โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

พาณิชย์ เกาะติดสต็อกสินค้า รับมือกระแส Panic Buying ตุนเสบียง 72 ชม.

The Bangkok Insight

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

กรมการค้าภายใน ติดตามสต็อกสินค้าใกล้ชิด รับมือกระแส Panic Buying ยืนยันผู้ประกอบการมีสินค้าพร้อมจำหน่าย ไม่พบสัญญาณขาดแคลน

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงสถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าเกษตรว่า กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกระแสการซื้อสินค้าเพื่อสำรองไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน หรือ Panic Buying ภายหลังหลายประเทศมีคำแนะนำให้ประชาชนเตรียมอาหารและสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีพอย่างน้อย 72 ชั่วโมง

Panic Buying

ขณะที่ประเทศไทย กระทรวงมหาดไทยได้แนะนำให้ประชาชนจัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน (Emergency Bag) สำหรับรองรับสถานการณ์อุทกภัยหรือภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งกรมการค้าภายในได้ประสานงานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมด้านสินค้าอุปโภคบริโภคให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2569 กรมการค้าภายในได้ประชุมร่วมกับผู้ประกอบการห้างค้าส่งค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อ ห้างท้องถิ่น และผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ เพื่อประเมินสถานการณ์การซื้อสินค้าและความพร้อมของระบบการผลิตและกระจายสินค้า โดยพบว่า ยอดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวมเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงปกติ

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของยอดจำหน่ายสินค้ามีปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน ทั้งสถานการณ์อุทกภัยในบางพื้นที่ที่ทำให้ประชาชนซื้อสินค้าจำเป็นเพื่อสำรองไว้ใช้ในครัวเรือน ประกอบกับเป็นช่วงต้นเดือนที่มีการจ่ายเงินเดือน ส่งผลให้ประชาชนมีกำลังซื้อและการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น

วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม

ขณะที่ห้างท้องถิ่นมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 5% จากการใช้จ่ายผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการเพิ่มขึ้นของยอดจำหน่ายทั้งหมดเกิดจากภาวะ Panic Buying

จากการหารือ ผู้ประกอบการทุกรายยืนยันว่า ปริมาณสินค้ายังมีเพียงพอต่อความต้องการ โดยห้างค้าส่งค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อ ได้เตรียมสต็อกสินค้าไว้ในศูนย์กระจายสินค้า พร้อมจัดส่งไปยังสาขาต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ผลิตรายใหญ่มีความพร้อมในการเพิ่มกำลังการผลิต จัดเตรียมวัตถุดิบ และบริหารสินค้าคงคลังให้สอดคล้องกับความต้องการที่อาจเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยังได้หารือถึงความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อระบบจัดเก็บและกระจายสินค้า รวมถึงกรณีการโจมตีระบบตู้แช่หรือระบบควบคุมความเย็นที่มีรายงานเกิดขึ้นในต่างประเทศ โดยจากการหารือกับผู้ประกอบการยังไม่พบสัญญาณความผิดปกติหรือการโจมตีในลักษณะดังกล่าว ทั้งนี้ ได้ขอให้ผู้ประกอบการติดตามความเสี่ยงและเตรียมมาตรการรองรับ เพื่อให้ระบบการจัดเก็บและกระจายสินค้าสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้หากประชาชนพบการจำหน่ายที่ไม่เป็นธรรม สามารถร้องเรียนมายัง สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 โดยกรมจะส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจลงพื้นที่ตรวจสอบและกำกับติดตามต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...