โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อนุทิน” ย้ำ ไม่มีอะไรที่ปิดบัง หวังเขมรร่วมมือเป็นรูปธรรม

INN News

อัพเดต 28 ต.ค. 2568 เวลา 14.42 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2568 เวลา 07.42 น. • INN News

"นายกฯ อนุทิน"ทวิภาคี "ฮุน มาเนต" ลั่นหวังเห็นรูปธรรม ย้ำไม่มีอะไรที่ปิดบัง อยากให้ทุกคนได้รับทราบข้อมูลที่เป็นความจริง "กลาโหม" ตั้งอนุฯ มี ผบ.สส. เป็นประธาน ติดตามการดำเนินการตามข้อตกลง 4 ข้อ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายการหารือทวิภาคีกับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ว่า กัมพูชาและไทย ได้หารือกัน เพื่อเร่งให้การดำเนินการตามปฏิญญา ที่ได้ลงนาม 4 ข้อ เดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว โดยได้เริ่มถอนอาวุธหนักตั้งแต่วันแรกที่มีการลงนาม

นายกรัฐมนตรี ยังย้ำกับ ฮุน มาเนต ว่า อย่าให้เป็นเพียงสัญลักษณ์ต้องเร่งดำเนินการถอนอาวุธอย่างเป็นรูปธรรม และจริงจังด้วยความรวดเร็ว เพื่อให้ไทยจะได้ส่งคืนตัวทหารกัมพูชา 18 นาย ที่อยู่ในการควบคุมคืนกลับให้กัมพูชา

ส่วนประเด็นการเก็บกู้วัตถุระเบิด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ขอฝ่ายกัมพูชา ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการเก็บกู้วัตถุระเบิด เพื่อจะได้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ซึ่งส่วนใหญ่ไทยจะเป็นผู้เก็บกู้เพราะอยู่ในเขตของไทย โดยมีผู้ร่วมสังเกตการณ์เป็นผู้แทนประเทศของกลุ่มอาเซียนรวมอยู่ด้วย

ในส่วนการปราบปราม scammer นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตำรวจไทยและตำรวจกัมพูชา มีการประชุมร่วมกัน เพื่อหาวิธีการปราบปรามป้องกัน รวมทั้งจะร่วมมือกันในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกอย่าง ไม่เพียงแค่ scammer แต่ยังรวมไปถึงการหลอกลวงออนไลน์? และการหลอกลวงคนไปกักกันหรือทำร้ายด้วย

นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยจะตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา เพื่อติดตามการดำเนินการตามข้อตกลง 4 ข้อ โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นประธาน

ซึ่งเมื่อเช้านี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้โทรรายงานแล้ว ว่า ทุกอย่างได้ดำเนินการไปตามขั้นตอนและเวลาที่ควรจะเป็นด้วยความเรียบร้อย จากการพูดคุยกัน ทั้ง 2 ฝ่าย ได้ทำความเข้าใจว่าตรงไหนที่ยังเป็นข้อสงสัยขอให้กลับไป แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการโดยเร็วที่สุด

นายกรัฐมนตรี ชี้แจงการสัมภาษณ์ ที่พูดตกหล่น เรื่อง ไทยรุกล้ำกัมพูชา ว่าตก คำว่าพื้นที่อ้างสิทธิ์ ซึ่งเป็นคำอย่างเป็นทางการ ในพื้นที่ตรงนั้น มีคนไทย และมีคนกัมพูชา อาศัยอยู่ ดังนั้น การดำเนินการในเรื่องนี้ ต้องมีหลักความยุติธรรม รวมทั้งยังไม่มีการพูดถึงการเปิดด่านจนกว่าการดำเนินการทั้งหมด จะสิ้นสุดลง หาก 4 ข้อนั้นได้รับการปฏิบัติ และดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย ก็จะมาพูดคุยเรื่องความสัมพันธ์ต่อไป

“ต้องขอความกรุณาว่า การทำงานต้องมีหลาย ๆ เรื่อง และเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกัน ผู้สื่อข่าวถามอะไรที่ผมตอบได้ก็ตอบ ไม่มีอะไรที่ปิดบัง และอยากให้ทุกคนได้รับทราบข้อมูลที่เป็นความจริงจะได้ไม่มีใครมาคาดเดา และพูดออกมาโดยใช้โซเซียลมีเดีย พยายามเปิดเผยกับประชาชนให้ได้มากที่สุด” นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้าย

โอกาสนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังได้ชี้แจงเพิ่มเติมถึง การนำเสนอบทสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรี วานนี้ ที่ว่าไทยรุกล้ำกัมพูชา กัมพูชาลุกล้ำไทยนั้น ทำให้เกิดความเข้าใจที่คาดเคลื่อน เนื่องจากอาจมีการนำเสนอ ไม่ครบถ้วนทั้งบริบท ของการให้สัมภาษณ์ หรืออาจจะมีบางคำที่ทำให้ประชาชนมีความรู้สึกไม่สบายใจ ต้องขอขยายความ

โดยคำนึง ถึงบริบทสถานการณ์ที่แท้จริงว่า นายกรัฐมนตรี ต้องการให้มีการบริหารสถานการณ์ชายแดน เพี่อให้เกิดความชัดเจน อย่างแท้จริงๆ โดยยึดหลักอธิปไตยไทย ศักดิ์ศรี และความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ และชีวิตประชาชนในพื้นที่ บนหลักของความเป็นธรรม

และในวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความหมายเพิ่มเติมว่า พื้นที่ที่หมายถึง คือ พื้นที่ที่มีการอ้างสิทธิ์ ซึ่งกันและกัน จึงขอใช้โอกาสนี้ทำความเข้าใจกับประชาชน ผู้รักแผ่นดินไทย และยืนยันว่า รัฐบาลจะทำหน้าที่ อย่างเข้มแข็ง ในประเด็น ไทย-กัมพูชา

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...