ดับแล้วกลับมาได้ไหม สังคมเกาหลีใต้ให้อภัยได้แค่ไหนกรณีดาราทำผิดพลาด
เกาหลีใต้มีชื่อเสียงในฐานะประเทศที่มีการแบนอย่างเด็ดขาดและรุนแรงในกรณีที่ดารามีข่าวเสียหลากหลายชนิด เช่นการทำตัวไม่ดีหรือการใช้ความรุนแรงในอดีตที่ถูกเปิดเผย เช่นกรณีอย่าง
‘คิมซอนโฮ’ กับข่าวล่าสุดเรื่องการหว่านล้อมให้แฟนยุติการตั้งครรภ์ และตัวจริงที่ขัดกับภาพลักษณ์แสนดีที่ถูกปูไว้อย่างยาวนานตั้งแต่ซีรีส์เรื่อง‘Start-Up’ มาจนถึง‘Hometown Cha-Cha-Cha’ หรือกรณีอื่น ๆ ทำให้เขาโดนถอดจากพรีเซ็นเตอร์สินค้าทุกชิ้นที่เขามีอยู่ ต้องถอนตัวจากรายการวาไรตี้‘2 Days 1 Night’ และภาพยนตร์‘Dog Days’ และ‘2 O’Clock Date’
‘คิมจองฮยอน’ และ‘ซอเยจี’ ที่โดนขุดเรื่องการคบกันในอดีต ที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนไปกระทบกับงานซีรีส์ของคิมจองฮยอนจนสุดท้ายฝ่ายชายถอนตัวจากซีรีส์ก่อนจบเรื่อง สร้างความลำบากให้กับนักแสดงและทีมงาน โดยทั้งคิมจองฮยอนและซอเยจีโดนถอดจากตำแหน่งพรีเซนเตอร์สินค้า และซอเยจีต้องถอนตัวจากซีรีส์‘Island’
‘จีซู’ กับกรณีการใช้ความรุนแรงในโรงเรียนสมัยเขาอยู่ชั้นมัธยม ที่ทำให้เขาโดนแบนจนซีรีส์‘River Where the Moon Rises’ ที่ถ่ายทำมาแล้วกว่า80% ต้องถ่ายทำใหม่ทั้งหมดเพื่อเปลี่ยนพระเอก แม้คำกล่าวหาเรื่องการใช้ความรุนแรงทางเพศที่เป็นหนึ่งในตัวการหลักที่ทำให้กระแสการแบนรุนแรงมากจะถูกนำมาตีแผ่ว่าไม่ใช่ความจริงในภายหลังแต่ก็ดับอนาคตในวงการอย่างยากที่จะจุดติดอีกครั้ง และอาจจะต้องโดนฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจำนวนมหาศาล
ยุนโฮ TVXQ
นี่เป็นเพียงบางส่วนของนักแสดงและไอดอลที่ถูกแบนเฉพาะในปีนี้ ก่อนหน้านี้เคยมีกรณีการแบนหรือการที่ต้องหายหน้าไปจากวงการอีกมากมาย ทั้งจากกรณีการละเมิดมาตราการโควิด เช่นกรณีของ‘ยุนโฮTVXQ’ การโดนขุดกรณีบุลลี่สมัยเรียนของนักแสดงวัยรุ่นและไอดอล เช่น‘โจบยองกยู’ ที่กำลังดังจากUncanny Counter
โจบยองกยู
การหย่าร้าง เมาแล้วขับ ไปจนถึงการใช้ยาเสพติด โกงภาษี ทำผิดกฏหมายหลีกเลี่ยงการเข้าเกณฑ์ทหาร หรือแม้แต่กระทั่งเพียงแค่เปิดเผยว่าเป็นLGBT แต่บทลงโทษนี้จะยาวนานแค่ไหนและพวกเขาจะกลับมามีชื่อเสียงได้หรือไม่เป็นเรื่องที่น่าสนใจหาคำตอบ เพราะก่อนหน้านี้มีหลายกรณีที่ดารานักแสดงสามารถกลับมาอยู่แถวหน้าของวงการได้อีกครั้ง แม้จะเจอข่าวเสียอย่างรุนแรง
'อีบยองฮอน'พระเอกในตำนานและข่าวฉาวสองครั้งที่ไม่อาจกดเขาลงได้
ในปี2009 ขณะที่อีบยองฮอนกำลังดังสุดขีดจากการรับบทStrom Shadow ใน‘G.I. Joe: The Rise of Cobra’ ในฮอลีวูด และการรับบทนำใน‘Iris’ ซีรีส์แอ็คชั่นจากเกาหลีที่ฮิตไปทั่วเอเชีย เขาก็เจอเรื่องใหญ่เมื่อมีสาวชาวเกาหลี-แคนาเดียน อ้างว่าเป็นแฟนสาวและฟ้องเขาในข้อหาก่อให้เกิดความเสียหายทั้งร่างกายและจิตใจ หลังจากที่โดนเขาหลอกล่อให้มีอะไรด้วย ด้วยการให้ความหวังว่าพวกเขาจะได้แต่งงานกัน และออกมาแฉว่าเขาเล่นการพนันที่ลาสเวกัสอีกด้วย
ในตอนนั้นอีบยองฮอนออกมายอมรับความสัมพันธ์ของทั้งสอง แต่ปฏิเสธข้อกล่าวหาอื่นโดยยืนยันว่าเขาไม่ได้เคยทำอะไรที่จะทำให้เขาต้องอับอายและจะสู้คดีในชั้นศาล และในที่สุดศาก็ตัดสินว่าเขาบริสุทธิ์
แต่แล้วในปี2014 หลังจากที่เพิ่งแต่งงานได้ปีเดียว อีบยองฮอนก็เจอมรสุมข่าวอีกครั้ง เมื่อเขาโดนสองสาว ดาฮี จากวงเกิร์ลกรุ๊ปGLAM และนางแบบอีจียอนแบล็กเมล์เขาด้วยคลิปที่ทั้งสามนั่งพูดคุยระหว่างดื่มเหล้าโดยมีการเล่นมุขสองแง่สามง่ามกัน และยังมีกระแสข่าวว่าอีจียอนและอีบยองฮอนมีความสัมพันธ์กัน สองสาวโดนจับหลังจากนั้นไม่นานและต้นสังกัดของเขาก็ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าทั้งสามเป็นแค่คนรู้จักกัน และนิ่งเฉยแม้จะมีแฟนคลับขุดภาพเก่ามาเล่าเรื่องว่าอีจียอนได้ของขวัญจาก‘ซานต้าลี’ บ่อย ๆ ส่วนอีบยองฮอนเองก็ออกจดหมายลายมือขอโทษแฟน ๆ และกล่าวขอโทษภรรยาสำหรับการประพฤติตนอย่างไร้ความรับผิดชอบ แต่ก็ไม่เคยมีคำยืนยันเรื่องความสัมพันธ์ใด ๆ ออกมา เช่นเดียวกับทางฝั่งภรรยาที่นิ่งเงียบสนิท
ผลคือเขาถูกถอดจากโฆษณาหลายตัวและได้ชื่อเสียงเสียกายอย่างหนักที่เกาหลี แต่เขาก็เบนเข็มไปรับงานที่ฮอลลีวูดอยู่หลายปีจนกระทั่งเขากลับมาในปี2018 และกวาดเรตติ้งและรางวัลจากทุกเวทีกับซีรีส์เรื่อง‘Mr. Sunshine’ และยังยืนหยัดอยู่แถวหน้าของวงการจนทุกวันนี้ โดยเฉพาะล่าสุดกับผลงานเรื่อง‘Squid Game’ ที่สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วโลก
'จูจีฮุน'เข้าคุกมาก็คัมแบคได้
เมื่อปี2009 จูจีฮุนโดนจับพร้อมคนอีกกลุ่มในข้อหาใช้ยาเสพติด หลังจากที่โดนตั้งข้อหาว่าพัวพันกับสาเสพติดมาแล้วถึงสองครั้ง จูจีฮุนตัดสินใจสารภาพผิดทั้งที่ในตอนนั้นผลการตรวจสารเสพติดเป็นลบ และถูกจำคุก6 เดือน(รอลงอาญา) และคุมประพฤติอีกหนึ่งปี จ่ายค่าปรับ360,000 วอน และบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์อีก120 ชั่วโมง โดยเขาให้เหตุผลต่อการสารภาพว่าเพราะเขารู้สึกละอายและรู้สึกผิดต่อการกระทำของตัวเอง และเขาสมควรได้รับโทษ
เขาหายไปสามปีเต็มหลังจากนั้นเพราะหลังจากพ้นโทษเขาก็เข้ากรมรับใช้ชาติต่อ แต่ก็กลับมาอในปี2011 หลังจากเข้าสังกัดKey East Entertainment ของเบยองจุน ในปี2012 เขาก็ปล่อยผลงานที่ทำให้เขากลับมาแจ้งเกิดในวงการอีกครั้งอย่างภาพยนตร์ตลก‘I am the King’ และซีรีส์ดราม่า‘Five Fingers’ ที่ทำให้เขาคว้ารางวัลดารายอดนิยมจากAPAN Star Awards ได้ในปีนั้น จากนั้นเขาก็มีผลงานอย่างต่อเนื่อง และสั่งสมชื่อเสียงในฐานะนักแสดงคุณภาพได้จนกลับมาเป็นกระแสทั่วเอเชียอีกครั้งเมื่อเขาเสียบแทน ซงจุงกิ ในบทรัชทายาทอีชางในซีรีส์สุดฮิตอย่าง‘Kingdom’
‘ซงจุงกิ’ การหย่าร้างที่สะเทือนวงการ
ทั้งที่เป็นเรื่องส่วนตัวและการหย่าร้างระหว่าเขากับซงฮเยคโยก็เป็นไปอย่างเรียบร้อย แต่ก็เป็นเรื่องที่สั่นคลอนชีวิตของซงจุงกิอย่างรุนแรง เพราะหลังจากประกาศหย่า เรตติ่งละคน‘Arthdal Chronicles’ ของซงจุงกิทีออนแอร์อยู่ก็ลดฮวบ และทำให้งานโฆษณาที่เคยล้นมือของเขาหดหายไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางข่าวลือว่าเขานอกใจซงฮเยคโย และทำลายภาพลักษณ์กับตันยูที่อบอุ่นน่ารักจนแทบไม่เหลือ
แต่หลังจากหายไปสองปีซงจุงกิก็กลับมาพร้อมกับสังกัดใหม่History D&C ที่มีซีอีโออย่างHwang Ki Yong ที่เคยดูแลแผนกผลิตละครที่SidusHQ ภาพลักษณ์ที่เข้มขึ้นในปีนี้กับภาพยนตร์อวกาศอย่าง‘Space Sweepers’ และ กลับมาครองหัวใจสาว ๆ อีกครั้งในบทวินเซนโซ่ทนายสุดเนี้ยบใน‘Vincenzo’ และยังได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเหมือนเดิม
‘ฮงซอกชอน’ กับการถูกแบน3 ปีแค่เพราะเขาอยากเป็นตัวเอง
ในปี2000 ฮงซอกชอน สร้างประวัติศาสตร์กับการเป็นดาราคนแรกที่ออกมาเปิดเผยว่าเขาเป็นเกย์ หลังจากที่เขาคิดว่าผู้คนอาจจะมีมุมมองที่เปลี่ยนไปแล้ว แต่ก็ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ผู้คนยอมรับไม่ได้เขาโดนปลดออกจากรายการทีวีและวิทยุ หายไปจากหน้าจอเกือบ3 ปี ซึ่งเป็นเวลาที่ยากลำบากสำหรับเขา เขากลัวการออกจากบ้าน และพ่อแม่ที่อับอายกับเสียงซุบซิบของชาวบ้านถึงกับปิดกิจการขายผ้าเล็ก ๆ ของพวกเขาและขอให้ฮงซอกชอนดื่มยาฆ่าตัวตายไปพร้อมกัน
ในปี2004 เมื่อเขาได้งานละครก็มีกลุ่มคนออกมาประท้วงที่หน้าตึกSBS เพื่อให้ปลดเขาออกจากทีมนักแสดง โชคดีที่ทีงานต่อสู้จนเขาสามารถแสดงต่อไปได้ จากวันนั้นเขาเปิดร้านอาหารและผับที่อิแทวอน รับบทเล็ก ๆ ในซิตคอมและซีรีส์และใช้เวลากว่า7 ปีกว่าเขาจะกลับมาเป็นพิธีกรรายการได้อย่างเต็มภาคภูมิในปี2008 กับรายการ‘Coming Out’ และยังมีงานอย่างต่อเนื่องจนทุกวันนี้
ซอเยจี
นอกจากสี่คนนี้ ยังมีนักแสดงอีกมากมายที่สามารถกลับมามีที่ยืนในวงการอีกครั้งหลังจากข่าวฉาว แม้บางคนอาจจะไม่ดังเท่าเดิม เช่น‘ซงซึงฮอน’ ที่กระแสดูจะดร็อปลงหลังจากเรื่องที่พยายามจะเลี่ยงการเกณฑ์ทหารด้วยการส่งผลปัสสาวะปลอม แต่ก็มีดาราไอดอลอีกหลายคนที่กลับมาดังกว่าเก่าหลังจากผ่านมรสุมใหญ่ แต่น่าสังเกตว่าดาราส่วนใหญ่ที่กลับมาได้นั้นจะกลับมาได้ด้วยการเคลียร์คดีให้ชัดเจน การแสดงความสำนึกผิด ฝีมือ การพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงาน ฐานแฟน และคอนเนคชั่นที่แน่นหนาผนวกกัน
เช่น อันแจฮยอน ที่เจอกรณีคล้ายกับคิมซอนโฮจากการถูกโจมดีด้วยเรื่องส่วนตัว ที่ตอนนั้นเจอข่าวเรื่องการหย่าร้างกับ‘คูฮเยซอน’ ในปี2019 หลังจากที่พวกเขาแต่งงานได้สามปี โดยฝ่ายหญิงได้ออกมาแฉด้วยข้อความแชตว่าเธอโดยทำร้ายจิดใจด้วยคำพูด ทั้งวิพากษ์วิจารณ์เธอและทำตัวไม่ดีกับเธอ เพราะหมดรักเธอแล้ว และกล่าวว่าเขานอกใจเธอ ซึ่งทำลายภาพลักษณ์สามีคลั่งรักและคู่รักในฝันจนหมด จากข่าวนั้น อันแจฮอยอนโดนคำวิจารณ์อย่างหนักและต้องออกจากรายการวาไรตี้ดังจากNew Journey To the West แม้การหย่าจะเรียบร้อยในที่สุด แต่ว่าเขาก็หายหน้าจากจอและโซเชียลมีเดียไปหลายปี จนกระทั่งเขามาปรากฏตัวอีกครั้งในรายการSpring Camp เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาและได้รับผลตอบรับที่ดี จนตัดสินใจกลับมารับงานอีกครั้งและจะกลับมาร่วมรายการNew Journey to the West ในซีซั่นที่9 นี่แสดงให้เห็นว่ามันเป็นไปได้ที่ดาราที่หายหน้าไปจะสามารถกลับมามีงานให้แฟน ๆ ได้หายคิดถึงอีกครั้ง เพราะยังมีผู้ชมอีกมากที่ตัดสินพวกเขาจากผลงานมากกว่าเรื่องส่วนตัว
ในตอนนี้ที่เริ่มเข้าสู่ปลายปีและกระแสเริ่มซา เราก็เริ่มได้ยินข่าวการวางตัวนักแสดงที่โดนข่าวฉาวอย่าง ซอเยจีที่มีข่าวการวางตัวในซีรีส์‘Eve's Scandal’ ส่วนโจบยองกยูก็มีข่าวรับงานภาพยนตร์‘Even If I Die, One More Time’ หลังจากเคลียร์ข้อกล่าวหาเรื่องการใช้ความรุนแรงได้หมดแล้ว ส่วนคิมซอนโฮ ที่ล่าสุดมีข่าวว่าฝ่ายหญิงออกมาแสดงความรู้สึกผิดที่สร้างผลกระทบร้ายแรงจากการออกมาเปิดเผยเรื่องราว และการยอมรับคำขอโทษดูเหมือนจะทำให้กระแสเบาบางลง ฉะนั้นเราคงทำได้แค่เพียงรอให้เวลาพิสูจน์ว่านักแสดงเหล่านี้จะกลับมาเฉิดฉายในวงการได้อีกครั้งหรือไม่
อ้างอิง
http://www.koreaherald.com/view.php?ud=20091211000091
https://www.allkpop.com/article/2009/12/lee-byung-hun-responds-to-ex-girlfriends-accusations
https://www.koreatimes.co.kr/www/news/special/2009/12/178_57281.html
https://seoulbeats.com/2015/01/immediate-aftermath-lee-byung-huns-blackmail-scandal/
https://www.koreaboo.com/stories/ju-ji-hoon-confession-drugs-evidence/
ภาพจาก
https://www.instagram.com/byunghun0712/
https://www.instagram.com/bk_arta/
https://www.instagram.com/tonyhong1004/?hl=en
https://www.instagram.com/_jujihoon/?hl=th