โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผัก 2 ชนิด ขวัญใจคนญี่ปุ่น เคล็ดลับอายุยืนยาว แถมมีที่ไทยขายไม่แพง!

Khaosod

อัพเดต 06 ก.ย 2568 เวลา 11.31 น. • เผยแพร่ 06 ก.ย 2568 เวลา 11.31 น.

อยากสุขภาพดี อย่าพลาด! ผัก 2 ชนิด ขวัญใจคนญี่ปุ่น อีกหนึ่งเคล็ดลับช่วยให้มีอายุยืนยาว แถมยังมีที่ไทย หากินง่าย ขายไม่แพง!

ผักพื้นบ้าน 2 ชนิดที่สามารถหาซื้อได้ในราคาถูกในไทย คือ มะระขี้นก และ กระเจี๊ยบเขียว ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงในญี่ปุ่นและถือเป็นกุญแจสู่การมีอายุยืนยาว

กระเจี๊ยบเขียว

กระเจี๊ยบเขียว เป็นผักที่นิยมบริโภคอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น นำไปปรุงในเมนูต่าง ๆ ตั้งแต่ okura no aemono หรือ สลัดกระเจี๊ยบเขียว ไปจนถึงการลวกหรือนึ่งง่าย ๆ กระเจี๊ยบเขียวยังจัดอยู่ในกลุ่ม “neba neba foods” หรือเมนูลื่นๆ เหนียวๆ เช่น นัตโตะ สาหร่ายโมซุกุ หรือ เห็ด nameko ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าอาหารกลุ่มนี้ดีต่อระบบทางเดินอาหารและสุขภาพลำไส้ จนบางครั้งกระเจี๊ยบเขียวถูกขนานนามว่า “โสมสีเขียว” ของชาวญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในเคล็ดลับชีวิตยืนยาว

กระเจี๊ยบเขียวในไทย

ต้นกระเจี๊ยบเขียว มีถิ่นกำเนิดในแถบแอฟริกาตะวันตก ในประเทศซูดาน และสันนิษฐานว่าน่าจะมีการนำเข้ามาในประเทศไทยหลังปี พ.ศ.2416 โดยจัดเป็นพืชล้มลุกที่มีอายุประมาณ 1 ปี มีความสูงประมาณ 0.5-2.4 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านมีสีเขียว แต่บางครั้งก็มีจุดประม่วง ตามลำต้นจะมีขนอ่อนหยาบ ๆ ขึ้นปกคลุม เช่นเดียวกับใบและผล เจริญเติบโตได้ดีในอากาศกึ่งร้อน หรือที่อุณหภูมิระหว่าง 18-35 องศาเซลเซียส ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ด

กระเจี๊ยบเขียว ยังมีชื่อท้องถิ่นอีก เช่น กระต้าด (สมุทรปราการ), กระเจี๊ยบ กระเจี๊ยบมอญ มะเขือ มะเขือมอญ มะเขือทะวาย ทวาย (ภาคกลาง), มะเขือมอญ มะเขือพม่า มะเขือละโว้ มะเขือขื่น มะเขือมื่น (ภาคเหนือ), ถั่วเละ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เป็นต้น และสำหรับในประเทศไทย พื้นที่ที่มีการปลูกกระเจี๊ยบเขียวกันมากที่สุดส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในภาคกลาง เช่น นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี นครนายก ราชบุรี ระยอง พิจิตร สุพรรณบุรี สมุทรสาคร และกาญจนบุรี

ประโยชน์ของกระเจี๊ยบเขียว

ช่วยทำความสะอาดไขมันในเลือด เจลเหนียวหนืด (mucilage) ในกระเจี๊ยบเขียวสามารถจับคอเลสเตอรอลในระหว่างการย่อยอาหาร ทำให้ถูกขับออกทางอุจจาระแทนที่จะถูกดูดซึมเข้าร่างกาย งานวิจัยจาก National Institutes of Health (NIH) ยืนยันว่าใยอาหารละลายน้ำในกระเจี๊ยบเขียวช่วยป้องกันคอเลสเตอรอลเข้าสู่กระแสเลือด ลด LDL “ไม่ดี” และส่งเสริมสุขภาพหัวใจ

นอกจากช่วยลดไขมันในเลือด กระเจี๊ยบเขียวยังเป็น แหล่งโภชนาการราคาถูก 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 33 แคลอรี แต่มีแมกนีเซียม 14% ของความต้องการรายวัน, โฟเลต 15%, วิตามิน C 26%, วิตามิน K1 26% และใยอาหาร 3 กรัม

มะระขี้นก

มะระขี้นกเป็นผักที่พบได้ในวัฒนธรรมอาหารของหลายประเทศ โดยเฉพาะชาวโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น คนในท้องถิ่นเรียกมะระขี้นกว่า “โกยะ (Goya)” และมีเมนูขึ้นชื่ออย่าง Goya Chanpuru ผัดมะระขี้นกกับเต้าหู้ ไข่ และหมู ซึ่งไม่เพียงแต่อร่อย ยังกลายเป็นสัญลักษณ์ของอาหารเพื่อสุขภาพอีกด้วย

มะระขี้นกในศาสตร์แพทย์แผนไทย

ตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย ขอแนะนำ “มะระขี้นก” ซึ่งเป็นสมุนไพรพื้นบ้าน สามารถนำมารับประทานเป็นอาหารและเป็นยารักษาโรค ปัจจุบันมีผลการศึกษาวิจัยหลายฉบับทั้งในสัตว์ทดลองและในผู้ป่วยเบาหวาน ยืนยันว่าสาร charantin ที่พบในมะระขี้นก สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้จริง และการใช้มะระขี้นกขนาด 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน จากการติดตามผลไม่มีอาการข้างเคียงที่รุนแรง และไม่พบความเป็นพิษต่อตับ ซึ่งทำให้สามารถมั่นใจได้ว่า การใช้มะระขี้นก ไม่ว่าจะใช้เป็นอาหารหรือเป็นยาในการป้องกันหรือรักษาโรคเบาหวานนั้นมีความปลอดภัย

และปัจจุบันมะระขี้นก จัดเป็นพืชสมุนไพรที่ถูกนำมาขึ้นทะเบียนเป็นยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ สามารถเบิกจ่ายได้ในคลินิกการแพทย์แผนไทยในโรงพยาบาลของรัฐได้ทั่วประเทศการใช้มะระขี้นกเพื่อลดน้ำตาลในเลือด ให้เน้นการรับประทานเป็นอาหาร เพราะจะได้ไฟเบอร์ แร่ธาตุ และวิตามินอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผัก 2 ชนิด ขวัญใจคนญี่ปุ่น เคล็ดลับอายุยืนยาว แถมมีที่ไทยขายไม่แพง!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...