โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เจพีมอร์แกนชี้ “ทองคำ” มีสิทธิ์แตะ 10,000 เหรียญ จีนเร่งตุนไม่หยุด สูงสุดในรอบ 15 ปี สัญญาณขาขึ้นยาว สะท้อนยุทธศาสตร์หนีดอลลาร์

Share2Trade

อัพเดต 17 ต.ค. 2568 เวลา 08.12 น. • เผยแพร่ 19 ต.ค. 2568 เวลา 07.00 น. • Share2Trade

Mr.Data

โลกกำลังอยู่ใน “ยุคเปลี่ยนสมดุลการเงิน” เมื่อจีนเร่งสะสมทองคำมหาศาลในรอบกว่า 15 ปี ธนาคารกลางทั่วโลกถือทองมากกว่าพันธบัตรสหรัฐเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2539 ขณะที่นักวิเคราะห์ยักษ์ใหญ่อย่าง “แบงก์ออฟอเมริกา” และ “เจพีมอร์แกน” ต่างชี้ว่า ราคาทองคำอาจพุ่งทะลุระดับ 5,000–10,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายใต้กระแสหนีดอลลาร์และยุคดอกเบี้ยขาลง

เจพีมอร์แกนชี้-“ทองคำ”S2T-(เว็บ)0.jpg

ราคาทองคำทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ไม่เลิก นักลงทุนแห่ถือครองสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน และภาวะชัตดาวน์หน่วยงานรัฐบาลของอเมริกา โดยราคาทองคำโคเม็กซ์ในช่วงสุดสัปดาห์ทะยานเหนือ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตั้งแต่ต้นปีให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นกว่า 58%

จีนเร่งสต็อกทองคำแบบก้าวกระโดด

ข้อมูลจาก Shanghai Gold Exchange และ Bloomberg ชี้ว่า “ระดับสต็อกทองคำของจีน” เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดในช่วงปี 2566–2568 แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 15 ปี หลังรัฐบาลปักกิ่งเร่งสะสมทองคำทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเสริมความมั่นคงทางการเงินและลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

Ausiris มองว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณสำคัญต่อทิศทางราคาทองคำโลก เนื่องจากจีนถือเป็นหนึ่งในผู้บริโภคและผู้นำเข้าทองรายใหญ่ที่สุดของโลก การเร่งสะสมทองอาจหนุนราคาทองให้ทะยานต่อเนื่องในระยะกลางถึงยาว

ใช้ทองคำสร้างอำนาจใหม่ระบบการเงิน

Standard Chartered ระบุว่า “จีนกำลังใช้ทองคำเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างอำนาจใหม่ในระบบการเงินโลก” — สะท้อนว่าการถือทองวันนี้ อาจไม่ใช่แค่เรื่องการลงทน แต่เป็น “เกมระหว่างประเทศ” ที่กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว

ถือทองมากกว่าบอนด์สหรัฐในรอบ30ปี

ธนาคารกลางทั่วโลก “ถือทองคำ” มากกว่าพันธบัตรสหรัฐ ครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปีเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2539 ที่ ธนาคารกลางทั่วโลกถือทองคำในทุนสำรองมากกว่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

สะท้อนการ “ปรับสมดุลเศรษฐกิจโลก” (Global Rebalancing) ท่ามกลางดอกเบี้ยขาลง ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความตึงเครียดทางการค้า

รัสเซีย-อินเดีย-จีน ลดพึ่งดอลลาร์

รัสเซีย อินเดีย และจีน เป็นกลุ่มประเทศหลักที่เร่งสะสมทองคำ เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์

แม้สหรัฐยังเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่แนวโน้มใหม่กำลังบ่งชี้ว่า “ทองคำ” กำลังกลับมาเป็นสินทรัพย์หลักในทุนสำรองระหว่างประเทศ

แบงก์ออฟอเมริกาคาดปี 69ทองพุ่งแตะ$5,000

แบงก์ออฟอเมริกา ชี้ว่า ราคา “ทองคำ” น่าจะพุ่งแตะ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาเฉลี่ยน่าจะอยู่ที่ 4,400 ดอลลาร์ ส่วนราคา “เงิน” น่าจะแตะ 65 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 56.25 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม มีความเสี่ยงที่จะเกิดการปรับฐานในระยะสั้น แต่ยังคงมีแนวโน้มที่ราคาโลหะมีค่าทั้ง 2 ประเภทจะขยับสูงขึ้นในปี 2569

นโยบายที่คาดการณ์ไม่ได้ของทำเนียบขาวน่าจะยังคงสนับสนุนราคาทองคำ เนื่องจากการขาดดุลงบประมาณ หนี้สินที่เพิ่มขึ้น ความตั้งใจที่จะลดการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและการเคลื่อนย้ายเงินทุน รวมถึงการผลักดันให้ลดอัตราดอกเบี้ยลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ประมาณ 3%

แบงก์ออฟอเมริกา ระบุด้วยว่า ราคาทองคำอาจจะพุ่งขึ้นไปถึง 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากนักลงทุนเพิ่มปริมาณการซื้อขายขึ้นอีก 28%

เจพีมอร์แกน มองทองอาจไปถึง$10,000

เจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคาร เจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค กล่าวว่า เขามองเห็นความสมเหตุสมผลในการถือครองทองคำในพอร์ตการลงทุน แม้ว่าจะปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นว่าราคาทองคำสูงเกินจริงแล้วหรือไม่ หลังจากที่ราคาทองคำได้พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงจนทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

"ราคาอาจพุ่งไปถึง 5,000 ดอลลาร์ หรือ 10,000 ดอลลาร์ ได้อย่างง่ายดายในสภาพแวดล้อมแบบนี้ นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งในชีวิตของผมที่การมีทองคำอยู่ในพอร์ตการลงทุนเป็นเรื่องที่ สมเหตุสมผล" ไดมอนกล่าว

สมาคมค้าทองคำอัพเป้าปี 68 $4500

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า ราคาทองคำยังคงทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยสมาคมฯ ได้ประกาศปรับเป้าหมายราคาทองคำสิ้นปี 2568 ขึ้นเป็น 4,500 ดอลลาร์ หรือเทียบเท่าราคาทองไทยที่ 68,000–69,000 บาท จากปัจจัยหนุนเรื่องเฟดลดดอกเบี้ยและความไม่แน่นอนในสหรัฐ นายกสมาคมค้าทองคำยืนยันว่ายังไม่ใช่ภาวะฟองสบู่ แต่เป็นการขึ้นจากกระแสที่แรงมาก

เจพีมอร์แกนชี้-“ทองคำ”_0.jpg
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...