โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วันที่เราต้องขออภัยปูก่อนต้ม ดูแลไม่ให้ปลาหมึกต้องเจ็บ อนาคตของอาหารทะเลจะเป็นยังไง ถ้าสัตว์ในทะเลก็เจ็บเหมือนคน

นิตยสารคิด

อัพเดต 09 ก.ย 2568 เวลา 21.40 น. • เผยแพร่ 09 ก.ย 2568 เวลา 21.40 น.
sea-animals-cover

ในอดีตมนุษย์มักมองว่าสัตว์ทะเลอย่างปลา กุ้ง ปู หรือปลาหมึก เป็นเพียงทรัพยากรที่ไร้ความรู้สึก ไม่ต่างจากพืชผักที่จับมาบริโภคได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงความทรมานใด ๆ แต่ภาพจำนี้กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โลกกำลังตื่นตัวกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชี้ชัดว่า “สัตว์ทะเลเหล่านี้มีความรู้สึกเจ็บปวดได้ไม่ต่างจากมนุษย์” การยอมรับความจริงนี้กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งอุตสาหกรรมอาหารทะเล กฎหมาย ไปจนถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค

เราจะพาคุณไปสำรวจว่า อะไรคือเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ และอาหารทะเลในอนาคตจะหน้าตาเป็นอย่างไรหากเรายอมรับว่า ‘สัตว์ทะเลก็เจ็บเหมือนคน’

(Freepik)

ว่าแต่รู้ได้ยังไงว่าสัตว์ทะเลก็เจ็บเป็น
ในช่วงตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีงานวิจัยเชิงประสาทวิทยาและพฤติกรรมมากมายที่ยืนยันว่า ปลาและสัตว์ทะเลหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นกุ้ง ปู หรือปลาหมึก มีระบบประสาทที่ซับซ้อนและสามารถรู้สึกเจ็บปวดได้จริง อย่างงานวิจัยที่ใช้คลื่นสมอง (EEG) วัดการตอบสนองของปูทะเลในตอนที่ถูกหนีบหรือถูกทาแอมโมเนีย รวมไปถึงปลาหมึกที่แสดงพฤติกรรมหลบหนีและถูหนวดตัวเองหลังเจอสารระคายเคือง ซึ่งการที่สัตว์มีท่าทีตอบรับจากการเกิดขึ้นในส่วนสมองที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลความเจ็บปวดนี้ ทำให้นักวิจัยตีความว่าเป็นสัญญาณของการรับรู้ความเจ็บปวด และยิ่งเป็นสิ่งที่ย้ำว่า ที่ผ่านมาการจัดการหรือฆ่าเหล่าสัตว์ทะเลโดยไม่ทำให้สัตว์หมดสติ อย่างการต้มหรือย่างทั้งเป็น อาจก่อให้เกิดความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสต่อสิ่งมีชีวิตเหล่านี้

เช่นเดียวกับ “ปลา” ที่ก็เจ็บปวดได้ไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นปลาน้ำจืดหรือปลาทะเลที่ถูกปล่อยให้ขาดอากาศหายใจ หรือนำออกจากน้ำจนตาย ที่กำลังถูกตีความว่าเป็นการสร้างความทรมานอย่างหนึ่ง ในงานวิจัยล่าสุดในปี 2025 ที่ศึกษาการฆ่าปลาเทราต์สายรุ้งด้วยวิธีนี้พบว่า ปลาต้องทนทุกข์ทรมานอย่างรุนแรงนานเฉลี่ย 10 นาที และอาจนานสูงสุดถึง 22 นาทีก่อนที่พวกมันจะตาย

ซึ่งจริง ๆ แล้วหลักฐานการรับรู้ความเจ็บปวดในปลาและสัตว์ตระกูล Crustacean ไม่ได้มาจากแค่การวัดทางประสาทวิทยาอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมการตอบสนองอื่น ๆ เช่น การหลีกเลี่ยงจุดที่เคยได้รับแรงกระแทก การดูแลส่วนที่บาดเจ็บ และการเรียนรู้ที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งเร้าที่สร้างความเจ็บปวด โดยในการศึกษาที่ผ่านมา ทำให้เรารู้ได้ว่าร่างกายของบรรดาสัตว์เหล่านี้มีทั้งตัวรับความเจ็บปวดและระบบประสาทที่คอยประมวลผล นักวิจัยหลายกลุ่มจึงสรุปว่า แม้สัตว์เหล่านี้จะไม่มีส่วนสมองบางอย่างเหมือนมนุษย์ แต่ก็อาจรู้สึกเจ็บปวดและทุกข์ทรมานได้จริง ที่จะส่งผลกระทบต่อหลักจริยธรรมในการฆ่าสัตว์เพื่อเป็นอาหารและเพื่อการทดลอง

ดังนั้นในช่วงที่ 5 ปีที่ผ่านมาและหลังจากนี้จึงเกิดเป็นวิธีที่เราคุ้นเคยกันมากที่สุดอย่าง การช็อกไฟฟ้า (Electrical Stunning) ที่จะช่วยให้สัตว์หมดสติก่อนการฆ่า และถือว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ จนไม่น่าแปลกใจที่ประเทศอย่าง ออสเตรเลีย ออสเตรีย นิวซีแลนด์ และนอร์เวย์ มีกฎหมายกำหนดให้สัตว์ในตระกูลที่กำหนด ต้องถูกทำให้หมดสติก่อนการฆ่าเพื่อบริโภค

(Freepik)

เพราะเจ็บเป็น…เลยต้องคุ้มครอง
เมื่อมีหลักฐานชัดเจนขึ้นขนาดนี้ หลายประเทศเลยต้องเริ่มขยับตัวเพื่อปรับปรุงกฎหมายสวัสดิภาพสัตว์ โดยเฉพาะการยอมรับว่าสัตว์น้ำเป็นสัตว์ที่มีความรู้สึก หากอิงตามข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ นิวซีแลนด์ เป็นประเทศแรก ๆ ที่ให้ความคุ้มครองสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในกฎหมาย Animal Welfare Act 1999 และยังแก้ไขให้ครอบคลุมไปถึงปลา สัตว์น้ำ และสัตว์ในวงศ์ครัสเตเชีย (Crustacean) เช่น กุ้ง ปู กั้ง กุ้งมังกร ที่กำหนดให้รัฐต้องมี "โค้ดสวัสดิภาพ" (Codes of Welfare) สำหรับสัตว์แต่ละชนิด

ตามมาด้วย นอร์เวย์ และสหราชอาณาจักร ซึ่งมีกฎหมายที่ระบุให้สัตว์ทุกชนิดรวมถึงวงศ์ครัสเตเชียได้รับการคุ้มครอง และไม่ว่าจะเป็นการฆ่า ขนย้าย หรือกักขัง ก็ล้วนอยู่ภายใต้การคุ้มครองตามกฎหมายทั้งสิ้น โดยเฉพาะการห้ามฆ่าสัตว์โดยไม่ทำให้หมดสติก่อน ส่วน ออสเตรเลีย ออสเตรีย และสวิตเซอร์แลนด์ ก็มีข้อบังคับคล้ายกันที่ห้ามต้มปูหรือกุ้งเป็น ๆ หรือแม้กระทั่งห้ามเก็บไว้ในน้ำแข็ง โดยเฉพาะสวิตเซอร์แลนด์ที่เป็นประเทศต้นแบบในการมีฉลากสินค้าสวัสดิภาพสัตว์เลยด้วยซ้ำ

ตัวอย่างฉลากสินค้าสวัสดิภาพสัตว์
(spca.bc.ca)

และปัจจุบันเรื่องนี้ก็ไม่ได้พูดถึงกันในระดับประเทศแล้ว เพราะกำลังเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นในระดับภูมิภาคอย่างสหภาพยุโรป ที่กำลังอยู่ในกระบวนการปรับปรุงกฎหมายสวัสดิภาพสัตว์ครั้งใหญ่ภายใต้กลยุทธ์ Farm to Fork โดยในปี 2025 อาจมีการเสนอร่างกฎหมายเพิ่มเติมเพื่อยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ที่จะขยายไปถึงสัตว์น้ำในอนาคต การทบทวนนี้สะท้อนการตระหนักที่เพิ่มขึ้นว่า ปลาหรือสัตว์ทะเลอาจต้องได้รับการคุ้มครองเหมือนสัตว์บกด้วยเหมือนกัน

เมื่ออุตสาหกรรมต้องแข่งกันเรื่องจริยธรรมคู่กับการพัฒนารสชาติ
เพราะการตื่นตัวเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ทะเลไม่ได้อยู่แค่ในห้องทดลองหรือในสภาเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อธุรกิจอาหารทะเลและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งแรงกดดันที่รุนแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นแรงกดดันจากผู้บริโภคและผู้ถือหุ้น เพราะสัตว์ก็ถือเป็นหนึ่งในสิ่งแวดล้อมที่คนหันมาใส่ใจ อย่างการสำรวจของ Centre for Aquaculture Progress ในปี 2024 พบว่า 83% ของผู้บริโภคในยุโรปสนับสนุนการใช้การช็อกด้วยไฟฟ้าก่อนการฆ่าปลา และ 80% ยินดีจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อปลาที่ถูกฆ่าอย่างมีมนุษยธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ยิ่งตอกย้ำว่าเหล่าบริษัทคงต้องยอมลงทุนด้านสวัสดิภาพของสัตว์อย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก

เทสโก้ (Tesco) ซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ของสหราชอาณาจักร เคยประกาศไว้ว่าจะยกเลิกวิธีทำกุ้งให้สุกด้วยการวางในน้ำแข็งและการตัดต่อมตาที่สร้างความเจ็บปวดอย่างมาก และจะหันมาใช้การช็อกไฟฟ้าก่อนตามข้อเรียกร้องขององค์กร Mercy For Animals แถมนโยบายนี้คาดว่าจะลดความเจ็บปวดของกุ้งได้หลายพันล้านตัวต่อปี ส่วนสหกรณ์ผู้ผลิตปลาในกรีซ พัฒนาโครงการ “Fish from Greece” ด้วยมาตรฐานการเพาะเลี้ยงที่โปร่งใสและปลอดภัย และแม้กฎหมายสวัสดิภาพสัตว์ของสหราชอาณาจักร จะยังไม่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมในระยะสั้น แต่หลายบริษัทและเชฟได้เริ่มปรับตัวแล้ว เช่น บริษัท Blue Sea Food Company และร้าน Crab House Cafe ในอังกฤษ ที่ได้นำเครื่อง CrustaStun มาใช้เพื่อช็อกกุ้งและปูให้หมดสติตามหลักมนุษยธรรมก่อน

ตัวอย่างเครื่อง CrustaStun ของบริษัท Mitchell & Cooper
(mitchellcooper.co.uk)

การลงทุนด้านเทคโนโลยีในการประกอบอาหารที่มากขึ้นย่อมส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นตาม แต่เสียงจากผู้บริโภคในหลายประเทศก็ยอมที่จะจ่ายเพิ่มประมาณ 0.02-0.05 ยูโรต่อหนึ่งเสิร์ฟเพื่อความสบายใจต่อการบริโภคสัตว์อย่างมีมนุษยธรรม ฉะนั้นหลายบริษัทอาจได้เห็นแล้วว่า การลงทุนด้านสวัสดิภาพสัตว์สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดได้มากกว่าต้นทุน แถมยังช่วยสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์มากกว่าเดิมด้วย

(Freepik)

จริยธรรมของอุตสาหกรรมในอนาคต
การลงทุนในเทคโนโลยีหรือระบบฆ่าสัตว์ที่มีมนุษยธรรมอาจทำให้ต้นทุนของผู้ผลิตเพิ่มขึ้น เช่น อุปกรณ์ช็อกไฟฟ้าสำหรับปลาที่ช่วยลดความเจ็บปวดได้ แม้ในปัจจุบันอาจมีต้นทุนเริ่มต้นเพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐ แต่หากในอนาคต ข้อบังคับเหล่านี้ถูกบังคับใช้ในระดับสากล ราคาของเทคโนโลยีดังกล่าวอาจสูงขึ้นกว่านี้มาก แม้ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยจะยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่ออาหารทะเลที่ได้มาตรฐาน แต่ก็ไม่มีหลักประกันว่าความเต็มใจนี้จะครอบคลุมต้นทุนที่แท้จริงของอุตสาหกรรม

อีกประเด็นท้าทายคือการออกแบบและบังคับใช้กฎหมาย แม้ความตระหนักเรื่องสวัสดิภาพสัตว์จะเพิ่มขึ้นแล้วก็จริง แต่การนำหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาปรับใช้เป็นกฎหมายก็ยังมีอุปสรรคอีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายของชนิดสัตว์น้ำที่มีชีววิทยาต่างกัน ทำให้ยากที่จะกำหนดมาตรฐานเดียว อีกทั้งความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทานก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ต้องนึกถึง สัตว์น้ำจำนวนมากถูกจับในหลายประเทศ กฎหมายที่เข้มงวดเกินไปอาจกระทบต่อความสามารถในการส่งออก โดยเฉพาะผู้ผลิตรายย่อยและเรือประมงที่อาจไม่มีงบประมาณสำหรับการลงทุนในอุปกรณ์ใหม่ ๆ เหมือนบริษัทใหญ่

ฉะนั้น การยอมรับความจริงนี้กำลังเปลี่ยนแปลงโฉมอุตสาหกรรมอาหารทะเลอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่การพัฒนานวัตกรรม การแก้ไขกฎหมาย ไปจนถึงแรงกดดันจากผู้บริโภคที่เรียกร้องอาหารทะเลที่มีความรับผิดชอบ หากธุรกิจไหนที่ไม่ปรับตัวย่อมเสี่ยงต่อการสูญเสียความเชื่อมั่นและฐานลูกค้าไปได้ง่าย ๆ และไม่แน่ว่าในอนาคต “ฉลากสวัสดิภาพสัตว์” อาจกลายเป็นมาตรฐานสำคัญขออุตสาหกรรมอาหารทะเลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อสังคมตระหนักว่าสัตว์ทะเลก็มีความรู้สึกเจ็บปวดเช่นเดียวกับมนุษย์ โลกของอาหารทะเลจึงอาจเปลี่ยนจากการมองสัตว์เป็นเพียงทรัพยากร ไปสู่การเคารพในชีวิตและความยั่งยืนของระบบอาหารอย่างแท้จริง

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความเมตตาเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนในอนาคตของอุตสาหกรรม ความมั่นคงของอาหาร และความไว้วางใจของผู้บริโภคในระยะยาวอีกด้วย

ที่มา : บทความ “Brain test shows that crabs process pain” จาก sciencedaily.com
บทความ “Towards the humane slaughter of decapod crustaceans: identifying the most effective indicators of insensibility following electrical stunning” โดย Douglas M. Neil, Endre Putyora, Amaya Albalat
บทความ “New study quantifies fish slaughter pain and cost-effectiveness of welfare solutions” โดย Welfare Footprint Institute
บทความ “Estimating global numbers of fishes caught from the wild annually from 2000 to 2019” โดย Alison Mood, Phil Brooke
บทความ “Lobsters, octopus and crabs recognised as sentient beings” จาก gov.uk
บทความ “Animal Welfare Act 1999: Everything you need to know about animal welfare in New Zealand” จาก worldanimalprotection.org
บทความ “Welfare in Farmed Decapod Crustaceans, With Particular Reference to Penaeus vannamei” จาก frontiersin.org
บทความ “Switzerland rules lobsters must be stunned before boiling” จาก The Guardian
บทความ “What Switzerland’s new welfare labels mean for food producers” โดย Nicholas Robinson
บทความ “Revision of the animal welfare legislation” จาก food.ec.europa.eu
บทความ “Farmed fish feel pain, stress and anxiety and must be killed humanely, global regulator accepts” จาก The Guardian
บทความ “Progress! UK’s Largest Supermarket Chain Commits to Banning the Cruelest Shrimp Farming Practices” โดย Kimberly Johnson
บทความ “Ethics in aquaculture: animal welfare and environmental sustainability” จาก pmc.ncbi.nlm.nih.gov
บทความ “Survey finds 8 out of 10 European consumers support humane fish-slaughter practices” โดย Erin Spampinato
บทความ “Consumer attitudes on electrical stunning of sea bream and sea bass in Greece’s largest markets” จาก centreforaquacultureprogress.org

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

LIVE ถ่ายทอดสด เชลซี พบ พอร์ท เวล ฟุตบอลเอฟเอคัพ วันนี้ 4 เม.ย.69

PostToday

ถ่ายทอดสด เซาธ์แฮมป์ตัน พบ อาร์เซน่อล ฟุตบอลเอฟเอคัพ วันนี้ 4 เม.ย.69

PostToday

TAEMIN รู้สึกเป็นเกียรติที่จะเป็นศิลปินเดี่ยวชายเคป๊อปคนแรกที่ได้แสดงใน Coachella

THE STANDARD

Ruby Sauce รูบี้ซอสคาเฟ่ คาเฟ่ชนบทสไตล์ Ghibli นอกตัวเมืองเชียงใหม่ ที่คนรัก Ghibli ห้ามพลาด!

conomi

รวมภาพเบื้องหลังสุดวุ่น! PICK A CARD กับ 6 สาว Girl Rules

THE STANDARD

แพร-วทานิกา และ โดนัท-มนัสนันท์ กับพลังงานบวกที่เริ่มจากภายใน

กรุงเทพธุรกิจ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...