กองทัพเรือฝึกซ้อมใหญ่ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเสมือนจริง ครั้งที่ 2
วันที่ 28 ต.ค. 69 เวลา 15.00 น. กองทัพเรือจัดการซ้อมใหญ่ครั้งที่สองของการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรวิหาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิ.ย. 69 โดยเน้นถึงความพร้อมเพรียง ความแม่นยำในการปฏิบัติหน้าที่ และปลอดภัย เพื่อให้ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นไปอย่างสมพระเกียรติ
ทั้งนี้ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค มีรูปแบบการจัดขบวนโดยใช้เรือพระราชพิธี จำนวนทั้งสิ้น 52 ลำ แบ่งจัดขบวนเรือเป็น 5 ริ้ว ความยาว 1,200 เมตร กว้าง 90 เมตร กำลังพลประจำเรือในขบวนเรือพระราชพิธีจากกองทัพเรือ รวมทั้งสิ้น 2,200 นาย และในขบวนเรือพระราชพิธี ประกอบด้วยเรือประเภทต่าง ๆ ได้แก่
เรือริ้วสายกลาง จำนวน 10 ลำ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งทรง จำนวน 1 ลำ คือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือพระที่นั่งสำหรับพระมหากษัตริย์ประทับ เรือพระที่นั่งทรงสำรอง จำนวน 2 ลำ คือ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เรือทรงผ้าไตร จำนวน 1 ลำ คือ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช
เรือกลองใน-เรือกลองนอก จำนวน 2 ลำ ประกอบด้วยเรือกลองใน คือ เรือแตงโม เป็นเรือสำหรับ ผู้บัญชาการขบวนเรือ เรือกลองนอก คือ เรืออีเหลือง เป็นเรือสำหรับ รองผู้บัญชาการขบวนเรือ เรือตำรวจ จำนวน 3 ลำ ประกอบด้วย เรือตำรวจ 1-3 ซึ่งเป็นเรือของพระตำรวจ มีหน้าที่เป็นองครักษ์ เรือแซง จำนวน 1 ลำ คือ เรือแซง 7 ซึ่งเป็นเรืออารักขาพระมหากษัตริย์
เรือริ้วสายใน จำนวน 2 ริ้ว ริ้วละ 7 ลำ รวมเป็น 14 ลำ ประกอบด้วย เรือประตูหน้า จำนวน 2 ลำ ประกอบด้วย เรือทองขวานฟ้า และเรือทองบ้าบิ่น เป็นเรือนำริ้วขบวน เรือพิฆาต จำนวน 2 ลำ ประกอบด้วย เรือเสือทะยานชล และเรือเสือคำรณสินธุ์ เป็นเรือนำขบวนที่ใช้ในการรบ
เรือรูปสัตว์ จำนวน 8 ลำ ประกอบด้วย เรืออสุรวายุภักษ์ เรืออสุรปักษี เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง เรือครุฑเหินเห็จ และเรือครุฑเตร็จไตรจักร เป็นเรือที่แกะสลักหัวเรือเป็นรูปสัตว์จริงหรือสัตว์ในเทพนิยาย เพื่อบอกถึงเรือลำใดเป็นของกรมใด หรือขุนนางผู้ใด เรือคู่ชัก จำนวน 2 ลำ ประกอบด้วย เรือเอกไชยเหินหาว และเรือเอกไชยหลาวทอง เป็นเรือชักลากเรือพระที่นั่ง เช่น ชักลากเรือพระที่นั่งเมื่อน้ำเชี่ยว ต้องการให้แล่นเร็วขึ้น เป็นต้น
เรือริ้วสายนอก จำนวน 2 ริ้ว ริ้วละ 14 ลำ รวม 28 ลำ ประกอบด้วย เรือดั้ง จำนวน 22 ลำ ประกอบด้วย เรือดั้ง 1-22 เป็นเรือป้องกันหน้าขบวนเรือ เรือแซง จำนวน 6 ลำ ประกอบด้วย เรือแซง 1-6 เป็นเรืออารักขาพระมหากษัตริย์
จากนั้น เคลื่อนขบวนออกจากท่าวาสุกรีถึงวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ตลอดเส้นทางฝีพายพร้อมใจกันบังคับเรืออย่างพร้อมเพรียงประกอบกาพย์เห่เรือ 4 บท ได้แก่ บทสรรเสริญพระบารมี บทชมเรือ บทบุญกฐิน และบทที่ 4 ชมเมือง มุ่งหน้าไปตามเส้นทางดังกล่าว รวมระยะทาง 3.9 กิโลเมตร ได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ต่างพากันมาจับจองพื้นที่บริเวณใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี สวนสันติชัยปราการ ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ท่าเรือท่าเตียน สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ข้างโรงพยาบาลศิริราช อุทยานสถานพิมุข ข้างโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ วัดระฆังโฆษิตาราม ราชนาวีสโมสร ลานทัศนาภิรมย์ หอประชุมกองทัพเรือ อาคารราชนาวิกสภา ตลอด 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นจำนวนมาก ซึ่งการซ้อมใหญ่เสมือนจริงตามรูปแบบโบราณราชประเพณีทุกประการ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณราชนาวีสโมสร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ประชาชนจากทั่วสารทิศ รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มาชมการซ้อมใหญ่เสมือนจริงครั้งที่ 2 ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค พร้อมสำหรับพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2569 ท่ามกลางสภาพอากาศแปรปรวนมีฝนหนักเป็นบางช่วง โดยนายกาจบัณฑิต สายะเสวี ชาว กทม. เดินทางมาพร้อมกับ ด.ช.พบธรรม สายะเสวี บุตรชาย กล่าวว่า ตนกับลูกเคยมาชมขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคครั้งแรกเมื่อปี 2567 ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 เพราะลูกชวนให้พามาชม อยากเห็นความงามและความพร้อมเพรียงของกำลังพลฝีพายที่ตั้งใจฝึกซ้อมกันมาตลอดระยะเวลาหลายเดือน อยากมีประสบการณ์ที่ดีในการชมเรือพระราชพิธีร่วมกับลูก โดยเรือพระที่นั่งแต่ละลำ มีความงามที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมเพียงหนึ่งเดียวในโลก
นอกจากนี้ กองทัพเรือเชิญชวนประชาชนร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ในวันที่ 6 พ.ย. 69 ตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานพระราม 8 ถึงวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรือรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย และการถ่ายทอดเสียงจาก สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์