โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จีนหมดเสน่ห์? ธุรกิจแห่ย้ายฐาน ปักหลักอาเซียน!

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 10 ก.ย 2568 เวลา 12.50 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2568 เวลา 05.50 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - สำนักข่าว CNBC ระบุว่า หอการค้าอเมริกันในเซี่ยงไฮ้ (American Chamber of Commerce in Shanghai) เปิดเผยผลสำรวจล่าสุดว่า เกือบครึ่งหนึ่งของธุรกิจสหรัฐฯ หรือ 47% ได้เปลี่ยนแผนการลงทุนจากจีน ไปยังภูมิภาคอื่นในช่วงปีที่ผ่านมา นับเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เริ่มสำรวจในปี 2017

โดยการสำรวจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้น แม้ทั้งสองประเทศจะตกลงขยายระยะเวลาพักรบทางการค้าออกไปอีก 90 วันจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ก็ตาม

นายเอริก เจิ้ง ประธาน AmCham Shanghai กล่าวว่า "สำหรับบริษัทแล้ว 90 วันมันสั้นเกินไปมาก" พร้อมชี้ให้เห็นว่าการวางแผนห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานกว่านั้นมาก แม้จะยังไม่ต้องเผชิญกับภาษีที่สูงขึ้น แต่..ปัญหาหลักนั้น ก็ยังคงอยู่

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขึ้นแท่นเป้าหมายหลัก!

โดยผลสำรวจซึ่งจัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 19 พฤษภาคมถึง 20 มิถุนายน พบว่า บริษัทที่ย้ายการลงทุนออกจากจีนส่วนใหญ่เลือกไปที่ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามมาด้วย อนุทวีปอินเดีย (รวมบังกลาเทศ) เป็นอันดับสอง ส่วน สหรัฐฯ และเม็กซิโก อยู่ในอันดับสามร่วมกัน

ซึ่ง รายงานระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้พยายามสนับสนุนให้ภาคธุรกิจย้ายฐานการผลิตกลับมายังสหรัฐฯ โดยวิจารณ์แผนการของ Apple ที่จะขยายการผลิตในอินเดีย ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำบางแห่งได้ประกาศลงทุนในสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการแล้ว

ทั้งนี้ สมาชิกของ AmCham Shanghai รวมถึงบริษัทชั้นนำอย่าง Apple, Ford, Honeywell, Meta และ Tesla ซึ่งล้วนได้รับผลกระทบจากทั้งภาษีของสหรัฐฯ และมาตรการตอบโต้ของจีน

ภาษีและการแข่งขันที่บีบรัดธุรกิจมากขึ้น

จากข้อมูลจาก Peterson Institute for International Economics ระบุว่า ภาษีของสหรัฐฯ ต่อสินค้าจีนอยู่ที่เกือบ 58% ขณะที่ภาษีของจีนอยู่ที่ประมาณ 33% ซึ่งตัวเลขนี้จะแตกต่างกันไปตามประเภทสินค้า

ด้านนายเจิ้ง กล่าวว่า 65% ของผู้ตอบแบบสำรวจ โดยเฉพาะในภาคการผลิต รู้สึกว่ามาตรการภาษีในปัจจุบัน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจ นอกจากนี้ ภาคธุรกิจยังต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดจีน และความเชื่อมั่นต่อการดำเนินธุรกิจในอีก 5 ปีข้างหน้า ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องกันเป็นปีที่สี่

อย่างไรก็ตามมีเพียง 28% ของผู้ตอบแบบสำรวจที่ระบุว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานในจีนปี 2024 สูงกว่าการดำเนินงานในตลาดโลก ขณะที่ 33% บอกว่าผลการดำเนินงานในจีนแย่กว่า

นอกจากนี้ บริษัทสหรัฐฯ ยังยอมรับว่า คู่แข่งชาวจีนมีความก้าวหน้ามากกว่าใน 6 จาก 8 ประเภท โดยเฉพาะด้าน ความเร็วในการนำสินค้าออกสู่ตลาด (speed to market) และ การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ โดย 41% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าบริษัทจีนก้าวหน้ากว่าในด้าน AI และสัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นเป็น 62% ในอุตสาหกรรมค้าปลีกและอุปโภคบริโภค

สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ดีขึ้น?

แม้ความตึงเครียดทางการค้าจะส่งผลต่อภาพรวมในระยะสั้น แต่..ผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า สภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบในจีนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

โดยเกือบครึ่งหนึ่ง หรือ 48% กล่าวว่า กฎระเบียบในอุตสาหกรรมของตนมีความโปร่งใส ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 35% ในปี 2024 และสัดส่วนของบริษัทที่ระบุว่า การขาดความโปร่งใสเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานลดลง 12% เหลือเพียง 16%

ซึ่งสัดส่วนของผู้ตอบแบบสอบถามที่ระบุว่า บริษัทต่างชาติและบริษัทท้องถิ่น ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันก็เพิ่มขึ้น 5% เป็น 37% ซึ่งสะท้อนความพยายามของจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในการดึงดูดและรักษาการลงทุนจากต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจยังพบว่า 14% ของบริษัทระบุว่าสภาพแวดล้อมสำหรับธุรกิจต่างชาติในจีนแย่ลง โดยภาคเทคโนโลยีได้รับผลกระทบสูงสุดที่ 31%

ที่มา : CNBC

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...