'ฝันที่เป็นจริง' ของ James Cameron
บทความพิเศษ | จักรกฤษณ์ สิริริน
‘ฝันที่เป็นจริง’
ของ James Cameron
ได้มีโอกาสบรรยายให้กับนักศึกษาปริญญาโท หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
เกี่ยวกับบทบาทของ AI (Artificial Intelligence) ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Development : HRD) ว่า AI กำลังมาแทนที่งานด้าน HRD ในอีกไม่นานนี้
เพื่อให้เห็นภาพ AI ในอนาคตที่ชัดเจน ผมยกตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง The Terminator หรือ “ฅนเหล็ก 2029” ผลงานการกำกับฯ และเขียนบทของ James Cameron (ร่วมกับ Gale Anne Hurd โปรดิวเซอร์) ออกฉายในปี ค.ศ.1984
แน่นอนว่า นักศึกษาในห้องบรรยายยังไม่มีใครเกิด ผมจึงเล่า Plot ย่อๆ ให้ฟัง ว่า “ฅนเหล็ก 2029” เป็นเรื่องราวของหุ่นยนต์จากโลกอนาคต (ปี ค.ศ.2029) ที่เดินทางย้อนเวลามาในปี ค.ศ.1984
เพื่อกำจัดแกนนำม็อบในโลกอนาคต (ปี ค.ศ.2029) ตั้งแต่ต้นตอ คือสังหารแม่ (ปี ค.ศ.1984) ที่จะให้กำเนิดแกนนำม็อบที่เป็นผู้นำกองทัพมนุษย์ที่จะโค่นล้ม AI ในอนาคต (ปี ค.ศ.2029) ต่อไป
ขณะที่ฝ่าย AI ส่งหุ่นยนต์ย้อนเวลามาสังหารแกนนำม็อบ ฝั่งม็อบก็ส่งหุ่นยนต์อีกตัวย้อนเวลามาปกป้องแกนนำม็อบเช่นกัน แต่ด้วยทุนรอนที่จำกัดจำเขี่ย จึงส่งได้แต่หุ่นยนต์รุ่นเก่าย้อนเวลากลับมา
ขณะที่ฝ่าย AI ส่งหุ่นยนต์ที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้ากว่า การปกป้องมนุษย์ของหุ่นยนต์รุ่นเก่าจึงมีความยากลำบาก แต่ก็มีเสน่ห์เพราะหุ่นยนต์รุ่นเก่ามีความใกล้เคียงมนุษย์ มีความอ๊องอยู่ในตัว
แน่นอนว่า การต่อสู้ระหว่างหุ่นยนต์รุ่นเก่ากว่าย่อมเสียเปรียบหุ่นยนต์รุ่นใหม่กว่าที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้ากว่า แต่เสห่ห์ของหุ่นยนต์รุ่นเก่าก็คือ ใช้วิธีรบแบบบ้านๆ หรือสงครามกองโจร สู้กันแบบดิบๆ
ใช้ทักษะ และไหวพริบแบบมนุษย์ สู้กับเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ส่วนใหญ่แล้ว หุ่นยนต์รุ่นเก่ามักเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ เพราะระบบไม่เป๊ะ แถมยังเล่นนอกบท (นอกคำสั่ง) บ่อยๆ และมัวแต่ยิงมุขตลก
มาถึงบรรทัดนี้ ท่านผู้อ่านคงสังเกตว่าผมใช้คำว่าหุ่นยนต์ และใช้คำว่า AI ที่ถ้าย้อนกลับไปในปี ค.ศ.1984 คำว่า AI ยังไม่แพร่หลายเหมือนทุกวันนี้ แต่คำว่าหุ่นยนต์นั้นแพร่หลายมานานหลายสิบปีแล้ว
อย่างไรก็ตาม Plot ในหนังเรื่อง “ฅนเหล็ก 2029” ที่กำหนดให้หุ่นยนต์เคลื่อนไหวได้เหมือนมนุษย์ คือเดิน วิ่ง ขี่มอเตอร์ไซค์ ขับรถ รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ ไปจนกระทั่งใช้อาวุธสงครามเข้าห้ำหั่นกันยิ่งกว่าทหารนั้น
ต้องมี AI ฝังอยู่ในหุ่นยนต์จากโลกอนาคตทุกตัว ต่างจากหุ่นยนต์ในปี ค.ศ.1984 ในโลกแห่งความเป็นจริงขณะที่หนังออกฉาย ที่ไม่สามารถคิดเองได้เหมือน AI รอเพียงคำสั่ง (โปรแกรม) ให้ทำงาน
ดังนั้น จินตนาการอันบรรเจิดของ James Cameron ที่กำกับฯ และเขียนบท (ร่วมกับ Gale Anne Hurd โปรดิวเซอร์) ภาพยนตร์เรื่อง “ฅนเหล็ก 2029” หรือ The Terminator จึงเป็นอะไรที่ล้ำหน้ามาก
เพราะในปี ค.ศ.1984 หุ่นยนต์ในโลกแห่งความเป็นจริงไม่ใช่รูปแบบที่เราเห็นในหนังเรื่อง “ฅนเหล็ก 2029” อย่างแน่นอน เพราะโลกเพิ่งมีหุ่นยนต์ใช้ในโรงงานได้ไม่นาน (ในรูปแบบแขนกลโรงงาน)
และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ทั้ง IBM PC และ Apple’s Macintosh ก็เพิ่งมีใช้ในวงกว้าง ยังไม่ต้องพูดถึง Internet ที่อยู่ในช่วงเริ่มต้น
ยิ่งคำว่า AI จริงๆ ก็มีอยู่แค่ในนิยายวิทยาศาสตร์ และหนังสือการ์ตูน
James Cameron มองไปข้างหน้าเป็นเวลา 45 ปี ที่นับจากปี ค.ศ.1984 จนถึงปี ค.ศ.2029 เปลี่ยนหุ่นยนต์ที่ตั้งอยู่กับที่ในโรงงานให้เคลื่อนไหวได้เหมือนมนุษย์จริงๆ แถมยังมองเห็น-ฟัง-คิด-พูดได้จริง
แน่นอนว่า การเคลื่อนไหวได้เหมือนมนุษย์จริงๆ ไม่ว่าจะเป็น เดิน วิ่ง ขี่มอเตอร์ไซค์ ขับรถ รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ นั้นเป็นคุณสมบัติของหุ่นยนต์โบราณ แต่การมองเห็น-ฟัง-คิด-พูดได้จริงนั้น เป็นสมรรถนะของ AI ที่ใส่เข้ามา
ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า จินตนาการของ James Cameron และ Gale Anne Hurd ที่นำ AI ไปใส่ในหุ่นยนต์ จึงเป็นอะไรที่ล้ำหน้ามาก และใกล้เคียงความจริงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปัจจุบัน คือปี ค.ศ.2025
ที่หากนับจากปี ค.ศ.2025 (เดือนตุลาคม) จะเหลือเวลาอีกไม่ถึง 4 ปี คือแค่ 3 ปี กับอีก 9 เดือน ที่จะถึงปี ค.ศ.2029 ตามท้องเรื่อง The Terminator จากจินตนาการของ James Cameron และ Gale Anne Hurd
ซึ่งก่อนหน้านี้ หลายคนเคยปรามาส James Cameron ในทำนองไม่เชื่อว่า Plot เรื่อง “ฅนเหล็ก 2029” จะปรากฏเป็นจริงได้ในปี ค.ศ.2029 ตามบทภาพยนตร์ที่เขาและ Gale Anne Hurd ได้เขียนเอาไว้ในปี ค.ศ.1984
เพราะนับจากปี ค.ศ.1984 ที่ภาพยนตร์เรื่อง “ฅนเหล็ก 2029” ภาคหนึ่งออกฉาย ไม่ว่า “ฅนเหล็ก” จะมีภาคใหม่ที่สร้างตามออกมากี่ภาคก็ตาม สภาพของหุ่นยนต์ และ AI ในโลกความเป็นจริง ยังห่างไกลหนังอยู่มาก
ลองไล่ปีดูก็ได้ นับจาก The Terminator (1984) Terminator 2 : Judgment Day (1991) Terminator 3 : Rise of the Machines (2003) Terminator Salvation (2009) Terminator Genisys (2015) จนถึง Terminator : Dark Fate (2019)
ไม่ว่า “ฅนเหล็ก” จะออกมากี่ภาค หุ่นยนต์ และ AI ในโลกความเป็นจริงก็ยังไม่มีวี่แววจะเป็นไปตามแบบที่บทภาพยนตร์ และตัวหนังได้ถ่ายทอดไว้เลยแม้แต่น้อย แม้จะเป็นปี ค.ศ.2019 ที่เป็น “ฅนเหล็ก” ภาคล่าสุดก็ตาม
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเราพิจารณาที่ Terminator : Dark Fate หรือ “ฅนเหล็ก” ภาคล่าสุด ที่ออกมาในปี ค.ศ.2019 ซึ่งเป็นปีที่ COVID-19 เริ่มระบาดช่วงปลายปี คือหลังจาก Terminator : Dark Fate ออกฉายได้ไม่กี่วัน
ในปี ค.ศ.2019 เทคโนโลยีหุ่นยนต์ และ AI ยังไม่ใช่หุ่นยนต์ และ AI ที่เรารู้จักกันทุกวันนี้แต่อย่างใด เรียกได้ว่า ไม่ใกล้เคียงเลยด้วยซ้ำ เพราะในยุค COVID-19 ดูเหมือนเทคโนโลยีเดียวที่พัฒนาอย่างรวดเร็วคือการประชุมแบบ Online (Zoom, Microsoft Team, Google Meeting)
แต่หลังจาก COVID-19 จบสิ้นการระบาดในเดือนพฤษภาคมปี ค.ศ.2023 ก่อนหน้านั้นไม่นาน คือในเดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ.2022 โลกได้ให้การต้อนรับการปรากฏตัวของ ChatGPT ซึ่งเป็น AI ในรูปแบบที่จับต้องได้ และราคาย่อมเยา
หลังจากนั้น AI ในรูปแบบที่จับต้องได้ และและราคาย่อมเยา (บางยี่ห้อให้ใช้ฟรี) ก็ทยอยออกมาเต็มไปหมด ซึ่งจะเห็นได้ว่า ในช่วงระยะเวลาเพียง 3 ปี นับจากพฤศจิกายน ปี ค.ศ.2022 ที่ ChatGPT ปรากฏตัวจนถึงปัจจุบันคือเดือนตุลาคม ปี ค.ศ.2025
AI มีพัฒนาการที่รวดเร็วแบบก้าวกระโดดมาก ชนิดที่เรียกว่า ไม่ว่าจะไปที่ไหน ไม่ว่าจะวงการใด ใครๆ ก็พูดถึงแต่คำว่า AI ใครๆ ก็ใช้ AI ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT (OpenAI), Gemini (Google), Copilot (Microsoft), Meta AI (Meta/Facebook), DeepSeek, Grok (xAI), Claude (Anthropic), Perplexity (Perplexity)
ดังนั้น ในห้วงเวลาที่เหลืออยู่ (ในจินตนาการของ James Cameron และ Gale Anne Hurd) ก่อนที่จะถึงเวลาใน Plot เรื่อง “ฅนเหล็ก 2029” คือปี ค.ศ.2029 จริงๆ ก็เหลือเวลาเพียง 3 ปี กับอีก 9 เดือน
ทว่า เค้าลางของ “ฅนเหล็ก 2029” หรือหุ่นยนต์ที่มีระบบ AI ในตัว ทำท่าว่าจะเป็นความจริง ตามความฝันของ James Cameron และ Gale Anne Hurd แล้วจริงๆ
เพราะในเมื่อเทคโนโลยี AI มีพัฒนาการที่รวดเร็วแบบก้าวกระโดดมากถึงเพียงนี้ คือแค่ช่วงระยะเวลา 3 ปี นับจาก ChatGPT ปรากฏตัว
เมื่อเป็นเช่นนี้ จะให้ James Cameron ไม่ดีใจได้อย่างไรครับ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ฝันที่เป็นจริง’ ของ James Cameron
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly