โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สรรเพชญ” แจงกระทู้ Thailand Riviera ลดทางอ้อมกว่า 15 กม.หนุนท่องเที่ยวใต้

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“สรรเพชญ” แจงกระทู้ Thailand Riviera เร่งแก้จุดขาดเชื่อมถนนชุมพร บูรณาการหน่วยงานคมนาคม-ท้องถิ่น ลดทางอ้อมกว่า 15 กม. หนุนท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภาคใต้

วันนี้ (22 ตุลาคม 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ชี้แจงกระทู้ถามสดของนายวิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร พรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับความคืบหน้าโครงการพัฒนาถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Thailand Riviera) ในพื้นที่จังหวัดชุมพร โดยยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาจุดขาดการเชื่อมต่อของโครงข่ายถนน เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงพื้นที่ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภาคใต้ ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นายสรรเพชญ กล่าวว่า โครงการ Thailand Riviera เป็นโครงการสำคัญในการพัฒนาโครงข่ายถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยว ชุมชน และแหล่งเศรษฐกิจตลอดแนวชายฝั่ง โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 5 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ช่วงสมุทรสงคราม-ชุมพร ระยะทางประมาณ 658 กิโลเมตร ก่อสร้างแล้วเสร็จ ระยะที่ 2 ช่วงชุมพร-สงขลา ระยะทางประมาณ 600 กิโลเมตร อยู่ระหว่างเตรียมจัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเชิงหลักการ ระยะที่ 3 ประกอบด้วยเส้นทางสามสมุทร ช่วงสมุทรปราการ-สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม และเส้นทางตะนาวศรีคีรีพัฒน์ ช่วงเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งได้ดำเนินการสำรวจออกแบบและจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว และอยู่ในแผนเตรียมการก่อสร้าง ส่วนระยะที่ 4 ช่วงสงขลา–นราธิวาส และระยะที่ 5 ฝั่งอันดามัน ช่วงระนอง-สตูล ได้ศึกษาความเหมาะสมแล้ว และเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนสำรวจออกแบบรายละเอียดต่อไป

สำหรับประเด็นปัญหาในพื้นที่จังหวัดชุมพร โดยเฉพาะช่วงบ้านจระเข้ ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร ถึงบ้านท้องเกร็ง ตำบลด่านสวี อำเภอสวี ระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่าย Thailand Riviera ระยะที่ 1 นั้น พบว่ายังมีปัญหาการเชื่อมต่อระหว่างถนนสาย ชพ.2010 และ ชพ.2018 ส่งผลให้ประชาชนต้องเดินทางอ้อมไปกลับรถบนทางหลวงหมายเลข 41 ถึง 2 ครั้ง รวมระยะทางกว่า 15 กิโลเมตร ทั้งที่หากสามารถปรับปรุงถนนท้องถิ่นเพื่อเชื่อมต่อถนนทั้งสองสายเข้าด้วยกันโดยตรง จะช่วยลดระยะทางการเดินทางเหลือเพียงประมาณ 4 กิโลเมตร

กระทรวงคมนาคม จึงได้มอบหมายให้กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เร่งประสานองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งคา และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อหาแนวทางปรับปรุงเส้นทางร่วมกัน เนื่องจากถนนดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของ อบต.ทุ่งคา และมีบางส่วนทับซ้อนกับพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ โดยเมื่อได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการใช้พื้นที่และมีการส่งมอบพื้นที่ให้ ทช. รับผิดชอบแล้ว จะดำเนินการจัดสรรงบประมาณเพื่อปรับปรุงเส้นทางให้สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างสมบูรณ์ ช่วยลดระยะทาง ลดเวลา และลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน

นายสรรเพชญ ย้ำว่า แนวทางการพัฒนาโครงข่าย Thailand Riviera ในพื้นที่ดังกล่าว กระทรวงคมนาคมมุ่งใช้ประโยชน์จากถนนสายเดิมที่มีอยู่แล้วเป็นหลัก โดยปรับปรุงให้สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมภาคใต้ให้เชื่อมต่อกันทั้งระบบ โดยเฉพาะการแก้ไขจุดขาดการเชื่อมต่อ (Missing Link) ของระบบราง ผ่านโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ช่วงชุมพร-ท่าเรือระนอง ระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร ซึ่งได้ดำเนินการศึกษาและออกแบบรายละเอียดแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณารายงาน EIA และดำเนินการตามขั้นตอนอนุมัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟสายใต้เข้ากับท่าเรือฝั่งอันดามัน เพิ่มทางเลือกในการขนส่งสินค้า ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจภาคใต้ในระยะยาว

ขณะเดียวกัน คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ได้เห็นชอบโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 จำนวน 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 36,892 ล้านบาท และช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ ระยะทาง 291 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 61,535 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการขนส่งสินค้า รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว พร้อมเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมทางถนน ทางราง และทางน้ำของภาคใต้ให้มีความต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น

“กระทรวงคมนาคมจะเร่งติดตามการแก้ไขปัญหาจุดขาดการเชื่อมต่อของถนนในจังหวัดชุมพร ควบคู่กับการผลักดันโครงการ Thailand Riviera ในระยะต่อไป และการพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่เชื่อมต่อท่าเรือระนอง เพื่อให้การคมนาคมของภาคใต้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ประชาชนเดินทางได้สะดวก ปลอดภัย ลดต้นทุนการเดินทางและขนส่งสินค้า รวมถึงเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้กับชุมชนตลอดแนวเส้นทาง โดยคำนึงถึงการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป” นายสรรเพชญ กล่าวในตอนท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...