โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกหญิงคนแรกของญี่ปุ่น! รัฐสภาญี่ปุ่นโหวตซานาเอะ ทาคาอิชิ นั่งเก้าอี้นายกหญิงครั้งแรกในประวัติศาสตร์

tvpoolonline.com

อัพเดต 22 ต.ค. 2568 เวลา 15.30 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2568 เวลา 08.21 น. • TV Pool

ซานาเอะ ทาคาอิชิ นักการเมืองสายขวาจัดจากพรรค LDP ได้รับเลือกจากรัฐสภาให้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ด้วยคะแนนเสียง 237 โหวต สร้างประวัติศาสตร์เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่นคนแรกที่ไม่ใช่ผู้ชาย ในประเทศที่ระบบการเมือง และสังคมมีลักษณะแบบชายเป็นใหญ่

การเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งใหม่นี้เกิดขึนหลังจาก ชิเงรุ อิชิบะ อดีตนายกรัฐมนตรีประกาศลาออกจากตำแหน่งหลังจากดำรงตำแหน่งได้เพียงหนึ่งปีอันมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งภายในตัวพรรค ส่งผลให้เธอกลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้เป็นหัวหน้าพรรค LDP และได้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น โดยเธอมักถูกสื่อขนานนามว่าเป็น “สตรีเหล็กแห่งญี่ปุ่น” จากการที่เธอยกย่อง มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ และ แองเกลลา แมร์เคิล เป็นต้นแบบ “เป้าหมายของฉันคือการเป็นสตรีเหล็ก” ซานาเอะพูดระหว่างการหาเสียง

แม้ว่าเธอจะเป็นนายกหญิงคนแรก แต่ซานาเอะถูกวิจารณ์ว่าเธอเป็นนักการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมสุดโต่ง และชาตินิยมขวาจัด ซานาเอะมีแนวคิดต่อต้านการรักร่วมเพศ และต่อต้านกฏหมายให้ผู้หญิงยังคงใช้นามสกุลเดิมหลังแต่งงานได้ นอกจากนี้แล้วยังสนับสนุนให้คงการสืบสันตติวงศ์ญี่ปุ่นไว้สำหรับราชวงศ์ฝ่ายชายเท่านั้น แม้ว่าราชบัลลังก์ญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหาภาวะขาดแคลนรัชทายาทอยู่ก็ตาม

รูปภาพจาก – Reuters

นโยบาการต่างประเทศของซานาเอะนั้นมีท่าทีแข็งกร้าวต่อจีน และเกาหลีเหนือ เธอมีท่าทีสนับสนุนให้ญี่ปุ่นเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันประเทศ และขยายสิทธิ์ในการป้องกันเชิงรุกนอกจากนี้เธอยังคงมีท่าทีที่จะกระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นตามกรอบพันธมิตรความมั่นคงญีปุ่น – สหรัฐ เพื่อรับมือภัยคุกคามอินโด – แปซิฟิก และเธอยังเคยไปเยือนศาลเจ้ายาสุกุนิพร้อมกับสมาชิกรัฐสภาจำนวนหนึ่งในปี 2557 ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการทูตกัยจีนและเกาหลีใต้สืบเนื่องมาจากการยึดครองของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

การขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของซานาเอะนั้น เกิดขึ้นภายใต้แรงกดดันมหาศาล ทั้งจากแรงกดดันภายในพรรค LDP เองซึ่งมีความขัดแย้งภายในตั้งแต่หลังจากอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ประกาศลาออก ในปี 2563 ซึ่งเธอได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคด้วยคะแนนเสียงเพียงเกือบครึ่ง ทำให้ภารกิจเร่งด่วนของเธอคือการผสานรอยร้าวภายในอย่างเร่งด่วน และอีกเรื่องสภาวะการเป็นรับาลเสียงข้างน้อยของพรรค ทำให้ซานาเอะจำเป็นต้องผสานความร่วมมือจากพรรคการเมืองสายขวาจัดอย่างพรรค JIP เพื่อให้มีเสียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้

“ฉันจะทำงานอย่างไม่เกรงกลัวและไม่หวั่นไหวต่อความเปลี่ยนแปลง เพื่อประเทศและประชาชนของเรา…ฉันมุ่งมั่นที่จะสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เพื่อประเทศชาติและประชาชน เพื่อสร้างญี่ปุ่นให้เป็นประเทศที่เข้มแข็ง และฉันจะไม่มีวันยอมแพ้” ซานาเอะกล่าวในคำแถลงการต่อสื่อในวันแรกของการรับตำแหน่ง

ข่าวที่น่าสนใจ

“ธรรมนัส” โต้เดือด! ยันไม่ยุ่งธุรกิจสีเทา มีเงินก่อนเล่นการเมือง ลั่นพร้อมตรวจสอบ เมิน “โรม” จี้ปลดพ้นเก้าอี้ ชี้เป็นอำนาจนายกฯ
กัมพูชางอแง ฟ้องเลขาธิการรัฐสภาโลก อ้างสื่อไทยเสนอข่าวแง่ร้าย สร้างภาพลบให้เขมร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...