โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิเคราะห์กลยุทธ์ “ร้านโชคชัย” โมเดลโชห่วยของ ‘ไทยเบฟ’

Positioningmag

อัพเดต 06 ต.ค. 2568 เวลา 10.02 น. • เผยแพร่ 06 ต.ค. 2568 เวลา 09.36 น. • my_bb

ตั้งแต่ปีก่อนไทยเบฟ ได้ซุ่มขยาย“ร้านโชคชัย” เจาะค้าปลีกชุมชน และปัจจุบันได้เร่งขยายเครือข่ายร้านโชห่วย โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด

อย่างไรก็ดี การลุย “ร้านโชคชัย” อาจไม่ใช่แค่การรีแบรนด์ร้านโชห่วยธรรมดา แต่เป็นการสร้าง “เครือข่ายค้าปลีกในคราบร้านชุมชน”ของไทยเบฟแบบเงียบ ๆ!

[วิเคราะห์กลยุทธ์ของร้านโชคชัย]

1.เปลี่ยนร้านโชห่วยให้กลายเป็น “Soft Franchise” ของไทยเบฟ

ร้านโชคชัยคือรูปแบบ“แฟรนไชส์ในโมเดลยืดหยุ่น” คือ ร้านยังเป็นของเจ้าของเดิม แต่ได้ทีมไทยเบฟเข้ามาตกแต่ง วางระบบ จัดเรียงสินค้า และติดป้ายแบรนด์ให้

โดยเจ้าของร้าน ไม่ต้องเสียเงินเลยแม้แต่บาทเดียว”แต่ต้องยินยอมให้ “อย่างน้อย 50% ของพื้นที่ร้าน” เป็นสินค้าของไทยเบฟ (อ้างอิงตามเงื่อนไขร้านโชคชัยระบุ)

ตรงนี้จะเข้ากรอบ Win-Win ทั้ง 2 ฝ่าย ไทยเบฟได้พื้นที่ขายสินค้าจากเจ้าของร้าน ส่วนโชห่วยได้ปรับร้านค้าให้ทันสมัยขึ้น และมีการวางระบบ ช่วยให้ร้านค้าสามารถวิเคราะห์ข้อมูลยอดขาย และสต๊อกของได้ตรงจุด

2.ระบบ POS = ข้อมูลลูกค้ามีค่ายิ่งกว่าทองคำ

ร้านโชคชัย จะเข้ามาวางระบบให้โชห่วย พร้อมกับให้เครื่องบันทึกเงินสด (POS) ฟรี ไม่ใช่เพื่อให้ร้านดูทันสมัยเฉย ๆ แต่คือ การเก็บข้อมูลยอดขายจริง (Real-time Sales Data)

ไทยเบฟ จะรู้ทันทีว่าสินค้าตัวไหนขายดีในพื้นที่ไหน, ร้านไหนยอดตก, และพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นอย่างไร

โดยข้อมูลนี้จะต่อยอดได้ทั้งด้านโลจิสติกส์, แผนตลาด, การผลิต และกลยุทธ์สินค้าต่อไปในอนาคต

[caption id="attachment_1541391" align="alignnone" width="1705"]

ร้านโชคชัย โชห่วยไทยเบฟ

ที่มาภาพ : กลุ่มเฟซบุ๊ก “กลุ่มร้านโชคชัย”[/caption]

3.เสริมการแข่งขันในตลาดฐานราก

เพราะร้านโชห่วย เข้าถึงคนได้ตั้งแต่ระดับหมูบ้าน แม้กระทั่งชุมชนเล็ก ๆ ที่ยังไม่มีร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) เข้าไปถึง

ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการแข่งขัน ตั้งแต่ระดับฐานราก โดยเงื่อนไขของร้านโชคชัยชัดเจนว่า “ร้านที่เข้าร่วม ต้องไม่เข้าร่วมโครงการลักษณะเดียวกันกับบริษัทอื่น”

เรียกได้ว่า ยึดหน้าร้านการแข่งขันในชุมชนนั้น ๆ ให้เป็นของไทยเบฟ เพราะหากเข้าร่วมร้านโชคชัย ก็ไม่สามารถเข้าร่วมโมเดลใกล้เคียงกันได้

ซึ่ง ข้อได้เปรียบของร้านโชคชัย คือ ทุกอย่างฟรี ตอบโจทย์โชห่วยที่มีเงินทุนหมุนเวียนน้อย ต่างจากโมเดลคู่แข่งที่ร้านค้าอาจต้อง “ลงทุนร่วมบางส่วน”

4.ระบบสะสมแต้ม = ผูกใจร้านค้า

โครงการโชคชัยมีระบบสมาชิกสะสมคะแนน (เหมือน Loyalty Program) ยิ่งร้านค้าซื้อสินค้าไทยเบฟมาก ก็ยิ่งได้แต้มไปแลกของรางวัล

นี่คือการ“ผูกใจเจ้าของร้าน” ให้กลายเป็น ลูกค้าประจำของไทยเบฟในระยะยาว โดยที่ไทยเบฟไม่ต้องใช้เงินตลาดก้อนใหญ่

[caption id="attachment_1541392" align="alignnone" width="1135"]

บูธร้านโชคชัย ในงาน SX 2025 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์[/caption]

5.กิจกรรมผลักดันยอดขาย = ขับเคลื่อนทั้งหน้าร้านและหลังบ้าน

ไทยเบฟยังจัดกิจกรรมช่วยร้าน เช่น โปรโมชัน, แคมเปญขาย, หรือกิจกรรมในชุมชน ทำให้ร้านโชคชัยดู “มีชีวิตชีวา” กว่าร้านโชห่วยทั่วไป

6.ภาพลักษณ์ใหม่ + ESG

ร้านโชห่วยแบบเก่าๆ มักดูไม่ทันสมัย แต่เมื่อมีทีมไทยเบฟเข้ามาช่วยปรับปรุงร้าน ติดป้ายใหม่ จัดหมวดหมู่ของ ชุมชนก็จะมองว่าร้านนี้ “น่าเข้า สะอาด ทันสมัย” ซึ่งส่งผลให้ยอดขายโดยรวมเพิ่มขึ้น

ส่วนไทยเบฟได้ภาพ “แบรนด์ช่วยพัฒนาชุมชนพัฒนา” สอดคล้องกับแนวคิด ESG และการทำธุรกิจยั่งยืน เป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ผลักดันอยู่

สรุปสั้น ๆ

“ร้านโชคชัย” ไม่ใช่แค่ร้านโชห่วยที่ถูกตกแต่งใหม่ แต่คือ กลยุทธ์ปักธงของไทยเบฟในระดับหมู่บ้าน

โดยใช้วิธี “ให้ฟรี แต่ได้กลับมากกว่า” คือ ได้พื้นที่ขาย ได้ข้อมูลจริง ได้ความสัมพันธ์กับร้านค้า และได้ภาพลักษณ์แบรนด์ในใจคนชุมชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...