โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

อัปเดตโครงการรถไฟทางคู่เฟส 2 เปิดแผน 7 สาย เสร็จปี 2571–2576

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เร่งเดินหน้าโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 จำนวน 7 เส้นทาง ระยะทางรวม 1,479 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟสายหลักทั่วประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและขนส่งสินค้า โดยเส้นทางที่มีกรอบแล้วเสร็จจะทยอยเสร็จระหว่างปี 2571–2576 ขณะที่อีก 3 เส้นทางอยู่ในขั้นเตรียมเสนอขออนุมัติโครงการต่อคณะรัฐมนตรี

ข้อมูลอัปเดตล่าสุดของกระทรวงคมนาคม ณ เดือนกันยายน 2569 ระบุว่า การพัฒนาทางคู่ระยะที่ 2 จะเข้ามาเติมเต็มโครงข่ายต่อจากระยะที่ 1 ซึ่งมีจำนวน 7 เส้นทาง ระยะทางรวม 993 กิโลเมตร พร้อมส่งเสริมการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางและขนส่งสินค้าจากถนนสู่ระบบราง

ขอนแก่น–หนองคาย คาดเสร็จปี 2571

โครงการช่วง ขอนแก่น–หนองคาย ระยะทาง 167 กิโลเมตร มีกรอบคาดการณ์แล้วเสร็จปี 2571 เป็นเส้นทางที่มีแผนแล้วเสร็จเร็วที่สุดในกลุ่มโครงการระยะที่ 2

ส่วนโครงข่ายสายใต้มี 3 เส้นทางที่ได้รับอนุมัติโครงการจากคณะรัฐมนตรีแล้ว และมีกรอบคาดการณ์แล้วเสร็จแตกต่างกัน ได้แก่

  • ช่วงหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กิโลเมตร คาดแล้วเสร็จปี 2574
  • ช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กิโลเมตร คาดแล้วเสร็จปี 2575
  • ช่วงสุราษฎร์ธานี–หาดใหญ่–สงขลา ระยะทาง 321 กิโลเมตร คาดแล้วเสร็จปี 2576

ทั้ง 3 เส้นทางจะเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟทางคู่ลงสู่ภาคใต้ เพิ่มความคล่องตัวในการเดินรถโดยสารและขบวนขนส่งสินค้าตามแนวเส้นทางหลัก

อีก 3 เส้นทางเตรียมเสนอ ครม.

สำหรับโครงการที่อยู่ในขั้นเตรียมขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย ช่วงปากน้ำโพ–เด่นชัย ระยะทาง 281 กิโลเมตร ช่วงเด่นชัย–เชียงใหม่ ระยะทาง 189 กิโลเมตร และช่วงชุมทางถนนจิระ–อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กิโลเมตร

ทั้ง 3 เส้นทางมีระยะทางรวม 778 กิโลเมตร โดยข้อมูลในภาพยังไม่ได้ระบุปีคาดการณ์แล้วเสร็จ การเดินหน้าโครงการกลุ่มนี้จึงเป็นส่วนที่เหลือของแผนเชื่อมต่อทางคู่ระยะที่ 2 ให้ครอบคลุมโครงข่ายสายหลักตามเป้าหมาย

ลดรอสับหลีก เพิ่มความเร็วเดินทาง

การพัฒนารถไฟทางคู่จะเพิ่มทางรถไฟใหม่ขนานกับเส้นทางเดิม ทำให้ขบวนรถสามารถวิ่งสวนกันได้โดยไม่ต้องรอสับหลีก ช่วยลดเวลาและความคับคั่งในการเดินรถ พร้อมเพิ่มความตรงต่อเวลาของบริการโดยสารและขนส่งสินค้า

กระทรวงคมนาคมระบุว่า การพัฒนาโครงข่ายจะช่วยเพิ่มความเร็วรถโดยสารจาก 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็น 100–120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเพิ่มความเร็วขบวนขนส่งสินค้าจาก 29 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็น 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

การเดินรถที่คล่องตัวขึ้นจะช่วยลดต้นทุนการขนส่ง และสนับสนุนการใช้ระบบรางเป็นทางเลือกสำหรับการเดินทางและกระจายสินค้า โดยกระทรวงคมนาคมคาดการณ์ว่าจะเพิ่มผู้โดยสารเป็น 25 ล้านคนต่อปี และรองรับการขนส่งสินค้าทางรางเพิ่มเป็น 20 ล้านตันต่อปี

ยกระดับความปลอดภัยตลอดแนวทาง

โครงการรถไฟทางคู่ยังครอบคลุมการแก้ไขจุดตัดระหว่างถนนกับทางรถไฟ ด้วยการก่อสร้างสะพานหรือทางลอดรถยนต์ข้ามหรือลอดทางรถไฟ รวมถึงสะพานทางรถไฟและสถานีรถไฟยกระดับ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับขบวนรถและผู้ใช้รถใช้ถนน

นอกจากนี้ จะติดตั้งรั้วตลอดแนวเส้นทางเพื่อป้องกันการลักผ่านทางรถไฟ พร้อมปรับปรุงระบบอาณัติสัญญาณเป็น ETCS Level 1 และควบคุมการเดินรถจากศูนย์กลางด้วยระบบ CTC

การเพิ่มทางรถไฟควบคู่กับการปรับปรุงจุดตัดและระบบควบคุมเดินรถ จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของแผนยกระดับโครงข่าย ทั้งด้านความเร็ว ความปลอดภัย และความตรงต่อเวลา เพื่อรองรับการเดินทางและขนส่งสินค้าทางรางในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...