ตายายร้อง อพยพเหมือนกันแต่ไม่ได้เงินเยียวยา
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 08 ต.ค. 2568 เวลา 03.06 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2568 เวลา 03.06 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(8 ต.ค. 68) นายประสาน อายุ 71 ปี และนางจันที อายุ 65 ปี สองสามีภรรยา ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ แต่พาลูกหลานไปเช่าบ้านหลังหนึ่งใน ตำบลบึงเจริญ อ.บ้านกรวด เป็นที่พักอาศัยเพื่อประกอบอาชีพรับจ้างอยู่ใน อ.บ้านกรวด มานานกว่า 4 ปี ได้ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความช่วยเหลือ
เนื่องจากช่วงที่ทหารไทยกับทหารกัมพูชา มีการสู้รบกันบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อช่วงวันที่ 24 – 28 ก.ค.68 ที่ผ่านมา ก็ได้รับผลกระทบต้องพาลูกหลานอพยพหนีกระสุนปืนใหญ่จากการปะทะ ไปอาศัยอยู่กับลูกที่ต่างจังหวัดนานร่วมเดือน แต่ไม่สามารถไปลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยา กรณีผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ ตามที่ ครม.มีมติอนุมัติโอนเงินเยียวยาครอบครัวละ 5,000 บาทได้
เนื่องจากเจ้าของบ้านหรือผู้ที่ให้เช่าบ้าน ได้ไปลงทะเบียนรับเงินเยียวยาแล้ว หากไปลงอีกก็จะเป็นการลงทะเบียนซ้ำซ้อน แต่ก็อยากได้รับการเยียวยาช่วยเหลือเหมือนกัน เพราะครอบครัวก็ได้รับผลกระทบและเดือดร้อนไม่ต่างจากครอบครัวอื่น
นางจันที และนายประสาน สองตา ยาย บอกว่า จากกรณีดังกล่าวก็อยากให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาสำรวจ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าครอบครัวมีการอพยพจริงหรือไม่ และอยากให้พิจารณารับลงทะเบียนเพิ่มเพื่อรับเงินเยียวยาช่วยเหลือเหมือนกับครอบครัวอื่นเช่นกัน เพราะปัจจุบันตายาย ก็อายุมากแล้วไม่ได้ทำงาน มีหน้าที่เลี้ยงหลาน ให้ลูกหลานไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงดู
ทั้งนี้ทีมข่าวได้สอบถามไปยังทางอำเภอ ก็ชี้แจงว่า ตามหลักเกณฑ์ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของบ้าน หรือผู้ที่เช่าบ้านหรือเช่าห้องพักอาศัย ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ หากอพยพจริงก็สามารถลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาได้ เพราะหลังจากลงทะเบียนก็จะมีการทำประชาคมเพื่อรับรองว่าข้อมูลที่ลงเป็นข้อมูลจริงหรือไม่ ก่อนจะส่งรายชื่อไปยังส่วนกลาง แต่กรณีนี้ก็ต้องมีการตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร