุดตรวจ จุดสกัดบริเวณปากทางเข้าบ้านดอนม่วง ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม

จากตรวจสอบบุคคลภายในรถเบนซ์หรูคันดังกล่าว พบนายมูฮัมหมัด (นามสมมติ) ได้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนและใบอนุญาตขับขี่ของบุคคลสัญชาติไทยของนายบุญธรรม ศรีโสภา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบก่อนหน้านี้แล้วว่าบุคคลรายดังกล่าวได้ถูกสวมบัตรประจำตัวประชาชนและถูกเพิกถอนไปแล้ว จึงได้ควบคุมตัวนายมูฮัมหมัด ในข้อหา 1.ใช้เอกสารราชการอันเป็นเท็จ (มาตรา 268 ประกอบมาตรา 265) 2.แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน (มาตรา 137) 3. ฐานใช้หรือแสดงบัตร พ.ร.บ.บัตร ม.14(4) นำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม ในเบื้องต้นผู้ต้องหาได้ให้ทนายความประจำตัวมาร่วมรับฟัง และยังให้การภาคเสธ

พล.ต.ต.ไพรัช เปิดเผยว่า คดีนี้กองกำกับการ 3 กองปราบปราม ติดตามมาตั้งแต่ปี 57 เป็นต้นมา หลังตรวจพบความไม่ชอบมาพากลของบุคคลที่ใช้ชื่อนายบุญธรรม ศรีโสภา โดยนายมูฮัมหมัดไปขอมีบัตรในชื่อบุคคลอื่นที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 57 ต่อมาวันที่ 21 มี.ค. 57 ได้จับกุมผู้อ้างชื่อนายบุญธรรมในพื้นที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม พร้อมยึดบัตรประชาชนไว้เป็นของกลาง จากนั้นบุคคลดังกล่าวได้ขอมีบัตรใหม่ที่ปกครองอำเภอเมืองนครพนม แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถออกบัตรให้ได้ เนื่องจากไม่พบชื่อในทะเบียนราษฎร์ กระทั่งทราบว่าผู้อ้างชื่อได้ไปยื่นขอมีบัตรประชาชนที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 57 แม้ได้ถูกยกเลิกบัตรไปแล้ว

ยอมรับว่าการติดตามสืบสวนสอบสวนบุคคลต่างด้าวรายนี้ เป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากมีที่อยู่ไม่แน่นอน อาจเป็นเพราะเขามีบ้านหลายหลัง ภรรยาหลายคน กว่าจะไล่เช็คมาถึงตรงจุดนี้ได้เล่นเอาเหนื่อย แต่เชื่อว่านายมูฮัมหมัดป้วนเปี้ยนอยู่แถวภาคอีสาน เพราะมีการไปขอมีบัตรใหม่ที่ปกครองอำเภอเมืองนครพนม กระทั่งสืบแน่ชัดว่าเขาดำเนินชีวิตในแต่ละวันอย่างไร อยู่กับภรรยาคนไหนบ้าง จึงวางแผนจับกุมดังกล่าว

นอกจากนี้มีเบาะแสเป็นบุคคลต่างด้าวน่าสงสัยว่ากระทำความผิดสวมบัตรประชาชนคนไทย มีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ น่าเชื่อว่ากระทำความผิด จึงได้สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่านายมูฮัมหมัด เคยมีการสวมบัตรประชาชนคนไทยถึง 2 ราย เมื่อปี 57 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี มีประวัติอาชญากรรมหลายคดี อาทิ ปลอมบัตรประชาชออกเช็คชำระหนี้ แจ้งข้อความเท็จต่อเจ้าพนักงาน และฉ้อโกง และเคยมีหนังสือเดินทางไทยโดยใช้ชื่อคนไทย ซึ่งถูกยกเลิกแล้วตั้งแต่ปีดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ต.ไพรัช ระบุว่าจะเร่งขยายผลตรวจสะพฤติการณ์ แหล่งรายได้ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ คาดว่าเชื่อมโยงเครือข่ายฟอกเงินมูลค่าหลายร้อยล้านบาท การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในการปราบปรามบุคคลต่างด้าวที่อยู่ราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...