โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ภัยเงียบใกล้ตัว! หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันคร่าชีวิตคนไทย 6 คนต่อชั่วโมง

PPTV HD 36

อัพเดต 26 ก.ย 2568 เวลา 04.05 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2568 เวลา 21.00 น.
ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันเกิดเมื่อหัวใจหยุดทำงานกะทันหัน หากไม่ได้รับการช่วยเหลือทันที อาจเสียชีวิตในไม่กี่นาที ผู้เสี่ยงควรตรวจสุขภาพและควบคุมปัจจัยเสี่ยงเพื่อป้องกัน

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน หนึ่งในสาเหตุหลักของการเสียชีวิตที่ไม่คาดคิด ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อหัวใจหยุดทำงานอย่างฉับพลัน และไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้ หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วจะนำไปสู่การเสียชีวิตในไม่กี่นาที และที่น่าตกใจคือ ในแต่ละปีมีคนไทยเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันกว่า 54,000 คน หรือเฉลี่ยแล้วเท่ากับเสียชีวิตประมาณ 6 คน ทุก ๆ 1 ชั่วโมง

เช็กผลตรวจสุขภาพปี อ่านค่าศัพย์การแพทย์ รู้ทันร่างกายป้องกันโรค!

เคล็ด (ไม่) ลับ ป้องกันอัลไซเมอร์ เริ่มได้เลยไม่ต้องรอสมองเสื่อมก่อน

การเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า และมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และในทางการแพทย์ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ถือเป็น “ภัยเงียบ” ที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้ ไม่เว้นแม้แต่คนที่ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Arrest หรือ SCA)

ภาวะที่หัวใจหยุดเต้นอย่างทันทีทันใด และไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปยังอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายได้ โดยเฉพาะสมอง และหัวใจเอง ภาวะหัวใจหยุดเต้นเกิดขึ้นเมื่อระบบไฟฟ้าของหัวใจที่ควบคุมการเต้นเกิดความผิดปกติ ทำให้การเต้นของหัวใจหยุดลงหรือเต้นไม่เป็นจังหวะ ซึ่งทำให้หัวใจไม่สามารถส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ในร่างกายได้ตามปกติ ผู้ป่วยที่เกิดภาวะนี้หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที จะทำให้เกิดการเสียชีวิตภายในไม่กี่นาที

สาเหตุหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

  • โรคหัวใจขาดเลือด ภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตัน ทำให้หัวใจขาดเลือดและออกซิเจน
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง (Ventricular Fibrillation หรือ Ventricular Tachycardia): การเต้นผิดจังหวะนี้อาจทำให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้
  • โรคหัวใจโครงสร้างผิดปกติ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ (Hypertrophic Cardiomyopathy)
  • ปัจจัยอื่น ๆ เช่น ภาวะหัวใจอักเสบ (Myocarditis) ภาวะโพแทสเซียมหรือแคลเซียมในเลือดผิดปกติ หรือการได้รับสารพิษ

อาการที่ต้องระวัง

  • หมดสติหรือไม่ตอบสนอง
  • หยุดหายใจ หรือหายใจเฮือก
  • อาการเจ็บแน่นหน้าอกก่อนหมดสติในบางราย
  • ภาวะนี้มักเกิดขึ้นกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณเตือน

กลุ่มเสี่ยงภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจขาดเลือด, หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง โรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ, ประวัติหัวใจล้มเหลวหรือหัวใจโต, โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเกี่ยวกับโรคหัวใจ มีประวัติครอบครัวที่เคยเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน และมีญาติใกล้ชิดที่เสียชีวิตกะทันหันจากโรคหัวใจ

  • ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงจากวิถีชีวิต

  • สูบบุหรี่ การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจขาดเลือดและหัวใจเต้นผิดจังหวะ

    • ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป อาจทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ และเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน
    • ขาดการออกกำลังกาย การไม่ออกกำลังกายเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจ
  • การได้รับสารพิษ เช่น ยาเสพติด หรือสารพิษที่มีผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ

  • ผู้ที่มีภาวะผิดปกติในร่างกาย เช่น ภาวะโพแทสเซียมหรือแคลเซียมในเลือดผิดปกติอาจส่งผลต่อระบบไฟฟ้าของหัวใจ, ภาวะหัวใจอักเสบ

  • นักกีฬา หรือผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนักเกินไป แม้ว่าโดยทั่วไปการออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อหัวใจ แต่ในบางกรณี เช่น นักกีฬาที่มีปัญหาหัวใจโดยไม่รู้ตัว การออกกำลังกายหนักอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้

คำแนะนำผู้เสี่ยงจะเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

  • เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวหรือปัจจัยเสี่ยง
  • ควบคุมปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือด
  • ปรึกษาแพทย์หากมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจ

การป้องกันภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

  • ควบคุมปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง
  • เลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันเป็นภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัย การเรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการใช้เครื่อง AED เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพหัวใจด้วยการป้องกันปัจจัยเสี่ยง และการตรวจสุขภาพเป็นประจำยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะนี้ได้อีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 2

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...