โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

5 กูรู AMC ผนึกกำลังปลุกชีพเศรษฐกิจไทย ด้วยยุทธศาสตร์ “เปลี่ยนหนี้เสียเป็นหนี้ดี”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 ต.ค. 2568 เวลา 17.49 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2568 เวลา 07.25 น.

5 ขุนพล AMC ประกาศใช้กลยุทธ์ "ให้คำปรึกษา-ให้เวลา-ให้โอกาส" พร้อมสร้าง "รหัสหนี้ใหม่ 054" ชุบชีวิตลูกหนี้กว่าแสนราย มุ่งเปลี่ยน NPL เป็นสินทรัพย์คุณภาพ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

วันที่ 28 ตุลาคม 2568 ในเวทีสัมมนา "BAM SYMPOSIUM ครั้งที่ 1: NEW ERA OF AMC: พลิกฟื้นสินทรัพย์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย" จัดโดย บมจ.บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ณ ห้องนภาลัย แกรนด์ บอลลรูม โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ 5 กูรูจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ได้รวมพลังฉายภาพและนำเสนอแนวทางการกอบกู้วิกฤตหนี้ท่วมระบบ ในหัวข้อ “ผนึกกำลังขุนพล AMC กู้วิกฤติหนี้ท่วมระบบ” โดยเน้นยุทธศาสตร์การเปลี่ยน "หนี้เสีย" ให้เป็น "หนี้ดี" เพื่อนำพาผู้คนและเศรษฐกิจไทยกลับมายืนหยัดได้อย่างยั่งยืน

สร้างรหัสหนี้ใหม่ "054" และการผนึกกำลัง AMC เป็นแก้มลิงแห่งชาติ

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (BAM) ได้ฉายภาพใหญ่ของปัญหาหนี้เสีย (NPL) ที่ไหลเข้าสู่ระบบ AMC ว่ามีจำนวนสูงถึง 1 ล้านล้านบาท โดยเป็นส่วนที่ BAM ดูแลอยู่ถึง 4 แสนล้านบาท ด้วยทรัพย์สินกว่าสามหมื่นชิ้น ซึ่งเป็นสมการตั้งต้นที่ต้องเร่งแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิด "ตึกร้างทิ้งไว้ไม่มีประโยชน์"

หัวใจสำคัญที่ BAM มุ่งเน้นคือการสร้าง "รหัสหนี้ใหม่ 054" หรือ "รหัสคนเคยล้มแล้วกลับมายืนได้" ซึ่งเป็นการเปลี่ยน NPL ให้กลับมามีศักยภาพจนสถาบันการเงินสามารถกลับมาปล่อยสินเชื่อให้ได้อีกครั้ง ถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน และเป็นวิธีการที่ประเทศอย่างเกาหลีใต้และสิงคโปร์ใช้สำเร็จมาแล้ว

โดยย้ำถึงการทำงานร่วมกันของ AMC ทั้ง 90 แห่งทั่วประเทศ โดยมี BAM เป็นผู้นำในการสร้างพันธมิตรมากกว่าการแข่งขันกันเอง เพื่อร่วมกันสร้าง "TDR Factory หรือแก้มลิงแห่งชาติ" ในการดูแลหนี้ต่าง ๆ ผ่านระบบสายพาน (Conveyor Belt System) และโมเดลช่วยเหลือ เช่น โมเดล 6+6 ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้านำสินทรัพย์ไปบริหารก่อน 6 เดือน

ดร.รักษ์ ทิ้งท้ายอย่างหนักแน่นว่า จากข้อมูลที่ผู้ประกอบการในระบบธุรกิจ SME มีเพียง 20% ที่ไปต่อได้ ส่วนที่เหลือต้องมาอยู่กับ AMC ดังนั้นทางรอดของประเทศคือการยอมรับความจริงและสร้างรหัส 054 ให้ได้รับการยอมรับ เพื่อให้ผู้คนกลับมายืนได้ใหม่ โดยปัจจุบัน BAM สามารถช่วยลูกหนี้สำเร็จแล้วกว่า 163,245 ราย คิดเป็นยอดเงินกว่า 5 แสนล้านบาท

"ให้คำปรึกษา ให้เวลา ให้โอกาส" ผ่านกลยุทธ์ 3 ด้านหลัก

นายกฤษณพงศ์ กิจสนาพิทักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานบริหารหนี้ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) เน้นย้ำบทบาทของ SAM ในการเป็นผู้ดูแลซับหนี้เสียเข้าสู่ระบบเพื่อ "ฟื้นฟู" ลูกค้าให้กลับคืนสู่ระบบปกติให้ได้มากที่สุด และหากฟื้นฟูไม่ได้จึงจะนำทรัพย์ไปขายทอดตลาด เพื่อให้เกิดการลงทุนและคืนทรัพย์สู่สังคม

กลยุทธ์สำคัญตลอด 25 ปีที่ผ่านมาของ SAM คือการ "ให้คำปรึกษา ให้เวลา ให้โอกาส" ซึ่งสะท้อนผ่านผลงานในการส่งเงินคืนกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ แล้วกว่า 260,000 ล้านบาท และการทำงาน 3 ด้านหลักได้แก่

  • ปรับโครงสร้างหนี้ NPL: เน้นการเจรจาในลักษณะ "เพื่อนมากกว่าเจ้าหนี้" เพื่อให้ลูกค้าสบายใจ โดยมีการปรับโครงสร้างหนี้ไปแล้ว 6 หมื่นราย มูลค่า 355,000 ล้านบาท
  • คืนโครงการ NPA สู่ระบบ: ช่วยโครงการผ่อนชำระทรัพย์ NPA คืนสู่ระบบไปแล้วกว่า 12,500 รายการทรัพย์
  • แก้ไขหนี้ภาคประชาชน: เปิด "คลินิกแก้หนี้" ช่วยเหลือผู้มีหนี้เสียบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ในอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 3-5% ผ่อนยาวสูงสุด 10 ปี โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 106,000 ราย มูลค่ารวม 22,500 ล้านบาท

สไลด์ประกอบการบรรยาย

บทบาท "เครื่องไฮบริด" และการปฏิบัติต่อลูกหนี้ในฐานะ "ลูกค้า"

นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) (JMT) เปรียบ JMT ว่าเป็นเสมือน "เครื่องไฮบริด" ในวงจรแก้มลิง เนื่องจากสามารถบริหารจัดการหนี้เสียได้ทั้งแบบมีหลักประกัน (Secured) และไม่มีหลักประกัน (Unsecured) และเป็นองค์กรที่ช่วยให้สังคมกลับมาได้อย่างยั่งยืน โดยมีพอร์ตบริหารหนี้กว่า 5 แสนล้านบาท

นโยบายสำคัญที่สุดในการทำงานของ JMT คือการไม่มี "ลูกหนี้" แต่มีเพียง "ลูกค้า" เพราะการเรียกเช่นนี้จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้รับบริการและการช่วยเหลือมากกว่าการถูกทวงหนี้

บริษัทเน้นการออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย (Customized) ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ด้วยความยืดหยุ่นและความเหมาะสม เช่น การช่วยเหลือลูกค้าบางรายที่ไม่สามารถชำระได้ทุกเดือน สำหรับหนี้ที่มีหลักประกัน บริษัทต้องเข้าใจลูกค้า เพื่อให้เขาสามารถผ่อนต่อได้ และรู้ว่าลูกค้าไหวแค่ไหนแล้วนำมาปรับใช้ ซึ่งความยืดหยุ่นถือเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยลูกค้าให้พ้นวิกฤต

สไลด์ประกอบการบรรยาย

มุ่งจัดการหนี้ครัวเรือนต่ำกว่าแสนบาท และข้อเสนอ "เม็ดเงินกลาง" แก่รัฐบาล

นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า CHAYO บริหารจัดการหนี้เสียทั้งมีประกันและไม่มีประกัน โดยเน้นแนวทางส่งเสริมให้ลูกหนี้ทยอยชำระหนี้ในจำนวนที่เหมาะสมและปฏิบัติได้จริง

โดยชี้ให้เห็นถึงขนาดของปัญหาหนี้ครัวเรือนที่มีมูลค่าต่ำกว่า 100,000 บาท ซึ่งรวมกันกว่า 1 ล้านล้านบาท ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบราว 37-38 ล้านบัญชี ซึ่งถือเป็นกลุ่มใหญ่ของประเทศที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญในการจัดการก่อน เพื่อให้เศรษฐกิจโดยรวมฟื้นตัวอย่างมีเสถียรภาพ

ข้อเสนอสำคัญจาก CHAYO คือการให้รัฐบาลจัดตั้ง "เม็ดเงินกลาง" เพื่อใช้เป็นงบประมาณสำหรับบริหารจัดการหนี้เสีย โดยมี AMC ภาคเอกชนเข้ามาช่วยดำเนินการ

CHAYO มอง "ลูกหนี้คือลูกค้า" เน้นการปรับโครงสร้างหนี้แบบรายบุคคล และย้ำว่าการแก้ปัญหาต้องเริ่มตั้งแต่ "ต้นทาง" คือต้องไม่มีการสร้างหนี้ใหม่ที่ไม่เหมาะสม และหาก AMC สามารถฟื้นฟูลูกหนี้ให้กลับมามีศักยภาพได้แล้ว รัฐบาลควรมีช่องทางให้ลูกหนี้เข้าถึงสินเชื่อใหม่ที่มีคุณภาพ เพื่อไม่ให้กระบวนการฟื้นตัวสะดุด

"Win-Win Solution" และการเป็น "สะพานเชื่อม" ให้ลูกหนี้กลับเข้าสู่ระบบ

นายทวี กุลเลิศประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไนท์ คลับ แคปปิตอล โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (KCC) เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ยาวนานตั้งแต่ช่วงวิกฤตปี 2540 เน้นย้ำว่าหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการหนี้ที่ยั่งยืนคือแนวทาง "Win–Win Solution" ที่ทุกฝ่ายต้องได้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งสถาบันการเงิน ลูกหนี้ และ AMC เพราะหากระบบการเงินหมุนต่อได้อย่างสมดุล เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น

KCC บริหารหนี้ทั้งภาคธุรกิจขนาดใหญ่และหนี้ที่อยู่อาศัย โดยเน้นแนวทางบริหารแบบเข้าใจลูกหนี้รายบุคคล สำหรับหนี้ที่อยู่อาศัย จะใช้แนวทางเจรจาปรับลดการผ่อนในช่วงแรก ให้ลูกหนี้ผ่อนตามที่ไหวในช่วง 3 ปีแรก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ส่วนใหญ่ใช้ในการฟื้นฟูเครดิตบูโรให้กลับมาเป็นปกติ และกลับเข้าสู่ระบบสถาบันการเงินได้อีกครั้ง

ส่วนที่อยากฝากถึงภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลคือ การช่วยสร้างช่องทางหรือมาตรการให้ลูกหนี้ที่ผ่านกระบวนการฟื้นตัวครบ 3 ปีแล้ว ได้ "กลับเข้าสู่ระบบสินเชื่อ" อีกครั้ง เพราะปัจจุบันหลายสถาบันการเงินยังติดภาพ NPL เดิมอยู่ ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

นอกจากนี้ สำหรับหนี้ภาคธุรกิจ KCC ไม่ได้เป็นเพียงการติดตามหนี้ แต่เป็น "ที่ปรึกษาทางการเงิน" และ "สะพานเชื่อม" ที่สามารถวิเคราะห์ปัญหาและสามารถปล่อยเงินกู้เพิ่มเติมให้แก่ธุรกิจที่ขาดสภาพคล่องหรือติดขัดในบางส่วน เพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อได้ ยืนยันว่าการบริหารหนี้ที่ยั่งยืนต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...