โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์ “เศรษฐกิจโลก” ปี 68 เป็น 3.2% หลังภาษี-การเงินไม่รุนแรง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 ต.ค. 2568 เวลา 10.31 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2568 เวลา 03.31 น.

IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์ "เศรษฐกิจโลก" ปี 68 เป็น 3.2% จาก 3.0% หลังภาษี-การเงินไม่รุนแรง แต่เตือนสงครามการค้าสหรัฐ-จีนอาจฉุดโตแรง พร้อมปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อลงในจีน อินเดีย และไทย

วันที่ 15 ตุลาคม 2568 เวลา 06.22 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2568 ขึ้นเล็กน้อยเมื่อวันอังคาร (14 ต.ค.) หลังพบว่า ผลกระทบจากมาตรการภาษีและภาวะการเงินทั่วโลกไม่รุนแรงเท่าที่คาดไว้ แต่เตือนว่าหากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ–จีนปะทุขึ้นอีกครั้งตามคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจส่งผลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ

IMF ระบุในรายงาน World Economic Outlook ว่า ข้อตกลงการค้าล่าสุดระหว่างสหรัฐกับหลายประเทศเศรษฐกิจหลักช่วยหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ที่เลวร้ายจากภาษีตอบโต้ที่ทรัมป์ขู่ว่าจะใช้ ส่งผลให้ IMF ต้องปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกเป็นครั้งที่สองตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา

IMF คาดว่าเศรษฐกิจโลก (GDP ที่แท้จริง) จะเติบโต 3.2% ในปี 2568 ปรับขึ้นจากประมาณการเดือนกรกฎาคมที่ 3.0% และจาก 2.8% ในเดือนเมษายน ซึ่งขณะนั้นสหรัฐฯเพิ่งประกาศใช้มาตรการภาษีตอบโต้แบบเท่ากัน (reciprocal tariffs) อย่างกว้างขวางจนเกิดการตอบโต้กับจีนแบบตาต่อตา โดยคาดว่าในปี 2569 เศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.1% ไม่เปลี่ยนแปลงจากประมาณการเดิม

ปิแอร์-โอลิวิเยร์ กูแร็งชาส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IMF ระบุว่า การเติบโตที่ดีเกินคาดส่วนหนึ่งมาจากภาคเอกชนที่ปรับตัวได้รวดเร็ว เช่น การนำเข้าสินค้าล่วงหน้า การปรับโครงสร้างซัพพลายเชน การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ มาตรการกระตุ้นทางการคลังในยุโรปและจีน และกระแสลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เฟื่องฟู

กูแร็งชาสกล่าวก่อนการประชุมประจำปีของ IMF และธนาคารโลกในสัปดาห์นี้ว่า“สรุปคือสถานการณ์ไม่เลวร้ายอย่างที่เรากลัว แต่ก็ยังแย่กว่าที่คาดไว้เมื่อปีที่แล้ว และยังไม่ดีพอ”

อย่างไรก็ตามความสงบชั่วคราวถูกทำลายเมื่อทรัมป์ประกาศเมื่อวันศุกร์ว่าจะเก็บภาษีนำเข้าจากจีน 100% ซึ่งเป็นการเพิ่มจากอัตราเฉลี่ยปัจจุบันที่ 55% เพื่อตอบโต้การที่จีนขยายการควบคุมการส่งออกแร่หายาก (rare earths) อย่างมาก ขณะที่รัฐมนตรีคลังสหรัฐ สก็อต เบสเซนต์ เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่ากำลังมีการหารือเพื่อลดความตึงเครียดดังกล่าว

กูแร็งชาสกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า “หากสิ่งนี้เกิดขึ้นจริง จะเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก” พร้อมเตือนว่า การยกระดับสงครามการค้าอาจบั่นทอนการเติบโตทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ และเพิ่มความไม่แน่นอนที่ส่งผลลบต่อการลงทุนและการใช้จ่าย

ในกรณีเลวร้ายที่ IMF จำลองไว้ หากภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มขึ้นอีก 30% และสินค้าจากญี่ปุ่น ยูโรโซน และตลาดเกิดใหม่ในเอเชียเพิ่มขึ้นอีก 10% จะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ลดลง 0.3% และผลกระทบจะขยายเป็น 0.6% ภายในปี 2571

เมื่อรวมผลกระทบอื่น ๆ เช่น เงินเฟ้อที่คาดว่าจะสูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น และความต้องการสินทรัพย์สหรัฐที่ลดลง IMF ระบุว่าเศรษฐกิจโลกอาจหดตัวถึง 1.2% ในปี 2569 และ 1.8% ภายในปี 2570

สำหรับสหรัฐฯ IMF ยังคงมองว่าเศรษฐกิจทรงตัวได้ดี โดยคาดว่า GDP ปี 2568 จะเติบโต 2.0% เพิ่มจาก 1.9% ในเดือนกรกฎาคม และปี 2569 ที่ 2.1% แม้จะต่ำกว่าการเติบโต 2.8% ในปี 2567 ก็ตาม

IMF ระบุว่า ปัจจัยสนับสนุนมาจากอัตราภาษีที่ต่ำกว่าคาด มาตรการกระตุ้นทางการคลังจากร่างกฎหมายภาษีของพรรครีพับลิกัน สภาพคล่องทางการเงินที่ผ่อนคลาย และการลงทุนในเทคโนโลยี AI ที่เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์เติบโตปี 2568 เป็น 1.2% จาก 1.0% โดยได้แรงหนุนจากการขยายงบประมาณของเยอรมนีและการเติบโตที่แข็งแกร่งของสเปน ขณะที่ญี่ปุ่นได้ประโยชน์จากการเร่งนำเข้าในครึ่งปีแรกเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีของสหรัฐ ทำให้คาดการณ์เติบโตปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็น 1.1% จาก 0.7% โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการปรับขึ้นค่าจ้างและการบริโภคในประเทศ แต่ปี 2569 จะชะลอลงเหลือ 0.6% นอกจากนี้ละตินอเมริกาและแคริบเบียน IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์เป็น 2.4% จาก 2.2% โดยเฉพาะ เม็กซิโก ซึ่งได้อานิสงส์จากเศรษฐกิจสหรัฐและมีการปรับขึ้นจาก 0.2% เป็น 1.0%

IMF คงประมาณการการเติบโตของจีนไว้ที่ 4.8% ในปี 2568 และ 4.2% ในปี 2569 โดยระบุว่าแรงหนุนหลักมาจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้น แต่อาจไม่ยั่งยืน

กูแร็งชาสเตือนในบล็อกของ IMF ว่า “แนวโน้มเศรษฐกิจจีนยังน่ากังวล เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเปราะบางแม้เวลาผ่านไป 4 ปีหลังฟองสบู่แตก ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงินยังคงสูงขึ้น การลงทุนภาคอสังหาฯ หดตัว ความต้องการสินเชื่ออ่อนแอ และเศรษฐกิจกำลังอยู่บนขอบของกับดักหนี้และเงินฝืด (debt-deflation trap)”

IMF คงประมาณการเงินเฟ้อโลกปี 2568 ที่ 4.2% และปี 2569 ที่ 3.7% แต่ระบุว่ามีความแตกต่างระหว่างประเทศ ในสหรัฐ เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ เริ่มทยอยผลักภาระภาษีนำเข้าไปยังผู้บริโภค ขณะที่ในหลายประเทศเอเชีย เช่น จีน อินเดีย และไทย IMF ปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อลง สะท้อนถึงการเติบโตที่ชะลอตัวและแรงกดดันด้านราคาในประเทศที่ลดลง

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...