โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมชลประทาน เตือนเขื่อนทับเสลา จ.อุทัยธานี ปริมาณน้ำล้นสปิลเวย์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 ต.ค. 2564 เวลา 10.33 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2564 เวลา 08.52 น.

กรมชลประทาน เตือนประชาชน ท้าย “เขื่อนทับเสลา” ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี รับมือเหตุจำเป็นต้องเปิดประตูระบายน้ำทั้ง 3 บานของเขื่อน หลังปริมาณน้ำกักเก็บในเขื่อนมาก จนน้ำล้นสปิลเวย์ ขณะที่หน้าเขื่อนเจ้าพระยาปริมาณน้ำไหลรวมทั้งสิ้นประมาณ 3,200-3,300 ลบ.ม./วินาที กำชับบริหารจัดการรัดกุม

วันที่ 18 ตุลาคม 2564 นายสงกรานต์ ชลอศรีทอง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทับเสลา ออก ประกาศโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทับเสลา สถานการณ์น้ำในฤดูฝนปี 2564 เรื่อง สถานการณ์น้ำในเขื่อนทับเสลา เนื่องจากอิทธิพลของพายุไลออนร็อค และพายุคมปาซุ ส่งผลให้ตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.64 ถึงปัจจุบัน มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนทับเสลาไม่ต่ำกว่าวันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) และยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยามีประกาศแจ้งเตือนจังหวัดอุทัยธานีว่า เป็นหนึ่งในพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมากตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.64 เวลา 18.00 น. ถึงวันที่ 17 ต.ค. 64 เวลา 18.00 น.

โดยวานนี้ 17 ต.ค.64 เวลา 12.00 น. ‘เขื่อนทับเสลา’ มีปริมาณน้ำ 173.82 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 108.64% ของความจุอ่าง มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนฯ อัตราวันละ 13.30 ล้าน ลบ.ม. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทับเสลา จึงมีความจำเป็นต้องทำการระบายน้ำผ่านอาคารระบายน้ำลงลำน้ำเดิม (River Outlet) จากเดิมวันละ 3.72 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำเพิ่มขึ้นวันละ 7.08 ล้านลบ.ม. และมีปริมาณน้ำไหลล้นอาคารระบายน้ำฉุกเฉิน (Emergency Spillway) วันละ 9.44 ล้าน ลบ.ม.

กรมชลประทาน ขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนที่อยู่ริมคลองทับเสลา (เขื่อนระบำ) ทั้ง 2 ฝั่ง บางส่วนอาจจะมีน้ำท่วมหลากฉับพลัน ตั้งแต่ อำเภอลานสัก อำเภอหนองฉาง อำเภอเมืองอุทัยธานี

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทับเสลา จึงขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แจ้งเตือนประชาชนด้านท้ายเขื่อนทับเสลาที่อยู่อาศัยหรือมีพื้นที่ทำการเกษตรในพื้นที่ริมฝั่งลำคลองทับเสลาและลำห้วยสาขา ให้เตรียมขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง และเฝ้าระวังพร้อมติดตามข่าวสารของทางราชการอย่างใกล้ชิดต่อไป

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง โดยวัดปริมาณฝนสะสม 3 วัน ที่อ.เมือง จ.ตาก ได้ 169.4 มิลลิเมตร และที่ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร วัดปริมาณฝนได้ 70.8 มิลลิเมตร ซึ่งปริมาณน้ำนี้จะไหลลงมาที่แม่น้ำปิงและรวมกับแม่น้ำน่าน ที่ จ.นครสวรรค์ คาดการณ์ว่าที่ สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตราประมาณ 2,700 -2,800 ลบ.ม./วินาที ในช่วงเวลาประมาณ 13.00 น. ของวันที่ 19 ต.ค. 64 เมื่อรวมปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง และจาก Side flow รวมกันประมาณ 500 ลบ.ม./วิ จะส่งผลให้มีปริมาณน้ำที่หน้าเขื่อนเจ้าพระยา ทั้งสิ้นประมาณ 3,200-3,300 ลบ.ม./วินาที เพื่อเป็นการควบคุมการระบายน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด

กรมชลประทาน จึงได้ปรับแผนการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง โดยจะปรับเพิ่มการรับน้ำเข้าฝั่งตะวันตกลงแม่น้ำน้อยผ่าน ประตูระบายน้ำบรมธาตุ และฝั่งตะวันออก จะปรับเพิ่มการรับน้ำเข้าคลองชัยนาท- ป่าสัก ผ่านประตูระบายน้ำมโนรมย์ โดยจะพิจารณาถึงผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำ พร้อมหน่วงน้ำไว้เหนือเขื่อนเจ้าพระยา โดยควบคุมระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในระดับไม่เกิน +17.50 ม. และควบคุมการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาไว้ไม่เกิน 2,700 ลบ.ม./วิ

ด้านสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำป่าสัก เนื่องจากมีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนป่าสักฯ อย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักฯ ในอัตรา 600 ลบ.ม./วิ โดยจะทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันไดเพื่อลดผลกระทบพื้นที่ท้ายน้ำ และรักษาเสถียรภาพของตลิ่ง พร้อมบริหารจัดการน้ำด้านท้ายเขื่อน ด้วยการควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหก ไม่ให้เกิน 700 ลบ.ม./วิ รวมทั้งผันน้ำเข้าสู่ คลองระพีพัฒน์ ผ่านประตูระบายน้ำพระนารายณ์ ในอัตรา 100-150 ลบ.ม./วิ และจะพิจารณาปรับการระบายน้ำตามสถานการณ์ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชน และความมั่นคงของอาคารชลประทาน เป็นหลัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...