โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Red Bull Power Race ศึกฟิตเนสเรสซิ่งระดับโลก ปลุกพลังคนรุ่นใหม่

SpringNews

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทำความรู้จัก Red Bull Power Race ปรากฏการณ์ฟิตเนสเรสซิ่งระดับโลก

ในยุคที่เทรนด์การดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนทั่วโลก กลุ่มธุรกิจ TCP ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มเอเนอร์จี้ดริงก์แบรนด์ "เรดบูล" (Red Bull) ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการกีฬาด้วยการเปิดตัวการแข่งขัน Red Bull Power Race ซึ่งถือเป็นการแข่งขัน ฟิตเนสเรสซิ่ง (Fitness Racing) รูปแบบใหม่ครั้งแรกของโลก จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก "The Fastest Race, The Greatest Rush" เพื่อท้าทายสมรรถภาพร่างกายและจิตใจของผู้เข้าแข่งขันอย่างไร้ขีดจำกัด

หัวใจสำคัญของกีฬา Red Bull Power Race คือการผสานระหว่างการวิ่งระยะสั้นเข้ากับการทำท่าบริหารร่างกายโดยใช้น้ำหนักของตัวเองเป็นแรงต้าน (Bodyweight) รูปแบบการแข่งขันกำหนดให้ผู้เข้าร่วมทุกคนต้องพิชิตการวิ่งระยะทาง 400 เมตร ทั้งหมด 4 รอบ คิดเป็นระยะทางวิ่งรวม 1,600 เมตร โดยวิ่งสลับกับการเข้าทดสอบในสนามออกกำลังกายพื้นฐาน 3 สถานี ได้แก่ ดันพื้นหรือวิดพื้น (Push-ups), ซิตอัป (Sit-ups) และสควอต (Squats)

ทำความรู้จัก Red Bull Power Race ปรากฏการณ์ฟิตเนสเรสซิ่งระดับโลก

โดยกติการะบุให้ผู้เข้าแข่งขันประเภทชายต้องปฏิบัติท่าทางในแต่ละสถานีให้ครบสถานีละ 40 ครั้ง ส่วนประเภทหญิงต้องปฏิบัติสถานีละ 30 ครั้ง ผู้ที่สามารถผ่านทุกสถานีและวิ่งเข้าสู่เส้นชัยด้วยเวลาสุทธิน้อยที่สุดจะเป็นผู้คว้าชัยชนะไปครอบครอง
การแข่งขันนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อท้าทายศักยภาพพื้นฐานมนุษย์ โดยเปิดโอกาสให้คนรักสุขภาพทุกกลุ่มตั้งแอดอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั้งนักวิ่ง นักฟิตเนส หรือผู้ที่ออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน (Everyday Athletes) สามารถเข้าร่วมได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นนักกีฬามืออาชีพหรือสังกัดสโมสรใดๆ นับเป็นการปฏิวัติวงการกีฬาให้การแข่งขันฟิตเนสระดับสากลกลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่ายและน่าตื่นเต้นสำหรับทุกคน

ทำความรู้จัก Red Bull Power Race ปรากฏการณ์ฟิตเนสเรสซิ่งระดับโลก

ลักษณะเด่นของ Red Bull Power Race และการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

เมื่อเจาะลึกถึงความน่าสนใจ ความโดดเด่นของ Red Bull Power Race ไม่เพียงแต่อยู่ที่ความแปลกใหม่ของกติกาเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์พฤติกรรมและวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ในหลากหลายมิติได้อย่างมีนัยสำคัญ:

ประการแรกคือ การทลายอุปสรรคเรื่องอุปกรณ์และความซับซ้อน (No Equipment Barrier) คนรุ่นใหม่มักมองหาความสะดวกสบายและการเข้าถึงกิจกรรมที่ง่ายดาย Red Bull Power Race จึงเน้นการใช้ท่าเคลื่อนไหวพื้นฐานด้วยน้ำหนักตัวที่ทุกคนคุ้นเคย

ทำให้ผู้แข่งขันไม่ต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์เฉพาะทางราคาแพง หรือต้องใช้เวลาหลายปีในการฝึกฝนเทคนิคทางกายภาพที่ซับซ้อน ขอเพียงมีความมุ่งมั่นและร่างกายที่พร้อม ก็สามารถก้าวลงสู่สนามแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม

ประการต่อมาคือ บททดสอบการบริหารพลังงานและเกมทางจิตวิทยา (Pacing & Mental Game)

การแข่งขันนี้ไม่ได้วัดเพียงแค่ความเร็วของการสปรินต์หรือพละกำลังกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว

ทำความรู้จัก Red Bull Power Race ปรากฏการณ์ฟิตเนสเรสซิ่งระดับโลก

ทว่าหัวใจแท้จริงคือการวางแผนกลยุทธ์การจัดสรรพลังงาน (Pacing) หากผู้แข่งเร่งสปีดวิ่งเร็วเกินไปในรอบแรก ร่างกายอาจล้าจนไม่สามารถดันพื้นหรือสควอตได้ครบตามจำนวน แต่หากออมแรงมากเกินไป เวลาก็จะสูญเสียไปอย่างน่าเสียดาย

ที่สำคัญ แม้กติกาจะอนุญาตให้นักกีฬาหยุดพักหายใจระหว่างทำท่าในสถานีได้ แต่นาฬิกาจับเวลาการแข่งขันจะเดินต่อเนื่องโดยไม่มีวันหยุดพัก การตัดสินใจภายใต้แรงกดดันและความล้าจึงตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ชอบความท้าทายและการพัฒนาสมาธิของตนเอง

ทำความรู้จัก Red Bull Power Race ปรากฏการณ์ฟิตเนสเรสซิ่งระดับโลก

นอกจากนี้ การแข่งขันยังตอบสนอง ไลฟ์สไตล์ที่มองหาประสบการณ์แปลกใหม่และความสนุกสนาน (Sports Entertainment) บรรยากาศของการแข่งขันถูกเนรมิตให้เป็นสปอร์ตเฟสติวัลที่เต็มไปด้วยเสียงดนตรี เอเนอร์จี้อันตื่นเต้น และความบันเทิงในสไตล์เรดบูล สนามแข่งขันถูกออกแบบให้ผู้ชม เพื่อน และครอบครัว สามารถยืนเชียร์และติดตามการเคลื่อนไหวของผู้แข่งได้อย่างใกล้ชิดตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงเส้นชัย เปลี่ยนการแข่งขันกีฬาให้กลายเป็นกิจกรรมสังสรรค์ทางสังคมที่สร้างความสุขร่วมกัน

ฟิตเนสเรสซิ่งและคอมมูนิตี้กีฬา พื้นที่รวมพลัง Everyday Athletes

อีกหนึ่งมิติที่น่าสนใจคือการสร้าง "คอมมูนิตี้กีฬา (Sports Community)" ที่แข็งแกร่งและเปิดกว้าง
ในอดีต การแข่งขันกีฬาหลายประเภทมักจำกัดเฉพาะผู้ฝึกซ้อมเฉพาะทาง แต่วงการฟิตเนสเรสซิ่งอย่าง Red Bull Power Race ได้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายพื้นฐาน อาชีพ และวัย ให้มารวมตัวกันด้วยแพสชันในการดูแลสุขภาพและการก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง

การจัดงานครั้งนี้นอกจากจะเป็นการแข่งขันเดี่ยวเพื่อค้นหาผู้ชนะแล้ว ยังเป็นแพลตฟอร์มกีฬาระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เปิดโอกาสให้นักกีฬาในชีวิตประจำวันจากประเทศต่างๆ เช่น ไทย มาเลเซีย เมียนมา และอินโดนีเซีย ได้เชื่อมต่อและแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน

การได้เห็นผู้เข้าแข่งขันจากต่างภาษาและต่างวัฒนธรรมยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมฟันฝ่าความเหน็ดเหนื่อยในสถานีบอดี้เวท ได้ช่วยสร้างมิตรภาพและแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่
การที่ TCP และเรดบูล ผลักดันสนามนี้ขึ้นมา เป็นการตอกย้ำเป้าหมายองค์กรในการ "ปลุกพลัง…เพื่อวันที่ดีกว่า" (Energizing a Better World)

โดยส่งเสริมให้คนธรรมดาในสังคมลุกขึ้นมาค้นพบศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายใน และขับเคลื่อนให้คอมมูนิตี้การออกกำลังกายเติบโตอย่างยั่งยืน

“เรดบูล” ปิดฉาก Red Bull Power Race ซีซันแรกที่กรุงเทพฯ อย่างยิ่งใหญ่

ความสำเร็จอันงดงามของ Red Bull Power Race ซีซันแรก ได้ปิดฉากลงอย่างประทับใจ ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ กรุงเทพมหานคร

โดยการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคม 2569 กับรอบคัดเลือกและรอบชิงแชมป์ประเทศไทย ซึ่งมีผู้เข้าแข่งขันชาวไทยลงสมัครเต็มโควตา 500 คน เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักกีฬาทำเวลาดีที่สุด 24 คน (ชาย 12 คน และหญิง 12 คน) ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับนานาชาติ
ไฮไลต์รอบชิงแชมป์ประเทศไทย ประเภทชาย แชมป์ตกเป็นของ "โค้ชเดี่ยว" ปฏิการ เพชรศรีชา อดีตนักกรีฑาทีมชาติไทย ทำเวลาไป 7.30 นาที

ส่วนประเภทหญิง แชมป์เป็นของ ธัชชา คาวาชิมา ทำเวลาได้ 9.31 นาที จากนั้นในวันที่ 18 ตุลาคม 2569 กรุงเทพฯ ได้เปิดบ้านต้อนรับศึก "Red Bull Power Race International Final"
รวบรวมตัวแทนนักกีฬา 96 คน จาก 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย เมียนมา และอินโดนีเซีย ซึ่งมีนักกีฬาหลากสัญชาติรวมกว่า 33 ประเทศและดินแดนเข้าร่วมตลอดซีซัน

โดยผู้คว้าตำแหน่งแชมป์ระดับนานาชาติประเภทชาย ได้แก่ Saddam Pittli ตัวแทนจากสนามมาเลเซีย ทำเวลาได้ 7.16 นาที

และแชมป์ประเภทหญิง ได้แก่ Yasmin Yukare นักกีฬาชาวบราซิลจากสนามอินโดนีเซีย ทำเวลาได้ 8.26 นาที

ขณะที่ถ้วยรางวัลคะแนนรวมประเภททีม "Nations Trophy" ตกเป็นของทีมชาติมาเลเซียที่ทำคะแนนสะสมรวมได้สูงสุด การได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามทั้งจากนักกีฬาและผู้ชมในซีซันแรกนี้ ไม่เพียงแต่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่วงการฟิตเนสเรสซิ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น แต่ยังเป็นการปักหมุดประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติที่เปี่ยมไปด้วยพลังและศักยภาพอย่างแท้จริง

Red Bull Power Race ศึกฟิตเนสเรสซิ่งระดับโลก ปลุกพลังคนรุ่นใหม่
Red Bull Power Race ศึกฟิตเนสเรสซิ่งระดับโลก ปลุกพลังคนรุ่นใหม่
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...