โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมประมงแจงดราม่า “เรือท่องเที่ยวตกปลา” ใช้เบ็ดได้ไม่เกิน 3 คัน/คน

Khaosod

อัพเดต 03 ต.ค. 2568 เวลา 12.49 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2568 เวลา 12.49 น.

กรมประมง แจงดราม่า (ร่าง) ประกาศ “เรือท่องเที่ยวตกปลา” ใช้เบ็ดได้ไม่เกิน 3 คัน/คน ใช้บังคับกับเรือท่องเที่ยวที่มีการจับสัตว์น้ำ เรือประมงอื่นไม่เกี่ยว

วันที่ 3 ต.ค.2568 นายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดี กรมประมง ในฐานะโฆษกกรมประมง เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 25 ส.ค. ถึง 8 ก.ย. 2568 กรมประมงนำ (ร่าง) ประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดชนิดเครื่องมือ จำนวน และประเภทของอุปกรณ์ที่ใช้ในการจับสัตว์น้ำ พ.ศ. 2568 ตลอดจนเงื่อนไขสำหรับเรือท่องเที่ยวจับสัตว์น้ำขึ้นประกาศขึ้นรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบกลางทางกฎหมาย (LAW.go.th) จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ทั้งนี้ ภายในร่าง ฯ ได้กำหนดเครื่องมือจับสัตว์น้ำในกิจการเรือท่องเที่ยวไว้หลายข้อ แต่ 1 ในนั้น คือการใช้เบ็ดมือ จำนวนไม่เกิน 3 คัน ต่อ มีการตั้งข้อโต้แย้งในประเด็นอย่างมาก จึงขอยืนยันว่า ข้อกำหนดดังกล่าวเป็นข้อกำหนดที่ใช้ในกิจการเรือท่องเที่ยวจับสัตว์น้ำเท่านั้น

ต้องขอยืนยันว่าขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนการสรุปความคิดเห็นและประเด็นเพื่อพิจารณาร่างประกาศดังกล่าวอีกครั้ง และท้ายที่สุดแล้วการที่กรมประมงจะออกประกาศในเรื่องนี้ เพื่อให้มีการบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพนั้นจะต้องมีความสอดคล้องกับบริบทข้อเท็จจริงของวิถีชีวิต และไม่ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพในภาพรวมอย่างแน่นอน

สำหรับ (ร่าง) ประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดชนิดเครื่องมือ จำนวน และประเภทของอุปกรณ์ที่ใช้ในการจับสัตว์น้ำ ตลอดจนเงื่อนไขสำหรับเรือท่องเที่ยวจับสัตว์น้ำขึ้น โดยมีสาระสำคัญดังนี้

1. ประกาศฉบับนี้บังคับใช้เฉพาะกลุ่ม “เรือท่องเที่ยวจับสัตว์น้ำ” เท่านั้น (มิได้บังคับใช้กับเรือประเภทการใช้ทำการประมง หรือการทำกิจกรรมตกปลาที่ไม่ใช้เรือ)

2. ประกาศอาศัยอำนาจตามข้อบังคับกรมเจ้าท่า ว่าด้วยการกำหนดประเภทการใช้เรือทั่วไปที่มิใช่เรือประมง เรือขนถ่ายสัตว์น้ำ หรือเรือสนับสนุนการประมง พ.ศ. 2561 ข้อ 5 กรณีเรือที่เป็นประเภทเรือกลเดินทะเลเฉพาะเขต ซึ่งใช้เพื่อสันทนาการ การท่องเที่ยว และจับสัตว์น้ำด้วยเครื่องมือประมงขนาดเล็ก เช่น ใช้เบ็ดตกปลา ฯลฯ ให้กำหนดประเภทการใช้เรือเป็น “ท่องเที่ยวจับสัตว์น้ำ” สำหรับเครื่องมือ จำนวน และประเภทของอุปกรณ์ที่ใช้ในการจับสัตว์น้ำ ตลอดจนเงื่อนไขต่าง ๆ รวมถึงข้อควรปฏิบัติ ให้เป็นไปตามที่กรมประมงประกาศกำหนด

3. กำหนดเครื่องมือจับสัตว์น้ำในกิจการเรือท่องเที่ยวจับสัตว์น้ำ ดังนี้

(1) เบ็ดมือ จำนวนไม่เกิน 3 คัน ต่อ คน

(2) ดวงไฟที่มีขนาดไม่เกิน 500 วัตต์ และมีกำลังกระแสไฟฟ้ารวมไม่เกิน 3,000 วัตต์ไม่จำกัดจำนวน ทั้งนี้ ห้ามใช้ดวงไฟใต้น้ำเพื่อล่อสัตว์น้ำ

(3) แหที่มีขนาดตาอวนไม่น้อยกว่า 3.2 ซม. จำนวนไม่เกิน 2 ปาก ต่อ ลำ

(4) สวิง จำนวนไม่เกินจำนวนคันเบ็ดรวมตามข้อ 1 โดยให้ใช้ประกอบกับเครื่องมือเบ็ดมือเท่านั้น

4.กำหนดระยะเวลาในการอนุญาตให้มีการจดทะเบียนเรือหรือเปลี่ยนประเภทการใช้เรือเป็นประเภทการใช้ ท่องเที่ยวจับสัตว์น้ำ มีระยะเวลา 6 เดือน นับแต่วันที่ประกาศกรมประมงมีผลบังคับใช้

อย่างไรก็ตามการจัดทำร่างฯสืบเนื่องจาก กรมประมงได้รับข้อเรียกร้องจากกลุ่มผู้ประกอบการเรือตกปลา จ.สงขลา ขอให้เปิดการจดทะเบียนเรือท่องเที่ยวจับสัตว์น้ำขึ้น เพื่อที่กลุ่มผู้ประกอบการจะสามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง

โดยการดำเนินการจดทะเบียนเรือท่องเที่ยวจับสัตว์น้ำดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกรมประมงและกรมเจ้าท่า ซึ่งกรมประมงจะต้องออกประกาศกำหนดชนิดเครื่องมือ จำนวน และประเภทของอุปกรณ์ที่ใช้ในการจับสัตว์น้ำ ตลอดจนเงื่อนไขสำหรับเรือท่องเที่ยวจับสัตว์น้ำ จากนั้นกรมเจ้าท่าจึงจะเปิดให้มีการจดทะเบียนในขั้นตอนต่อไป

รวมถึงคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวได้มีการพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหากรณีเรือท่องเที่ยวจับสัตว์น้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมให้ความเห็นว่า ควรมีการส่งเสริมให้มีการจดทะเบียนเรือประเภทดังกล่าวเพิ่มขึ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และมีแนวทางการกำกับดูแลตามกฎหมายที่ชัดเจน โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการพิจารณาร่วมกัน

กรมประมงจึงได้จัดทำ (ร่าง) ประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดชนิดเครื่องมือ จำนวน และประเภทของอุปกรณ์ที่ใช้ในการจับสัตว์น้ำ ตลอดจนเงื่อนไขสำหรับเรือท่องเที่ยวจับสัตว์น้ำขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมประมงแจงดราม่า “เรือท่องเที่ยวตกปลา” ใช้เบ็ดได้ไม่เกิน 3 คัน/คน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...