“ฟรังก์สวิส”แข็งค่ามากสุดในรอบ 10 ปีเทียบยูโร ท่ามกลางความไม่แน่นอนโลก
"ฟรังก์สวิส"แข็งค่ามากสุดในรอบ 10 ปีเทียบยูโร จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ท่ามกลางความวิตกมาตรการภาษีสหรัฐ ความไม่แน่นอนทางการเมืองในยุโรปและเอเชีย
วันที่ 21 ตุลาคม 2568 เวลา 13.17 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ค่าเงินฟรังก์สวิสกำลังปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 10 ปีเมื่อเทียบกับ ยูโร (EUR) จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven demand) ที่แพร่กระจายไปทั่วตลาด ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจจากหลายประเทศ
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ฟรังก์สวิสแตะระดับ 0.92146 ฟรังก์ต่อยูโร ซึ่งอยู่ใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2015 โดยปัจจุบันแข็งค่าขึ้นประมาณ 0.2% จากต้นเดือน และถือเป็น สกุลเงินเดียวในกลุ่ม G10 ที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา
แรงหนุนดังกล่าวเกิดจากความวิตกเกี่ยวกับ มาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐ ความไม่แน่นอนทางการเมืองในฝรั่งเศสและญี่ปุ่น รวมถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มธนาคารภูมิภาคของสหรัฐ
ข้อมูลจาก Depository Trust & Clearing Corporation (DTCC) ระบุว่า ปริมาณการซื้อขายออปชันของคู่เงิน ยูโร–ฟรังก์สวิส (EUR/CHF) เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ขณะที่คู่ ดอลลาร์–ฟรังก์สวิส (USD/CHF) ก็พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหนึ่งเดือนในวันศุกร์ที่ผ่านมา
คิต จักส์ นักกลยุทธ์ตลาดเงิน กล่าวว่า “ขณะที่โครนนอร์เวย์ และโครนสวีเดน ได้แรงหนุนจากแนวโน้มการเติบโต เฉกเช่นนั้นฟรังก์สวิสก็ยังคงโดดเด่นในฐานะสกุลเงินปลอดภัยเมื่อเทียบกับยูโรและปอนด์”
ค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง (hedging costs) ของฟรังก์สวิสพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม โดยพรีเมียมของออปชันที่ให้น้ำหนักฝั่งขาขึ้นของฟรังก์กลับไปอยู่ในระดับเดียวกับเมื่อเดือนมิถุนายน ซึ่งสะท้อนว่าตลาดกำลังเร่งหาที่หลบภัยและถือสถานะป้องกันความเสี่ยง
การประชุมธนาคารกลางสวิส (SNB) จะเป็นจุดทดสอบสำคัญในสัปดาห์นี้ โดย SNB มีกำหนดเผยแพร่สรุปการประชุมนโยบายดอกเบี้ยเดือนกันยายนในวันพฤหัสบดี นักลงทุนจะจับตาท่าทีของธนาคารต่อแนวโน้มการแข็งค่าของเงินฟรังก์ที่อยู่ในระดับสูงสุดในรอบหลายปี
ขณะนี้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ SNB อยู่ที่ 0% และธนาคารมีประวัติการเข้าแทรกแซงค่าเงินในตลาด ทำให้ตลาดจับตาว่าผู้กำหนดนโยบายจะเปิดเผยเกณฑ์หรือระดับความอดทนต่อการแข็งค่าของฟรังก์มากน้อยเพียงใด
นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ได้ ละทิ้งความเป็นไปได้ของการกลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบ ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาดการเงิน อย่างไรก็ตาม SNB ยังมีเครื่องมือเชิงนโยบายหลายรูปแบบ เพื่อรับมือกับแรงกดดันจากเงินเฟ้อนำเข้า (imported disinflation) และความผันผวนภายนอก
นักวิเคราะห์จาก Danske Bank A/S ระบุว่า ธนาคารกลางสวิสน่าจะเลือก เข้าแทรกแซงในตลาดแลกเปลี่ยน (FX intervention) ก่อนจะพิจารณากลับไปใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบ โดยชี้ว่า ฟรังก์สวิสที่แข็งค่าขึ้นในเชิงมูลค่าที่แท้จริง (real trade-weighted) ประกอบกับความเป็นไปได้ของ ภาษีส่งออกสหรัฐต่อสินค้าสวิส อาจยิ่งกดดันราคาสินค้าและเงินเฟ้อในประเทศลดลงอีก ทั้งนี้ Danske คาดว่าค่าเงินยูโรจะอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์ (EUR/CHF จะลดลง) ต่อเนื่องในปีหน้า
อ้างอิง : www.bloomberg.com