“เอกนิติ” รับลูก นายกฯ เตรียมลดภาษีน้ำมัน E20 ช่วยเกษตรกรหายใจคล่อง
วันนี้ (26 ต.ค. 2569) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีนายกรัฐมนตรีสั่งเตรียมพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน E20 หลังมีข้อเสนอให้ลดภาษีดีเซลเพิ่มเติมด้วย ว่า รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ทั้งไบโอดีเซล B20 และน้ำมัน E20 ที่มีส่วนผสมของเอทานอล เพื่อเพิ่มการใช้วัตถุดิบทางการเกษตรในประเทศ พร้อมสร้างความแตกต่างด้านราคาให้เชื้อเพลิงทางเลือกสามารถแข่งขันกับน้ำมันที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศได้ โดยมาตรการลดภาษีจะต้องเกิดประโยชน์กับเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมันด้วย
นายเอกนิติ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในระดับสูง ทั้งน้ำมันดิบที่ส่วนใหญ่มาจากตะวันออกกลางและก๊าซธรรมชาติ เมื่อสถานการณ์สงครามยังไม่ยุติ จึงส่งผลกระทบต่อดุลการค้าของประเทศ การแก้ปัญหาในระยะยาวต้องลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ หันมาใช้วัตถุดิบที่ผลิตได้เองในประเทศ เช่น เอทานอลจากอ้อยและมันสำปะหลัง รวมถึงไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์ม ขณะเดียวกัน การส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์ยังช่วยลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติได้อีกทางหนึ่ง
ส่วนข้อเสนอของกระทรวงพลังงานให้กระทรวงการคลังพิจารณาค้ำประกันเงินกู้เพิ่มเติม หลังสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบกว่า 1 แสนล้านบาทนั้น นายเอกนิติระบุว่า ต้องหารือร่วมกับกระทรวงพลังงาน โดยรัฐบาลมีเครื่องมือหลายอย่างในการดูแลประชาชน ทั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและภาษีสรรพสามิต แต่ไม่ว่าจะเลือกใช้วิธีลดภาษีหรือใช้เงินกองทุน ก็เป็นภาระทางการเงินของประเทศเช่นเดียวกัน เพราะการลดภาษีทำให้รายได้รัฐหายไปและอาจต้องกู้เงินเพิ่ม
“ท้ายที่สุดมันคือกระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวา”
นายเอกนิติ กล่าว พร้อมระบุว่า รัฐบาลต้องพิจารณาใช้เงินกู้ให้เกิดประโยชน์และตรงเป้าหมายกับประชาชนมากที่สุด จึงเป็นที่มาของโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ซึ่งเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 27 ต.ค. 2569 เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาด ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และลดการพึ่งพาการนำเข้าในระยะยาว