โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

กระดูกกดทับเส้นประสาท เมื่อปวดหลังเริ่มลามลงขา ถึงเวลาหาสาเหตุและเลือกการรักษาที่เหมาะกับเรา

Thonburi Hospital

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • โรงพยาบาลธนบุรี

กระดูกกดทับเส้นประสาทเกิดขึ้นได้อย่างไร

กระดูกสันหลังประกอบด้วยกระดูกหลายข้อเรียงต่อกัน มีหมอนรองกระดูกคั่นอยู่ และมีช่องสำหรับไขสันหลังกับเส้นประสาท เมื่อโครงสร้างเหล่านี้เปลี่ยนแปลงตามวัย หมอนรองกระดูกอาจสูญเสียน้ำและความสูง ข้อต่อเกิดความเสื่อม กระดูกงอกหรือเอ็นบางส่วนหนาตัวขึ้น พื้นที่ที่เคยให้เส้นประสาทผ่านจึงอาจแคบลงจนเกิดการกดเบียด

คำว่า “กระดูกกดทับเส้นประสาท” จึงไม่ได้หมายความว่ากระดูกเป็นตัวกดอยู่เพียงอย่างเดียว หมอนรองกระดูกที่โป่งหรือเคลื่อน รวมถึงกระดูกสันหลังที่เลื่อน อาจเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาได้ด้วย ในคนหนึ่งอาจมีหลายปัจจัยร่วมกัน การแยกสาเหตุให้ชัดช่วยให้การรักษาตอบโจทย์มากกว่าการดูแลจากชื่อโรคเพียงคำเดียว

ความเสื่อมพบได้มากขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น แต่ไม่มีเส้นแบ่งว่าครบ 35 ปีแล้วทุกคนจะเป็นโรค บางคนมีความเปลี่ยนแปลงในภาพถ่ายแต่ยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ ขณะที่บางคนมีช่องกระดูกสันหลังแคบตั้งแต่กำเนิดและเริ่มมีอาการเร็วกว่า สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคืออาการ การทำงานของระบบประสาท และผลตรวจที่สอดคล้องกัน

กดทับที่คอและที่เอว อาการอาจต่างกัน

หากปัญหาอยู่บริเวณเอว อาการอาจเป็นปวดหลังร้าวไปที่ก้น ขา หรือเท้า ร่วมกับชาและอ่อนแรง บางคนยืนหรือเดินแล้วอาการมากขึ้น และดีขึ้นเมื่อนั่งพักหรือก้มตัวเล็กน้อย รูปแบบนี้พบได้ในภาวะช่องกระดูกสันหลังส่วนเอวตีบ แต่ยังต้องตรวจแยกจากสาเหตุอื่น

หากปัญหาอยู่บริเวณคอ อาจมีปวดคอร้าวลงแขน ชาที่มือ หรือแรงบีบมือลดลง ในกรณีที่กดเบียดไขสันหลัง ผู้ป่วยอาจใช้มือทำงานละเอียดได้ยาก เช่น ติดกระดุมหรือเขียนหนังสือ และมีปัญหาการเดินหรือการทรงตัวร่วมด้วย อาการเดินไม่มั่นคงจึงไม่ควรถูกมองว่าเกิดจากความปวดหลังอย่างเดียว

4 สัญญาณที่ควรนำไปคุยกับแพทย์

ปวดคอหรือปวดหลังซ้ำจนเริ่มจำกัดชีวิต

ลองสังเกตว่าอาการปวดทำให้ต้องเปลี่ยนกิจวัตรหรือไม่ เช่น นั่งทำงานได้สั้นลง นอนหลับไม่ต่อเนื่อง หรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เคยทำได้ หากเป็นซ้ำต่อเนื่องหรือดูแลเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น ควรนัดตรวจเพื่อหาสาเหตุ การปวดเรื้อรังเพียงอย่างเดียวยังสรุปไม่ได้ว่าเส้นประสาทถูกกดทับ แต่เป็นเหตุผลที่ควรประเมินอย่างเป็นระบบ

ปวดร้าวร่วมกับชา หรือเริ่มรู้สึกว่าแขนขาไม่มีแรง

อาการปวดที่วิ่งลงแขนหรือขา ร่วมกับความรู้สึกแสบร้อน เสียวเหมือนไฟช็อต หรือชา เป็นข้อมูลที่ช่วยให้แพทย์ประเมินเส้นประสาท หากเริ่มยกปลายเท้าได้ไม่ดี ทำของหล่นบ่อย หรือกำมืออ่อนลง ควรพบแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะเมื่ออ่อนแรงเพิ่มขึ้น เพราะความเปลี่ยนแปลงของกำลังกล้ามเนื้อมีความสำคัญต่อการวางแผนรักษา

เดินได้ระยะสั้นลง หรือทรงตัวไม่เหมือนเดิม

บางคนไม่ได้ปวดตลอดวัน แต่เมื่อเดินไปได้ระยะหนึ่งกลับปวด ชา หรือรู้สึกหนักขาจนต้องพัก ควรจดว่าเดินได้ประมาณกี่นาที อาการเกิดข้างเดียวหรือสองข้าง และนั่งแล้วดีขึ้นหรือไม่ ส่วนผู้ที่เดินเซ สะดุดง่าย หรือใช้มือไม่คล่องร่วมด้วย ควรบอกแพทย์ให้ครบ เพื่อประเมินการทำงานของไขสันหลังและระบบประสาท

มีความผิดปกติของการขับถ่ายหรือชาบริเวณก้นและหว่างขา

หากมีปวดหลังร่วมกับปัสสาวะไม่ออกที่เกิดขึ้นใหม่ กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ชารอบอวัยวะเพศ ก้น หรือหว่างขา หรือขาอ่อนแรงอย่างรวดเร็ว ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที อาการเหล่านี้อาจสัมพันธ์กับการกดทับกลุ่มเส้นประสาทส่วนปลายของไขสันหลัง หรือ Cauda Equina Syndrome ซึ่งต้องประเมินเร่งด่วน ไม่ควรรอคิวนัดหรือทดลองรักษาเอง

อาการท้องผูกหรือปัสสาวะลำบากมีได้หลายสาเหตุ แต่เมื่อเกิดขึ้นใหม่พร้อมอาการทางหลังและขา การตรวจโดยแพทย์เป็นวิธีที่เหมาะสมในการแยกภาวะอันตราย อย่ารอให้มีอาการครบทุกข้อก่อนขอความช่วยเหลือ

ตรวจอย่างไรให้รู้ว่าความปวดมาจากจุดไหน

การตรวจเริ่มจากการพูดคุย ไม่ได้เริ่มจากการสแกนทันที แพทย์จะถามตำแหน่งปวด ระยะเวลาที่เป็น สิ่งที่ทำให้อาการมากขึ้นหรือดีขึ้น รวมถึงโรคประจำตัวและการรักษาที่เคยได้รับ จากนั้นตรวจกำลังกล้ามเนื้อ ความรู้สึก รีเฟล็กซ์ และการเดิน เพื่อดูว่าอาการเข้ากับเส้นประสาทบริเวณใด

เอกซเรย์ช่วยดูแนวกระดูกและความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้าง ส่วน MRI 3 Tesla ช่วยเห็นหมอนรองกระดูก เอ็น และเส้นประสาทได้ชัดกว่า CT มีประโยชน์ในการดูรายละเอียดของกระดูก แพทย์จะเลือกตรวจตามข้อบ่งชี้ ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกชนิดในทุกคน และภาพที่พบความเสื่อมต้องแปลผลร่วมกับอาการเสมอ

ก่อนเข้าตรวจ ลองเตรียมคำตอบง่าย ๆ ว่าอาการเริ่มเมื่อไร ปวดร้าวไปถึงจุดไหน มีชาและอ่อนแรงหรือไม่ และทำกิจกรรมอะไรได้ลดลง หากมีผลตรวจเก่า รายชื่อยา หรือบันทึกการรักษาเดิม ให้นำมาด้วย เพื่อให้การพูดคุยกับทีม ศูนย์กระดูกและข้อ เชื่อมต่อกับสิ่งที่เคยทำมาแล้วได้สะดวก

การรักษากระดูกกดทับเส้นประสาท ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยการผ่าตัดทุกคน

คำถามที่หลายคนกังวลที่สุดคือ “จะต้องผ่าตัดหรือเปล่า” คำตอบขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรง หากยังไม่มีภาวะฉุกเฉินหรือความผิดปกติทางระบบประสาทที่ต้องจัดการเร่งด่วน แพทย์อาจเริ่มด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัด แล้วติดตามว่าความปวดและความสามารถในการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไร

ปรับกิจกรรมและใช้ยาอย่างเหมาะสม

การลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการชั่วคราวอาจช่วยได้ แต่การนอนพักยาวจนไม่ขยับตัวไม่ใช่คำตอบสำหรับผู้ป่วยทุกคน ควรค่อย ๆ เคลื่อนไหวในระดับที่เหมาะกับอาการ ยาที่แพทย์เลือกอาจช่วยลดปวดหรือลดการอักเสบ โดยต้องพิจารณาสุขภาพโดยรวมและยาที่ใช้อยู่ การซื้อยากินต่อเนื่องเองอาจทำให้ติดตามโรคได้ยากและเพิ่มความเสี่ยงจากยา

กายภาพบำบัดควรตอบโจทย์สิ่งที่ทำได้ยาก

การฟื้นฟูมีเป้าหมายช่วยให้เคลื่อนไหวและทำกิจวัตรได้ดีขึ้น โปรแกรมอาจประกอบด้วยการฝึกกล้ามเนื้อ การปรับรูปแบบการเคลื่อนไหว และการฝึกเดินหรือการทรงตัว โดยปรับตามข้อจำกัดของแต่ละคน หากท่าฝึกทำให้ปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรงมากขึ้น ควรหยุดและแจ้งผู้ดูแล ไม่ฝืนทำตามจำนวนครั้งที่ตั้งไว้

ผู้ที่ต้องการวางแผนฟื้นฟูร่วมกับการรักษา สามารถดูบริการของ ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด โรงพยาบาลธนบุรี ซึ่งมีการประเมินและจัดโปรแกรมตามเป้าหมายของผู้ป่วย รวมถึงการฝึกการเคลื่อนไหวและการทรงตัว

การฉีดยาเป็นทางเลือกในผู้ป่วยบางราย

แพทย์อาจพิจารณาฉีดยาเพื่อลดอาการปวดจากการระคายเคืองหรืออักเสบรอบเส้นประสาทในผู้ป่วยที่เหมาะสม ผลตอบสนองแตกต่างกัน และการฉีดยาไม่ได้ทำให้กระดูกงอกหรือช่องกระดูกสันหลังตีบหายไป จึงต้องประเมินประโยชน์และติดตามอาการร่วมกับแผนรักษาอื่น

เมื่อไรการผ่าตัดจึงเป็นทางเลือกที่ควรพิจารณา

การผ่าตัดอาจเหมาะเมื่ออาการจากการกดทับยังรบกวนชีวิตมากแม้ได้รับการรักษาแบบไม่ผ่าตัดอย่างเหมาะสม หรือเมื่อมีความผิดปกติของระบบประสาทที่แพทย์ประเมินว่าควรผ่าตัด ผู้ที่อ่อนแรงเพิ่มขึ้นหรือมีความผิดปกติของการขับถ่ายอาจต้องได้รับการประเมินเร็วกว่าผู้ที่มีอาการปวดเพียงอย่างเดียว

เป้าหมายของการผ่าตัดคือคลายการกดเบียดเส้นประสาท และในบางกรณีต้องเพิ่มความมั่นคงของกระดูกสันหลังด้วย ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนจะต้องใส่โลหะหรือเชื่อมข้อ การตัดสินใจต้องดูตำแหน่งโรค ความมั่นคงของกระดูก และสภาพร่างกายร่วมกัน

ในการคุยกับแพทย์ ควรถามว่าการผ่าตัดคาดว่าจะช่วยอาการใดได้มากที่สุด อาการใดอาจยังเหลืออยู่ และมีทางเลือกอื่นหรือไม่ โดยเฉพาะผู้ที่ชาและอ่อนแรงมานาน ควรเข้าใจว่าเส้นประสาทอาจฟื้นตัวได้ไม่เท่ากันในแต่ละคน การผ่าตัดคลายกดทับไม่ได้ทำให้ความเสื่อมตามวัยทั้งหมดหยุดลง

การผ่าตัดแบบแผลเล็กช่วยอะไร และมีข้อจำกัดอย่างไร

การผ่าตัดแบบแผลเล็ก หรือ Minimally Invasive Spine Surgery เป็นแนวทางที่ใช้แผลและทางเข้าถึงตำแหน่งผ่าตัดขนาดเล็กลง เพื่อลดการรบกวนกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อโดยรอบ เทคนิคอาจใช้ท่อถ่าง กล้องจุลทรรศน์ หรือกล้องส่องผ่าตัดตามลักษณะของโรคและวิธีที่แพทย์เลือก

ในผู้ป่วยที่เหมาะสม แนวทางนี้อาจช่วยลดการเสียเลือดและทำให้ฟื้นตัวเร็วขึ้นเมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปิดบางรูปแบบ แต่ขนาดแผลไม่ได้บอกความซับซ้อนทั้งหมดของการผ่าตัด โรคที่มีหลายระดับ กระดูกผิดรูป หรือจำเป็นต้องแก้ไขโครงสร้างมาก อาจต้องใช้วิธีอื่น แพทย์จึงควรเลือกวิธีที่จัดการปัญหาได้ครบถ้วนและเหมาะกับผู้ป่วย

การผ่าตัดแบบแผลเล็กยังมีความเสี่ยง เช่น การติดเชื้อ เลือดออก บาดเจ็บต่อเส้นประสาท น้ำไขสันหลังรั่ว หรือภาวะแทรกซ้อนจากการระงับความรู้สึก ผู้ป่วยควรได้รับคำอธิบายความเสี่ยงเฉพาะราย รวมถึงแผนดูแลหลังผ่าตัดก่อนตัดสินใจ ไม่ควรคาดหวังว่าทุกคนจะกลับบ้านได้ทันทีหรือกลับไปทำงานในจำนวนวันเดียวกัน

O Arm และระบบนำวิถีมีบทบาทอย่างไร

โรงพยาบาลธนบุรีมีข้อมูลเกี่ยวกับ O-Arm ซึ่งช่วยสร้างภาพกระดูกสันหลังสองมิติและสามมิติ ทำงานร่วมกับ Navigation System เพื่อช่วยแพทย์ระบุตำแหน่งระหว่างการผ่าตัด โดยเฉพาะขั้นตอนที่ต้องวางอุปกรณ์ในกระดูกสันหลัง ผู้สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเรื่อง O-Arm และระบบนำวิถีสำหรับการผ่าตัดกระดูกสันหลัง ได้จากเว็บไซต์โรงพยาบาล

เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการผ่าตัด การจะใช้ในรายใดขึ้นอยู่กับแผนของทีมรักษา และไม่ใช่ผู้ที่ผ่าตัดแผลเล็กทุกคนต้องใช้ O-Arm คำถามที่เป็นประโยชน์คือ เครื่องมือนี้ช่วยขั้นตอนใดของการผ่าตัดที่เราได้รับ และเกี่ยวข้องกับข้อบ่งชี้ของเราอย่างไร

หลังการรักษา ค่อย ๆ กลับไปใช้ชีวิตด้วยแผนที่ทำได้จริง

เมื่อปวดลดลง หลายคนอยากกลับไปทำทุกอย่างเหมือนเดิมทันที แต่การฟื้นฟูควรเดินไปตามความพร้อมของร่างกาย ผู้ที่ผ่าตัดต้องทำตามคำแนะนำเรื่องแผล การเคลื่อนไหว และการยกของ ส่วนผู้ที่รักษาแบบไม่ผ่าตัดควรติดตามทั้งความปวดและสิ่งที่ทำได้ เช่น ระยะเดินหรือความคล่องตัวของมือ

เริ่มจากเรื่องใกล้ตัว เช่น จัดพื้นที่ทำงานให้เปลี่ยนอิริยาบถได้สะดวก แบ่งงานบ้านเป็นช่วง และเลือกกิจกรรมที่ไม่กระตุ้นอาการ การควบคุมน้ำหนักและหยุดสูบบุหรี่เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพกระดูกสันหลัง แต่โปรแกรมออกกำลังกายควรปรับให้เหมาะกับโรคและกำลังกล้ามเนื้อของแต่ละคน

หากต้องกลับไปทำงาน ลองเล่าลักษณะงานให้ทีมรักษาฟังอย่างชัดเจน เช่น ต้องนั่งนาน ขับรถ ยกของ หรือเดินขึ้นลงบันได เพื่อวางแผนกลับไปทำงานเป็นขั้นตอน การนัดติดตามช่วยให้ประเมินผลและปรับการรักษาได้ อย่าใช้เพียงวันที่อาการปวดหายเป็นเครื่องหมายว่าจบการดูแลแล้ว

เริ่มจากหาสาเหตุ ก่อนเลือกวิธีรักษา

อาการที่ทำให้เรานั่ง เดิน หรือใช้มือได้ไม่เหมือนเดิมควรได้รับคำอธิบายที่ชัดเจน การรู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหนช่วยให้เลือกการรักษาได้อย่างมีเหตุผล และช่วยตั้งความคาดหวังได้เหมาะสม ทั้งการดูแลโดยไม่ผ่าตัด การผ่าตัดแบบแผลเล็ก และการฟื้นฟูหลังการรักษา

ผู้ที่มีอาการสงสัยกระดูกกดทับเส้นประสาท สามารถปรึกษา ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี เพื่อประเมินและวางแผนดูแล โทร. 1645 กด 1 ต่อ 7470 หรือดูช่องทาง ติดต่อโรงพยาบาลธนบุรี สำหรับการนัดหมาย หากมีปัสสาวะไม่ออก กลั้นขับถ่ายไม่ได้ ชาบริเวณหว่างขา หรืออ่อนแรงอย่างรวดเร็ว ให้เข้าห้องฉุกเฉินทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...