โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

CPALL ลุ้นกำไร Q2 โตเฉียด 7 พันลบ. สาขาใหม่หนุน

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 08 ส.ค. 2568 เวลา 18.59 น. • เผยแพร่ 12 ส.ค. 2568 เวลา 12.00 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น-CPALL นักวิเคราะห์ฯ คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 2/2568 ที่ระดับ 6,700-6,800 ล้านบาท เติบโต YoY แต่ลดลง QoQ ตามยอดขาย SSSG ของร้านสะดวกซื้อ 7- Eleven ที่คาดอ่อนตัวลงเล็กน้อย แต่มีการขยายสาขาใหม่ทั้งร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven, Makro Wholesales และ Lotus’s ช่วยหนุน พร้อมมองกำไรครึ่งปีหลังเติบโต YoY ต่อเนื่อง ตามการเพิ่มขึ้นของยอดขายสินค้า Ready-to-eat, Ready-to-drinks และ Synergy benefits ของ CPAXT

บริษัท หลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน)

คาดบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2568 ที่ 6.7 พันล้านบาท เติบโต 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่อ่อนตัวลง -11% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) หนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น 20 bps YoY แม้คาดว่าการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของ 7-11 จะชะลอตัวเล็กน้อย YoY ที่ 0.5% และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายการขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้น 10 bps YoY

คาดการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven) ที่ -0.5% ในไตรมาส 2/2568 เทียบกับ +3.0% ในไตรมาส 1/2568 และ +3.8% ในไตรมาส 2/2567 ผลจากยอดขายต่อบิลเพิ่มขึ้น 2% YoY ที่ระดับ 87 บาทต่อบิล ในไตรมาส 2/2568 จาก 85 บาทต่อบิล ในไตรมาส 2/2567 ตามสัดส่วนยอดขายออนไลน์ที่เติบโตเป็น 11% ของยอดขายรวม แม้ว่าจำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวันลดลงเป็น 987 คน (-2%YoY) ในไตรมาสนี้ จาก 1,007 คนในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ชะลอตัว

คาดเปิดสาขาใหม่ 175 แห่งระหว่างไตรมาส (+5%YoY) ทำให้มีจำนวนสาขารวม ณ สิ้นไตรมาส 2/2568 ที่ 15,605 สาขา

คาดรายได้จากธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (CVS) มาจากกลุ่มอาหาร คิดเป็นสัดส่วน 76.5% ในไตรมาสนี้ เพิ่มจาก 76.3% ในไตรมาส 2/2567 และ 76.1% ในไตรมาส 1/2568 ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และการเพิ่มสินค้าในหมวดอาหารพร้อมทาน

คาดอัตรากำไรขั้นต้นจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อเพิ่มขึ้นเป็น 27.8% จาก 27.7% ในไตรมาส 2/2567 หนุนจาก 1. อัตรากำไรกลุ่มสินค้าอาหารที่แข็งแกร่งเป็น 27.4% ในไตรมาส 2/2568 จาก 27.3% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ผลจากสัดส่วนรายได้จากกลุ่มสินค้าอาหารพร้อมทานที่เพิ่มขึ้น และ 2.อัตรากำไรกลุ่มสินค้าอื่นนอกจากอาหาร ขยายตัวเป็น 29.3% ในไตรมาส 2/2568 จาก 28.8% ในไตรมาส 2/2567 จากสัดส่วนรายได้ผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคลที่สูงขึ้น บวกกับการขยายตัวอัตรากำไรขั้นต้นของ CPAXT ทำให้คาดอัตรากำไรขั้นต้นรวมจะขยายตัว 20 bps YoY ในไตรมาส 2/2568

คาดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายการขายและบริหารต่อยอดขาย สำหรับส่วนธุรกิจร้านสะดวกซื้อเพิ่มขึ้นเป็น 29.0% ในไตรมาส 2/268 จาก 28.9% ในไตรมาส 2/2567 ตามค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นตามการเปิดสาขา และค่าใช้จ่ายการตลาดที่เพิ่มขึ้น ทำให้คาด Consolidated SG&A-to-sales ratio ของ CPALL เพิ่มขึ้น YoY ที่ 20.4% จาก 20.3% ในไตรมาส 2/2567

คาดว่าแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังนี้ จะเติบโต YoY ต่อเนื่องตามการเพิ่มขึ้นของยอดขายสินค้า Ready-to-eat และ Ready-to-drinks และ Synergy benefits ของบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT แม้ว่านักท่องเที่ยวต่างประเทศมีแนวโน้มลดลง

คงคำแนะนำ "ซื้อ" แนวโน้ม SSSG สดใสต่อเนื่อง มูลค่าพื้นฐานที่ 78.00 บาท คาดว่า CPALL จะรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2568 ในวันที่ 13 สิงหาคมนี้

บริษัท หลักทรัพย์ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาด CPALL จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2568 ที่ 6,714 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% YoY แต่ลดลง 11.5% QoQ โดยกำไรสุทธิที่เติบโตจะได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของ มาร์จิ้น และกลุ่มธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกำไรจาก CP Axtra (CPAXT) ซึ่งเป็นบริษัทลูกเข้ามาช่วยหนุน

การเติบโตของรายได้มาจากการเปิดสาขาใหม่ คาดว่ารายได้รวมในไตรมาส 2 นี้จะเติบโต 2.5% YoY โดยได้แรงหนุนจากยอดขายสาขาใหม่ของร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven, Makro Wholesales และ Lotus’s

อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นต่อเนื่อง คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2568 จะอยู่ที่ 22.6% ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 22.4% ในไตรมาส 2/2567 โดยได้แรงหนุนจาก

  • สินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น อาหารพร้อมรับประทานในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ที่เพิ่มขึ้น
  • อัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นของ CPAXT หนุนจาก synergistic value ระหว่าง Makro และ Lotus

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกเหล่านี้จะถูกหักลบบางส่วนจาก อัตรากำไรขั้นต้นของ Lotus ที่ลดลงเล็กน้อย เนื่องจากยอดขายที่อ่อนลงในกลุ่มสินค้าเครื่องแต่งกายและเครื่องใช้ครัวเรือน

กำไรในช่วงครึ่งปีหลังนี้ คาดจะยังคงเติบโต แม้ว่ายอดขายสาขาเดิมอาจไม่น่าตื่นเต้น และการเติบโตของกำไรอาจชะลอลง แต่มองว่า กำไรสุทธิของ CPALL จะยังคงทรงตัวได้ โดยได้รับแรงหนุนจาก Product mix ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม อาหารพร้อมรับประทาน

มองว่า สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น จะเป็นแรงหนุนหลักของร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven, Makro Wholesales และ Lotus’s ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ เชื่อว่า หุ้นที่เน้นการบริโภคภายในประเทศ อย่าง CPALL ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายที่ 63.00 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด

คาดกำไรปกติไตรมาส 2/2568 ที่ 6.8 พันล้านบาท (-10% QoQ,+10%YoY) ลดลง QoQ ตามปัจจัยด้านฤดูกาลแต่เติบโต 10% YoY จากการเติบโตของยอดขายทั้ง 3 ธุรกิจหลักๆ มาจากการขยายสาขา คาดรายได้รวมที่ 2.5 แสนล้านบาท (-0%QoQ,+2% YoY) พิจารณาเฉพาะธุรกิจ CVS คาดรายได้ที่ 1.2 แสนล้านบาท (+3%QoQ, +4.5% YoY) เติบโต YoY จากจำนวนสาขาใหม่ราว 750 แห่ง คาดยอดขายต่อใบเสร็จทรงตัวระดับสูงใกล้เคียงไตรมาส 1/2568 ที่ 85บาท ด้านต้นทุนคาด GPM เฉลี่ยที่ 22.4% (GPM ธุรกิจ CVS คาดที่ 29.3% ลดลงเล็กน้อย 10bps QoQ แต่เพิ่มขึ้น 30bps YoY จาก Product mix สินค้าที่ทำกำไรสูงเพิ่มขึ้น เช่น กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มพร้อมทาน

ขณะที่ GPM ของ CPAXT คาดเพิ่มขึ้น จากสัดส่วนการขายอาหารสดและสินค้า Private Label เพิ่มขึ้น คาดSG&A/sales รวมที่ 21% เพิ่มขึ้นจาก 20% ในไตรมาสแรก จากค่าใช้จ่ายขยายสาขาการใช้ไฟที่มากขึ้นตามสภาพอากาศ และการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ดอกเบี้ยจ่าย คาดที่ 3.8 พันล้านบาท (-0%QoQ,-3% YoY)

แนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 3/2568 คาดลดลง QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล ซึ่งโดยปกติจะเป็นไตรมาสที่อ่อนแอที่สุดเพราะฤดูฝน อย่างไรก็ตาม ประเมินว่า SSSG ในไตรมาส 3 นี้ อาจกลับมาเติบโต YoY ทำได้ดีกว่าในไตรมาส 2/2568 -0.5% YoY เพราะมีผลกระทบหลักมาจากสภาพอากาศประกอบกับ CPALL มีโอกาสได้แรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่คาดฟื้นตัวในช่วง3Q25จากการนโยบายของภาครัฐฯที่กระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศและผลจากการฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวจีนอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งในช่วงปลายไตรมาส 2/2568 บริษัทจำหน่ายหุ้นกู้ชุดใหม่มูลค่ารวม 1.5 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เพื่อ Rollover ชุดเก่าด้วยต้นทุนทางการเงินที่ 2.8-3.0% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปัจจุบันที่ 4.0% และการปรัดลดอกเบี้ยของกนง. ในรอบเดือนพฤษภาคม 2568 คาดจะเป็นบวกกับภาระดอกเบี้ยจ่ายที่จะลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง

ประมาณการปี 2568-2569 ปัจจุบันของ CPALL คาดกำไรปกติที่ 2.7 หมื่นล้านบาท (+6% YoY) และ 2.9 หมื่นล้านบาท (+7%YoY) ตามลำดับ

คงแนะนำ “ซื้อ” อิงราคาเหมาะสมใหม่ที่ 62.00 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...