โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"PCE" เร่งเปิดโรงสกัดเฟส 2 ปั๊มกำลังผลิตเท่าตัว รวม 3,600 ตัน ลุยเฟส 3 กลางปี 69

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 07.34 น.
“PCE” เร่งเปิดโรงสกัดเฟส 2 ปั๊มกำลังผลิตเท่าตัว รวม 3,600 ตัน ลุยเฟส 3 กลางปี 69

นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ [PCE] เปิดเผยว่า โรงสกัดน้ำมันปาล์มเฟส 2 มูลค่าลงทุน 180 ล้านบาท มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก คาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถเริ่มดำเนินงานได้ภายในเดือนกันยายน 2568 นี้

โดยโรงงานใหม่มีกำลังการผลิตประมาณ 1,800 ตันต่อวัน เมื่อรวมกับกำลังการผลิตโรงงานเดิมอยู่ที่ 1,800 ตันต่อวัน จะทำให้กำลังการผลิตเพิ่มเป็น 3,600 ตันต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัว

ส่วนแผนขยายเฟส 3 เพิ่มเติมในกลางปี 2569 จะเพิ่มกำลังการผลิตอีกประมาณ 1,440 ตันต่อวัน เมื่อครบ 3 เฟสแล้ว สามารถรองรับผลผลิตได้ประมาณ 5,040 ตันต่อวัน เพื่อรองรับผลผลิตปาล์มน้ำมันที่มีการเติบโตต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่งผลดีต่อ Economy of Scale หรือการเพิ่มความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในครึ่งหลังของปี 68 มีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากผลผลิตปาล์มที่ยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่เอื้ออำนวย โอกาสในการขยายตลาดส่งออก รวมทั้งการขยายกำลังการผลิตโรงสกัดน้ำมันปาล์มที่จะดำเนินการได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/68 เป็นต้นไป ส่งผลให้การบริหารจัดการต้นทุนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังคงรักษาสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ด้วยโครงสร้างที่เอื้อต่อการเติบโต โดยอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มฟื้นตัวในระยะถัดไป

PCE ใช้ความแข็งแกร่งจากโครงสร้างธุรกิจครบวงจรขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานน้ำมันปาล์มโลกเติบโต พร้อมกับภาวะตลาดที่เอื้ออำนวยในไตรมาส 2/68 ประกอบกับผลผลิตภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ อันเป็นผลมาจากสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากคู่ค้า ซึ่งสนับสนุนให้รายได้รวมของกลุ่มบริษัทเติบโตอย่างโดดเด่น โดยกลุ่มบริษัทฯ มีรายได้หลักรวม 11,173.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.7% จากงวดเดียวกันปีก่อน และ 105.5% จากไตรมาส 1/68 ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากปริมาณการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ที่ลงกว่าระดับเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ โดยตลาดต่างประเทศมีความต้องการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายหลังจากภาวะการหดตัวของอุปทานปาล์มในตลาดโลก

นอกจากนี้ ราคาขายของไทยในปัจจุบันมีความสามารถในการแข่งขันสูง อีกทั้งประเทศไทยยังได้รับการจัดอยู่ในกลุ่ม “ประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ” ตามเกณฑ์ของระเบียบ EUDR ของสหภาพยุโรป จึงช่วยส่งผลให้ในไตรมาส 2/68 กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่จำนวน 133.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.4% จากงวดเดียวกันปีก่อน และ 381.1% จากไตรมาส 1/68 และมีอัตรากำไรสุทธิที่ 1.2%

ทั้งนี้ บริษัทฯยังคงมองหาโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ ผ่านการขยายการร่วมลงทุนกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มแหล่งที่มาของรายได้ และกระจายความเสี่ยงธุรกิจ สนับสนุนแนวโน้มผลการดำเนินงานในอนาคตเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...