โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เครื่องบินขับไล่ Gripen บินตีคู่ เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B Lancer เหนือเมืองริกา ประเทศลัตเวีย

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 20 ส.ค. 2568 เวลา 10.00 น.
เครื่องบินขับไล่ Gripen บินตีคู่ เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B Lancer เหนือเมืองริกา ประเทศลัตเวีย

กองทัพอากาศสหรัฐฯ ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดเชิงยุทธศาสตร์ B-1B Lancer ร่วมบินกับเครื่องบินขับไล่ Gripen JAS-39 ของฮังการีและสวีเดน เหนือกรุงริกา ประเทศลัตเวีย เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เพื่อแสดงพลังความเป็นเอกภาพและการปฏิบัติการร่วมกันของนาโต้ ภายใต้ภารกิจ Bomber Task Force Europe

ฝูงบินดังกล่าวบินผ่านเหนือ อนุสาวรีย์แห่งอิสรภาพของลัตเวีย ตอกย้ำถึงการประสานงานข้ามชาติของพันธมิตร โดยฮังการีเพิ่งเข้ารับหน้าที่ Baltic Air Policing รอบที่สี่เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่กองกำลังนาโต้ยืนยันว่าการซ้อมรบนี้สะท้อนถึงความพร้อมและความแข็งแกร่งของปีกตะวันออก

อันดริส สปรูดส์ รัฐมนตรีกลาโหมลัตเวีย ระบุว่า “ความมั่นคงของรัฐบอลติกและปีกตะวันออกของนาโต้คือรากฐานของเสถียรภาพยูโร-แอตแลนติก การบินร่วมของสหรัฐฯ และพันธมิตร นับเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและความมุ่งมั่นต่อภูมิภาค”

สำหรับเครื่องบิน B-1B ที่เข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ ถูกส่งจากฐานทัพอากาศ Dyess รัฐเท็กซัส และมาประจำการที่ฐาน Orland ประเทศนอร์เวย์ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม การประจำการในยุโรปเปิดโอกาสให้ลูกเรือของสหรัฐฯ และพันธมิตรได้ฝึกยุทธวิธี เพิ่มความยืดหยุ่น รวมไปถึงเสริมทักษะการทำสงครามร่วมกันในสถานการณ์สมจริง

เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B Lancer

B-1B Lancer เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดเชิงยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่ออกแบบมาเพื่อเจาะทะลวงการป้องกันทางอากาศและส่งมอบอาวุธในระยะไกล จุดเด่นสำคัญ คือ ความเร็วเหนือเสียง (Mach 1.25) ร่วมกับปีกแบบปรับมุมได้ (Variable-sweep wing) ทำให้บินได้ทั้งระยะต่ำความเร็วสูงและระยะไกลความเร็วปานกลาง

สำหรับพิสัยบินไกลกว่า 12,000 กิโลเมตร โดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ และสามารถบรรทุกอาวุธได้มากถึง 34,000 กิโลกรัม ซึ่งถือว่ามากที่สุดในบรรดาเครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ

ในด้านภารกิจ B-1B มีความยืดหยุ่นสูง สามารถติดตั้งอาวุธได้ทั้งแบบดั้งเดิมและอาวุธนำวิถีสมัยใหม่ เช่น ระเบิดนำวิถี JDAM, ขีปนาวุธร่อน JASSM และอาวุธแม่นยำอื่น ๆ ระบบอิเล็กทรอนิกส์และเรดาร์สมัยใหม่ช่วยให้สามารถโจมตีเป้าหมายได้แม่นยำแม้ในสภาพอากาศเลวร้าย

เครื่องบินรุ่นนี้จึงถือเป็นกำลังหลักที่สหรัฐฯ ใช้ทั้งในการป้องปรามเชิงยุทธศาสตร์และสนับสนุนปฏิบัติการรบจริงทั่วโลก โดยยังคงเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของพลังทางอากาศที่มีทั้งความเร็ว แรงบรรทุก และความยืดหยุ่นสูงสุด

เครื่องบินขับไล่ Gripen JAS-39E/F

สำหรับเครื่องบินขับไล่ Gripen JAS-39E/F เครื่องบินขับไล่หลายบทบาท (Multirole Fighter) รุ่นใหม่ที่พัฒนาโดยบริษัท ซาบ (Saab) ของสวีเดน เพื่อต่อยอดจาก Gripen รุ่น C/D โดยรุ่น E เป็นแบบที่นั่งเดี่ยว และรุ่น F เป็นแบบสองที่นั่งสำหรับฝึกและภารกิจพิเศษ

เครื่องบินใช้เครื่องยนต์ General Electric F414G ที่ให้แรงขับมากขึ้น ทำให้มีพิสัยบินไกลขึ้น บรรทุกอาวุธได้มากขึ้น และสามารถปฏิบัติภารกิจได้หลากหลาย ทั้งโจมตีภาคพื้นดิน สกัดกั้นทางอากาศ และลาดตระเวนทางอิเล็กทรอนิกส์

จุดเด่นของเครื่องบินขับไล่ Gripen JAS-39E/F อยู่ที่ระบบอิเล็กทรอนิกส์และเรดาร์ AESA รุ่น Raven ES-05 ที่ตรวจจับเป้าหมายได้ไกลและแม่นยำ รวมถึงระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (EW) ที่ทันสมัย ทำให้สามารถรบในสภาพแวดล้อมที่มีการก่อกวนสัญญาณได้ดี

เครื่องบินขับไล่ Gripen JAS-39E/F ออกแบบให้รองรับอาวุธสมัยใหม่ เช่น ขีปนาวุธ Meteor, IRIS-T และอาวุธปล่อยนำวิถีโจมตีภาคพื้นดินต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการต่ำกว่านักล่ารุ่นใหญ่ แต่ยังคงประสิทธิภาพสูง เหมาะกับประเทศที่ต้องการเครื่องบินขับไล่ประสิทธิภาพสูงในงบประมาณที่คุ้มค่า

ภารกิจครั้งนี้ยังครอบคลุมการฝึกด้านการค้นหา ซ่อมแซม ติดตาม และกำหนดเป้าหมาย เพื่อยกระดับความเร็วและความแม่นยำในการตอบสนองต่อภัยคุกคามทันที แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีการสู้รบ

โดยการบินครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงกำลังทางอากาศของนาโต้ที่พร้อมรบ และเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันประเทศสมาชิก รวมถึงการรักษาเสถียรภาพของภูมิภาคยูโร-แอตแลนติกโดยรวม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...