โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

GrabFood ผนึก Chope เพิ่มบริการ “จองโต๊ะ” เอาใจสายพรีเมียม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 ก.ย 2568 เวลา 16.17 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2568 เวลา 09.17 น.

แกร็บฟู้ด ต่อยอดความสำเร็จหลังซื้อกิจการ Chope พลิกโฉมฟีเจอร์ "กินที่ร้าน" เปิดบริการ จองโต๊ะ ร้านอาหารหรู พร้อมอัปเกรดดีลส่วนลดที่โตกว่า 250% ตอกย้ำกลยุทธ์ Omnicommerce เชื่อมประสบการณ์กินข้าวนอกบ้านแบบไร้รอยต่อ

วันที่ 4 กันยายน 2568 แกร็บฟู้ด ประกาศยกเครื่องฟีเจอร์ “กินที่ร้าน” (Dine Out) ครั้งใหญ่ หลังเข้าเทคโอเวอร์ “โช้ป” (Chope) แพลตฟอร์มจองร้านอาหารชั้นนำของเอเชียในปีที่ผ่านมา ผุดบริการใหม่ “จองโต๊ะร้านอาหาร” (Dine Out Book Table) เจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียม ควบอัปเกรด “ขายดีลส่วนลด” (Dine Out Deals) กว่า 3,000 ร้าน เอาใจสายกินที่มองหาความคุ้มค่าหลังพบยอดใช้โตกว่า 250% พร้อมส่งแคมเปญใหญ่ “ดีลดี มีโต๊ะ” ปลุกกระแสกระแสกินข้าวนอกบ้าน ชูไฮไลต์สิทธิประโยชน์ที่ผู้บริโภคมองข้าม ตอกย้ำกลยุทธ์ออมนิคอมเมิร์ส (Omnicommerce) มุ่งผสานช่องทางออนไลน์-ออฟไลน์เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อให้ผู้ใช้บริการ

นายพนมกร จิระเสถียรพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า“แกร็บเปิดตัวบริการกินที่ร้านในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2566 เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ชอบออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านเพื่อสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ หลังวิกฤติโควิด-19 หรือเทรนด์ที่เรียกว่า Revenge Dining โดยในช่วงแรกเราเน้นไปที่การขายดีลส่วนลดจากพันธมิตรร้านอาหาร ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงาน โดยในปีที่ผ่านมา2 มียอดการซื้อดีลเพื่อกินที่หน้าร้านเติบโตขึ้นกว่า 250% ทั้งนี้หลังเข้าซื้อกิจการของ Chope ในปีที่ผ่านมา เราได้ผสานจุดแข็งทั้งด้านเทคโนโลยีและเครือข่ายร้านอาหารของทั้งสองบริษัท ทำให้วันนี้แกร็บสามารถให้บริการ Dine Out ได้อย่างเต็มรูปแบบ ครอบคลุมทั้งการจองโต๊ะร้านอาหารและการขายดีลส่วนลดสำหรับการไปกินที่ร้าน เพื่อนำเสนอประสบการณ์แบบไร้รอยต่อให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาทั้งความสะดวกสบายและความคุ้มค่าภายในแอปพลิเคชันเดียว”

บริการจองโต๊ะร้านอาหาร (Dine Out Book Table)

  • แกร็บเปิดตัวบริการจองโต๊ะร้านอาหารเพื่อเจาะกลุ่มคนเมืองที่มีกำลังซื้อระดับกลางถึงบน โดยเน้นไปที่กลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่ยินดีใช้จ่ายเพื่อแลกกับประสบการณ์ที่น่าจดจำ โดยเฉพาะในโอกาสพิเศษหรือการเฉลิมฉลองโมเมนต์สำคัญ โดยผู้ใช้บริการส่วนใหญ่มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อมื้ออยู่ที่ประมาณ 500 - 1,500 บาท ต่อคน
  • ภายใต้บริการ Dine Out Book Table แกร็บได้คัดสรรร้านอาหารชั้นนำที่โดดเด่นทั้งในด้านบรรยากาศ รสชาติและคุณภาพของการให้บริการ ไม่ว่าจะเป็น ร้านไฟน์ไดน์นิ่ง ร้านดังในโรงแรม ร้านพรีเมียมแคชชวลไดน์นิ่ง ไปจนถึงร้านที่กำลังเป็นกระแส เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย โดยปัจจุบันมีพันธมิตรร้านอาหารที่ร่วมให้บริการแล้วกว่า 500 แบรนด์ทั้งในกรุงเทพฯ และ ภูเก็ต และจะขยายพื้นที่ให้บริการเพิ่มขึ้นในอนาคต
  • เพื่อยกระดับประสบการณ์ให้พิเศษยิ่งขึ้น แกร็บยังมอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้บริการจองโต๊ะด้วยโปรโมชัน “Book with Grab, Get Free Dish”รับฟรี! เมนูจานพิเศษ จากร้านที่ร่วมรายการ และพิเศษสำหรับผู้ใช้บริการที่ซื้อดีล เพียงใส่โค้ด‘DINEOUT20’ รับส่วนลดสำหรับบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน Grab เพื่อใช้สำหรับการเดินทางไปยังร้านอาหาร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ Power of Superapp ที่แกร็บมุ่งผสานการทำงานของทุกธุรกิจภายในอีโคซิสเต็มเพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสร้างประสบการณ์มื้อพิเศษแบบไร้รอยต่อ ตั้งแต่การเดินทางจนถึงโต๊ะอาหาร

ดีลส่วนลดสำหรับการรับประทานอาหารที่ร้าน (Dine Out Deals)

  • สำหรับการขายดีลส่วนลดร้านอาหาร แกร็บเจาะกลุ่มผู้ใช้บริการที่มองหาความคุ้มค่าเป็นหลัก โดยข้อมูลจากผลสำรวจผู้ใช้บริการ GrabFood พบว่าดีลส่วนลดที่ดึงดูดใจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจไปรับประทานอาหารนอกบ้าน รองจากเมนูที่ขาย และระยะทางในการเดินทางไปที่ร้าน

  • ปัจจุบัน แกร็บนำเสนอดีลส่วนลดร้านอาหารใน 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ Voucher Deals หรือดีลส่วนลดที่สามารถซื้อล่วงหน้าเพื่อนำไปใช้รับส่วนลดหรือรับเซ็ตเมนูอาหารราคาพิเศษได้ที่หน้าร้าน และ Total Bill Discount หรือดีลส่วนลดทั้งบิล ที่สามารถใช้เพื่อรับส่วนลดได้ทันทีเมื่ออยู่ที่ร้านอาหาร โดยมีพันธมิตรร้านอาหารที่ร่วมรายการมากกว่า 2,500 แบรนด์ ครอบคลุมตั้งแต่เชนร้านอาหารจานด่วนไปจนถึงร้านหรูระดับพรีเมียม

  • ดีลส่วนลดเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับพฤติกรรมที่หลากหลายของผู้บริโภค โดยผู้ใช้บริการ Dine Out Deals แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ ตามอินไซต์ของการใช้บริการ อันได้แก่

  • กลุ่มที่ชอบรับประทานคนเดียว (Solo Treats) ซึ่งนิยมซื้อดีลอาหารประเภทเซ็ตเมนูจากร้านในห้างหรือเชนร้านอาหารยอดนิยม ตอบโจทย์พฤติกรรมการให้รางวัลตัวเองในมื้อกลางวัน หรือการกินมื้อค่ำคนเดียวที่เน้นความสะดวกและคุ้มค่า

    • กลุ่มคู่รักหรือคนที่ชอบรับประทานเป็นคู่ (Couple Dine Out) ซึ่งนิยมซื้อดีลจากคาเฟ่ ร้านขนมหวาน และร้านแคชชวลไดน์นิ่งที่กำลังเป็นกระแส เพื่อไปเดทหรือใช้วันว่างร่วมกันได้บ่อยขึ้น
    • กลุ่มที่ชอบรับประทานด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่ (Group Gathering) ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มเพื่อน ครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะในร้านบุฟเฟ่ต์ ปิ้งย่าง สุกี้และชาบู ซึ่งถือเป็น 3 ประเภทร้านอาหารยอดนิยมของคนไทยเมื่อต้องการไปกินอาหารร่วมกันเป็นกลุ่ม

“เพื่อเปิดตัวบริการ Dine Out เต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการ แกร็บได้ส่งแคมเปญใหญ่ ‘ไม่พลาด ดีลดี มีโต๊ะ’ (The Missing Deals & Table) ในช่วงไตรมาสสาม โดยมุ่งสื่อสารถึงสิทธิประโยชน์ที่ผู้บริโภคอาจมองข้ามไป ทั้งมูลค่าของดีลส่วนลดค่าอาหารที่สูญไป หรือเวลาที่เสียไประหว่างรอโต๊ะเพราะไม่ได้จองล่วงหน้า

โดยเราใช้กลยุทธ์การตลาด 360 องศาเพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง พร้อมปลุกกระแส FOMO ผ่านการใช้สื่อและกิจกรรมออฟไลน์สุดสร้างสรรค์ทั่วกรุงเทพฯ อาทิ กองดีลมหึมาใจกลางลานพาร์คพารากอน รถบรรทุกดีลที่วิ่งทั่วกรุงเทพฯ และบิลบอร์ดในย่านร้านอาหารยอดนิยม พร้อมจัดเต็มแคมเปญโฆษณาผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายอย่างครอบคลุม”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...