โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

3 โบรกฯ คาดแนวโน้มช่วงบ่าย แนะกลยุทธ์การลงทุน

ทันหุ้น

อัพเดต 07 ส.ค. 2568 เวลา 06.13 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2568 เวลา 06.13 น.

#ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ทรัมป์ประกาศเตรียมเก็บภาษีนำเข้าชิปและเซมิคอนดักเตอร์ 100% เว้นแต่มีการผลิตในสหรัฐฯ แม้ยังไม่ชัดเจนเกณฑ์การยกเว้น แต่สะท้อนแรงกดดันเชิงนโยบายให้ย้ายฐานผลิตเข้าสหรัฐฯซึ่งอาจกระทบไทยในฐานะผู้ผลิตสำคัญด้าน Back-end (OSAT) และ PCB ที่มีมูลค่าส่งออกปี 2566 สูงถึง 5.1 แสนล้านบาท หรือ 20% ของมูลค่าการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด หากไม่มีข้อยกเว้นไทยอาจเผชิญต้นทุนส่งออกไปสหรัฐฯ สูงขึ้น กระทบยอดขายของหุ้น HANA, KCE และ DELTA และอาจต้องพิจารณาเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสหรัฐฯ เพื่อรักษาตลาด

-ทรัมป์ ลงนามขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียอีก 25% รวมเป็น 50% มีผล 27 ส.ค. เหตุอินเดียซื้อพลังงานจากรัสเซียต่อเนื่อง คิดเป็น 35% ของการนำเข้าน้ำมันทั้งหมด ทั้งนี้ทรัมป์ยังขู่ใช้มาตรการลงโทษประเทศอื่นที่นำเข้าน้ำมันจากรัสเซียเพิ่มหลังเส้นตาย 8 ส.ค. ฟากภาษีญี่ปุ่น อาจยังไม่จบที่ 15% หลังทรัมป์เรียกร้องให้ญี่ปุ่นนำเข้าสินค้าเกษตร-รถยนต์จากสหรัฐฯ มากขึ้น

-ส่งออก-นำเข้าจีน เดือน ก.ค. ดีกว่าคาด โดยส่งออกโต 7.2%YoY ขยายตัวมากกว่า มิ.ย. ที่ 5.8% และดีกว่าคาดที่ 5.6% ขณะที่การนำเข้าขยายตัวถึง 4.1% สวนคาดว่าจะหดตัว -1% ส่งผลให้ ดุลการค้าลดลงจาก 114.77 พันล้านดอลลาร์ เหลือ 98.24 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากนำเข้าเพิ่มขึ้นบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม อย่างปิโตรเคมี สิ่งทอ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หลังใกล้เส้นตายการขยายระยะเวลาเจรจาภาษีระหว่างสหรัฐฯ-จีน 12 ส.ค. นี้ อัตราที่จีนถูกเรียกเก็บยังสูงถึง 30% ได้แก่หุ้น SCGP, STA, AAV และ PTTGC

-วันที่ 13-15 ส.ค. พิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบฯ รายจ่ายปี 69 วาระ 2-3 โดยครม.มีมติให้เกลี่ยงบประมาณใหม่ วงเงินรวม 3.78 ล้านล้านบาท เน้น 6 ยุทธศาสตร์ เช่น พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก,ยกระดับคุณภาพชีวิต, ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน, พัฒนาทุนมนุษย์, บริหารจัดการภาครัฐ และกันงบกลางเพื่อรองรับผลกระทบจากการเจรจาภาษีระหว่างจีน-สหรัฐฯ บวกต่อ STEC, CK, BDMS, BH, CHG, EKH, CPALL, BJC, CRC เน้นย่อซื้อ

-คาด SET INDEX บ่ายนี้วิ่งช่วง 1,262-1,285 จุด

บล.เอเอสแอล ระบุว่า ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ได้รับแรงหนุนจากแรงเข้าซื้อหุ้นบิ๊กแคปอย่างต่อเนื่อง และแรงซื้อสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการที่ตลาดเข้าสู่โหมด Risk-on หลังบรรลุข้อตกลงการค้าและความคาดหวังว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ย

ด้านปัจจัยต่างประเทศ รายงานจ้างงานอกภาคเกษตรเดือน ก.ค. ต่ำกว่าคาด และมีการปรับลดตัวเลขเดือนก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดมีแนวโน้มจะลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือน ก.ย. โดยนักลงทุนให้น้ำหนักสูงถึง 95.2% เพิ่มขึ้นจากเพียง 46.7% ในสัปดาห์ก่อน

กลยุทธ์การลงทุน ดัชนีปรับตัวขึ้นเหนือ SMA 200 วัน ขึ้นมาเป็นสัญญาณบวก มีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไป 1,280-1,285 จุด

บล.โกลเบล็ก ระบุว่าดัชนีปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยมีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มแบงก์, พลังงาน, อาหาร และ ขนส่ง หนุนตลาด ช่วงบ่ายคาดดัชนียังสามารถยืนในแดนบวกได้ มองกรอบดัชนีภาคบ่าย 1,270-1,285 จุด

ขณะที่ภาวะตลาดหุ้นภาคเช้าดัชนีปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจาก Fund Flow ที่ไหลเข้ามา ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุม GBC ระหว่างไทยและกัมพูชา และการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/68 ของบริษัทจดทะเบียนมีแรงซื้อนำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน ธนาคาร และขนส่งส่งผลให้ดัชนี พักเที่ยงปิดตลาดที่ 1,274.76 จุด บวก 10.29 จุด หรือ 0.81% มูลค่าการซื้อขาย 34,235.31 ล้านบาท

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้

Facebook คลิก https://www.facebook.com/thunhoonnews

Youtube คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...